อนุทิน ขอบคุณ หมอเหรียญทอง แนะตั้งคลินิกเพื่อสังคม อุ้มบัตรทอง 1 ล้านคน

อนุทิน ขอบคุณ หมอเหรียญทอง แนะตั้งคลินิกเพื่อสังคม อุ้มบัตรทอง 1 ล้านคน

วันนี้ (24 กันยายน 2563) พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) มงกุฎวัฒนะ กล่าวถึงกรณีสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ตรวจพบคลินิกชุมชนอบอุ่นหลายร้อยแห่งในเขตกรุงเทพมหานคร เบิกจ่ายค่าตรวจสุขภาพกลุ่มเมตาบอลิกผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ผิดปกติ จนต้องมีการเพิกถอนการเป็นคู่สัญญากับ สปสช. ส่งผลให้ประชาชนในเขตกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านคน ว่า การตรวจพบทุจริตแล้วดำเนินการเอาผิดนั้น เป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการ แต่ไม่ควรบุ่มบ่าม ฉับพลัน ควรทำอย่างรอบคอบ มีขั้นตอน มีแผนรองรับ เพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด

พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า กรณีที่ สปสช.ยกเลิกคลินิกไปหลายร้อยแห่ง มีผู้มีสิทธิบัตรทองได้รับผลกระทบมากกว่า 1 ล้านราย และอาจถึงขั้นถูกยกเลิกสัญญากับ สปสช.ทั้งหมด ดังนั้นจะมีประชาชนได้รับผลกระทบอีกมาก

“อย่างไรก็ตาม กรณีผู้มีสิทธิบัตรทองที่ได้รับผลจากการยกเลิกการเป็นคู่สัญญากับ สปสช. จะมีสถานะสิทธิว่าง ซึ่งสามารถเข้ารับการรักษาที่ รพ.ใดก็ได้ที่เป็นคู่สัญญากับ สปสช. แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบัน รพ.แต่ละแห่งต่างมีคนไข้ล้น เช่นเดียวกับ รพ.มงกุฎวัฒนะ ที่มีผู้ป่วยบัตรทองขึ้นทะเบียนตรงกับ รพ.อยู่ 70,000 ราย และเป็นหน่วยรับส่งต่อให้กับคลินิกอีก 47 แห่ง รวมผู้ป่วย 2.3 แสนราย ซึ่งเมื่อคลินิกเหล่านี้ถูกยกเลิกสัญญา ผู้ป่วยเหล่านี้จะเข้ารับการรักษาที่ รพ.มงกุฎวัฒนะ โดยตรง รพ.ก็รับดูแลทั้งหมด แม้ว่าจะมีเรื่องของความแออัดบ้างก็ตาม แต่เป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขเช่นเดียวกัน” ผอ.รพ.มงกุฎวัฒนะ กล่าว

พล.ต.นพ.เหรียญทอง กล่าวว่า เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วย และลดความแออัดของ รพ.จึงมีแนวคิดจัดตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise) เป็นนิติบุคคลที่ไม่หวังกำไร เป็นนิติบุคคลเพื่อเป็นเจ้าของ หรือเป็นผู้ประกอบกิจการสถานพยาบาลคลินิกชุมชนอบอุ่นประจำแขวงในแต่ละเขต ก่อตั้งด้วยทุนจดทะเบียน 2.5 ล้านบาท และให้ผู้มีสิทธิบัตรทองในเขตนั้นๆ เป็นเจ้าของโดยมีหุ้นคนละ 1 หุ้น หุ้นละ 100 บาท สัดส่วนให้ประชาชนมากกว่า หุ้นอีกส่วนถือโดยแพทย์ผู้ได้รับอนุญาตเป็นผู้ดำเนินการสถานพยาบาล โดย รพ.มงกุฎวัฒนะ เป็นสถานพยาบาลรับส่งต่อ ทั้งนี้ จะนำร่องใน 17 พื้นที่

“สำหรับสถานที่จะใช้การเช่าพื้นที่วัด โบสถ์ สุเหร่า ที่ดินว่างเปล่า อาคารพาณิชย์ หรือบ้านพักอาศัย ที่มีพื้นที่ขนาด 160 ตารางเมตร หรือ 40 ตารางวา เพื่อทำเป็นสถานพยาบาล ซึ่งการสร้างสถานที่นั้นจะใช้อาคารตั้งเป็นอาคารชั่วคราว ซึ่งมีแพทย์ พยาบาลพร้อมอยู่แล้ว ในส่วนนี้ไม่มีปัญหา แต่แนวคิดเหล่านี้ผมจะยังไม่ดำเนินการก่อนแล้วค่อยไปขอขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาลคู่สัญญากับ สปสช. เพราะยอมรับตามตรงว่าไม่มั่นใจในภาครัฐ ซึ่งมีความไม่แน่นอนสูง จึงอยากให้ สปสช. กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีความชัดเจนตรงนี้ และจะไม่ประสานไปก่อน เพื่อป้องกันข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ หาก สปสช. และสธ.มีความประสงค์อยากแก้ปัญหาตรงนี้ ก็ประสานมาได้ สิ่งสำคัญคือ พ.ร.บ.สถานพยาบาลฯ ที่อยู่ในการควบคุมดูแลของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ จะต้องยืดหยุ่นด้วย ถ้า สธ.และ สปสช.เห็นด้วยในหลักการนี้ ก็สามารถเดินหน้าในเดือนตุลาคมนี้” พล.ต.เหรียญทอง กล่าว

วันเดียวกัน ที่โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ สไตลิช คอนเวนชั่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ สธ. กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า มีการติดต่อกันอยู่ และต้องขอบคุณ พล.ต.นพ.เหรียญทอง ที่ให้ข้อมูลดีๆ ให้การสนับสนุนมาก

“ในเรื่องการดำเนินการ สปสช.รับทราบอยู่แล้วว่าจะต้องปรับปรุงระบบอย่างไร เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ ไม่จบแค่นี้ ต้องหาความจริงให้ได้ และไม่ใช่เลิกรากันไป ต้องดำเนินคดีคนทำผิด คนร่วมทำผิด ถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญมาก เอาเงินภาษีประชาชนในการดูแลสุขภาพประชาชนคนไทย ไปปู้ยี่ปู้ยำแบบนี้ งานก็ไม่ทำ ส่งแต่บิลเรียกเก็บเงิน ใครจะไปยอมได้ ผมก็ไม่ยอมอยู่แล้ว” นายอนุทิน กล่าว

บทความก่อนหน้านี้กลุ่มมิตรผล ร่วมเปิดงาน THAIFEX-ANUGA ASIA 2020 อย่างยิ่งใหญ่ พร้อมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Infinity of Sustainability”
บทความถัดไปอนุสรณ์ ติปยานนท์ : กลางป่าอึมครึม