ดันรายได้ท่องเที่ยวพุ่ง 4 แสนล้าน | บ้านต่ำ 5 ล้านถูกแบงก์รีเจ็กต์เพียบ | แล้งฉุดยอดผลผลิตข้าวหอมมะลิ

แฟ้มข่าว

ตลท.จับตาตลาดหุ้นหยุดผันผวน

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเดือนสิงหาคม เห็นว่าความผันผวนอยู่ทั่วโลก ผลจากปัจจัยความไม่แน่นอนทั่วโลก แนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพราะมีปัจจัยเสี่ยงและความไม่แน่นอนอยู่มาก ส่วน ตลท.เตรียมรับมือมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม โดยออกมาตรการ อาทิ ปรับเกณฑ์มาตรการหยุดการซื้อขายเป็นการชั่วคราว (เซอร์กิต เบรกเกอร์) ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นปี 2564 ต้องประเมินจากความสามารถทำกำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งนี้ ตลาดหุ้นไทยเริ่มผันผวนลดลง ขณะนี้ค่าความผันผวนเฉลี่ยอยู่ที่ 20-30% ลดลงจากผันผวนรุนแรงกลางเดือนมีนาคม ที่มีค่าความผันผวนพุ่งถึง 200% โดย ตลท.จะประเมินภาวะตลาดปลายเดือนกันยายนอีกครั้ง หากค่าความผันผวนอยู่ที่ 20-30% และตลาดไม่ผันผวนรุนแรง ก็จะยกเลิกมาตรการดูแลการซื้อขายหุ้นที่จะครบสิ้นเดือนกันยายนนี้

กอช.-สสว.ผนึกกำลังหนุนออม

น.ส.จารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เปิดเผยว่า กอช.ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อร่วมมือกันในการสนับสนุนสร้างหลักประกันบำนาญให้แก่ประชาชนที่เป็นแรงงานนอกระบบ โดยตั้งเป้าหมายของการร่วมมือกันในครั้งนี้ จะส่งผลให้ปี 2563 มีสมาชิก กอช.เพิ่มขึ้นถึง 2.5 ล้านคน จากปัจจุบัน 2.4 ล้านคน และส่งผลให้มีเงินฝากทั้งปีรวม 8.5 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 อยู่ที่ 4.5 พันล้านบาท ส่วนผลการตอบแทนจากต้นปีจนถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม 2563 อยู่ที่ 1.3% โดยการร่วมมือกับ สสว. ถือเป็นภารกิจสำคัญในการผลักดันให้ประชาชนที่ไม่มีสวัสดิการจากรัฐบาลได้เข้าถึงการออมมากขึ้น โดยผู้ที่มีอายุ 15-60 ปีเริ่มออมเงินได้ตั้งแต่ 50 บาท สูงสุด 13,200 บาทต่อปี ทุกครั้งที่สมาชิกส่งเงินออมสะสม รัฐบาลจะเติมเงินสมทบให้ตามช่วงอายุ

ดันรายได้ท่องเที่ยวพุ่ง 4 แสนล้าน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ภาพรวมสถานการณ์ท่องเที่ยวในประเทศช่วง 6 เดือนแรกปี 2563 (มกราคม-มิถุนายน) มีจำนวนนักท่องเที่ยวชาวไทยออกเดินทางรวมแล้ว 28,331,200 คน-ครั้ง ติดลบกว่า 63% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 สร้างรายได้ 202,387 ล้านบาท ติดลบ 62% โดยคาดการณ์ว่าการท่องเที่ยวภายในประเทศจะสามารถช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ภายในไตรมาสที่ 3/2563 ในระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายนนี้ และคาดว่าทั้งปี 2563 จะมีการเดินทางของตลาดไทยเที่ยวไทย จำนวน 68 ล้านคน-ครั้ง สร้างรายได้ให้ภาคการท่องเที่ยวไทยกว่า 4 แสนล้านบาท ขณะที่การท่องเที่ยวในช่วงปลายปีนี้ ททท.จะแสวงหาพันธมิตรเพิ่มเติม เพื่อเป็นส่วนช่วยในการฟื้นฟู เพิ่มความถี่การเดินทาง และเพิ่มจำนวนวันพักค้าง โดยตั้งเป้าดำเนินการในช่วงปีงบประมาณใหม่ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 เป็นต้นไป ซึ่งเชื่อว่าช่วงปลายปีนี้ การท่องเที่ยวไทยจะคึกคักเป็นพิเศษ รวมทั้ง ททท.จะมีโครงการดีๆ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงวันธรรมดาเพิ่มเติมด้วย

