“ศักดิ์สยาม” ลงพื้นที่ราชบุรี เร่งรัดโครงการแก้ปัญจราจรภาคใต้ตามนโยบายรัฐบาล

วันที่ 23 กันยายน 2563 (เวลา 09.45 น.) ณ โรงยิมเนเซี่ยมจังหวัดราชบุรี นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ลงพื้นที่ติดตามข้อสั่งการจากนายกรัฐมนตรีในการดำเนินงานเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงและแก้ไขปัญหาจราจร โดยมี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี และประชาชนในพื้นที่จังหวัดราชบุรีให้การต้อนรับ
.
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการปรับปรุงเพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายถนนและการก่อสร้างทางหลวงสายใหม่ เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกด้านการคมนาคมขนส่งให้พี่น้องประชาชน และบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด โดยเฉพาะในเส้นทางจากกรุงเทพมหานครสู่ภาคใต้ โดยได้ให้นโยบายแก่กรมทางหลวงเร่งรัดดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวง พร้อมทั้งแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเส้นทางสู่ภาคใต้ให้มีความสะดวก รวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัย ผ่าน 6 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม ราชบุรี และเพชรบุรี


.
สำหรับการพัฒนาและปรับปรุงโครงข่ายทางหลวงในเส้นทางสู่ภาคใต้ที่กรมทางหลวงดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน มีทั้งสิ้น 5 แนวทาง ดังนี้
.
คลี่คลายปัญหาการจราจรบนถนนพระราม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักในการเดินทาง
สู่ภาคใต้ ด้วยการปรับปรุงถนนระดับพื้นดิน ซึ่งได้เริ่มดำเนินการแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2561
.
เร่งรัดก่อสร้างทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองทางยกระดับบนถนนพระราม 2
ช่วงบางขุนเทียน ถึงบ้านแพ้ว โดยมีรูปแบบก่อสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ยกระดับบนถนนพระราม 2 เชื่อมต่อกับโครงการทางพิเศษสายพระราม 3 – ดาวคะนอง –วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครด้านตะวันตก ขนาด 6 ช่องจราจร เป็นระบบการเก็บค่าผ่านทางที่ใช้เทคโนโลยี AI “ระบบ M-Flow” ไร้ไม้กั้น วงเงินลงทุนรวมกว่า 30,000 ล้านบาท โดยช่วงบางขุนเทียน-เอกชัยจะแล้วเสร็จในปี 2565 และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมดถึงบ้านแพ้วภายในปี 2567
.
โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 8 สายนครปฐม – ชะอำ มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณชุมทางต่างระดับนครชัยศรี ซึ่งเชื่อมต่อโดยตรงกับทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายบางใหญ่ – กาญจนบุรี เส้นทางมุ่งหน้าลงใต้ถึงทางแยกต่างระดับท่ายาง ระยะทาง 109 กิโลเมตร มีรูปแบบก่อสร้างเป็นมอเตอร์เวย์ขนาด 4 ช่องจราจร และมีด่านเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางจำนวน 9 แห่ง โดยใช้เทคโนโลยี AI
แบบระบบ M-Flow พร้อมมีที่พักริมทาง (Rest Area) จำนวน 5 แห่ง วงเงินลงทุนทั้งสิ้น 79,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาขออนุมัติโครงการในรูปแบบ PPP และมีแผนดำเนินงานก่อสร้างระหว่าง ปี 2565 – 2568
.
การเดินหน้าโครงการทางหลวงแนวใหม่ เชื่อมต่อสามแยกวังมะนาว-บรรจบทางหลวงหมายเลข 3510 อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี มีจุดเริ่มต้นโครงการบริเวณสามแยกวังมะนาว ถึง อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี รวมระยะทาง 36.8 กม. แบ่งช่วงดำเนินการ เป็น 3 ตอน ดังนี้
ตอนที่ 1 ช่วงสามแยกวังมะนาว – บ.หนองลังกา ระยะทาง 14.8 กิโลเมตร ก่อสร้างเป็นทางแนวใหม่ ขนาด 4 ช่องจราจร รวมทางแยกต่างระดับ ตอนที่ 2 ช่วง บ.หนองลังกา – บ.ห้วยศาลา ระยะทาง 7.1 กิโลเมตร ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3206 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ตอนที่ 3 ช่วง บ.ห้วยศาลา – สี่แยกเข้า อ.หนองหญ้าปล้อง ระยะทาง 14.9 กิโลเมตร ตามแนวทางหลวงหมายเลข 3510 ขยายเป็น 4 ช่องจราจร ใช้วงเงินงบประมาณก่อสร้างทั้งสิ้น 2,650 ล้านบาท ได้รับงบประมาณในการออกแบบรายละเอียดในปี 2564 และขอตั้งงบประมาณก่อสร้างในปี 2566 คาดว่าพร้อมเปิดให้บริการในปี 2568
.
การปรับปรุงก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองบนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 4 (สะพานสิริลักขณ์) โดยมีรูปแบบการก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตข้ามแม่น้ำแบบสะพานคู่ กว้างข้างละ 3 ช่องจราจร ได้รับงบประมาณเพื่อสำรวจออกแบบและศึกษา EIA ในปี 2564 คาดว่าจะดำเนินงานก่อสร้าง ในปี 2566 พร้อมแล้วเสร็จในปี 2568
.
นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า กรมทางหลวงได้รับนโยบายจาก
นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้เร่งรัดดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่ท่านรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่มาดูความคืบหน้าด้วยตนเอง กรมทางหลวงจะเดินหน้าโครงการให้แล้วเสร็จตามกำหนดเวลา เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้เร็วที่สุด แก้ไขปัญหาการจราจรติดขัด รองรับปริมาณรถที่เพิ่มสูงขึ้น เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลกับพื้นที่ภาคใต้ อีกทั้งยังช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้การเดินทางสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น ส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนในภูมิภาคและประเทศไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

บทความก่อนหน้านี้สุจิตต์ วงษ์เทศ หนุนคลื่นลูกใหม่สร้างใหม่
บทความถัดไปศาลรธน.วินิจฉัยมติเอกฉันท์ “ปารีณา- ศรีนวล” ไม่สิ้นสุดสมาชิกภาพส.ส. เหตุไม่เข้าข่ายใช้ตำแหน่งก้าวก่ายการทำงานรัฐ-งบ