บ้านต่ำ 5 ล้านถูกแบงก์รีเจ็กต์เพียบ

นายสุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท สถาพร เอสเตท จำกัด เปิดเผยว่า จากวิกฤตโควิด-19 แพร่ระบาดส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างซบเซา แต่พอผ่านช่วงครึ่งปีแรกไปแล้วพบว่าขณะนี้สถานการณ์เริ่มดีขึ้น โดยลูกค้าเริ่มที่จะเข้ามาซื้อหรือมาดูโครงการมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่มีทิศทางดีขึ้น แต่ผู้ประกอบการก็จะต้องบริหารจัดการสต๊อกให้ดีด้วย โดยในส่วนของบริษัทนั้นจะสต๊อกบ้านพร้อมอยู่ลดลงจากเดิมประมาณ 50% เพื่อบริหารต้นทุนและรักษาสภาพคล่องของบริษัทเอาไว้ อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยปัจจุบันพบว่าบ้านราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท มียอดรีเจ็กต์หรือถูกสถาบันการเงินปฏิเสธสินเชื่อสูงมากคือประมาณ 35-40% เนื่องจากสถาบันการเงินเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ เพราะไม่อยากเสี่ยงต่อหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) โดยในส่วนของผู้ที่กู้ไม่ผ่านนั้นทางบริษัทจะมีการคืนเงินดาวน์ให้ แต่ขอเก็บเงินจองเอาไว้ ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจ ขณะที่ยอดขายครึ่งปีแรกลดไปประมาณ 50%

แล้งฉุดยอดผลผลิตข้าวหอมมะลิ

นายวิชัย ศรีนวกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โรงสีข้าวเจริญผล จำกัด เจ้าของโรงสีและจำหน่ายข้าวหอมมะลิถุงยี่ห้อ “ส้มโอ” และหนึ่งผู้ก่อตั้งสมาคมโรงสีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ข้าวหอมมะลิว่า จากการติดตามการเพาะปลูกข้าวหอมมะลิและข้าวเหนียวในภาคอีสาน ได้รับทราบถึงความกังวลของเกษตรกรถึงภาวะอากาศแปรปรวน ฝนแล้ง ฝนตกไม่ต่อเนื่องและตกเป็นหย่อมไม่กระจาย จนทำให้พื้นที่นาข้าวภาคอีสานเจอภาวะฝนแล้งกว่า 50% และกำลังวิตกหนักหากฝนยังแล้งหรือตกหนักจนกระทบในช่วงข้าวกำลังตั้งท้องต้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งภาวะฝนแล้งหรือตกหนักรอบเดียว ก็จะกระทบต่อคุณภาพข้าวเสียหายได้ถึง 20-30% เหลือเติบโตพร้อมเก็บเกี่ยวเพียง 80% ก็จะมีข้าวเปลือกหอมมะลิฤดูการผลิตนาปี 2563/2564 ออกสู่ตลาดต่ำกว่าปีก่อน หรือไม่ถึง 5 ล้านตันข้าวเปลือก จากปีก่อนผลผลิตได้ 6 ล้านตัน และยังต่ำกว่าผลผลิตปกติควรเกิน 7 ล้านตัน แต่วันนี้ราคาข้าวหอมมะลิกลับไม่สูงอย่างที่ควรเป็น

ปั้นนิคมเมืองอุดรเทียบชั้นอีอีซี

น.ส.สมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยระหว่างนำคณะผู้บริหาร กนอ.และสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ว่า โครงการตั้งอยู่ที่ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี มีพื้นที่ประมาณ 2,170 ไร่ แบ่งเป็นพื้นที่ขาย 1,635 ไร่ มูลค่าลงทุนประมาณ 1 แสนล้านบาท มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 50% โดยเฉพาะระบบสาธารณูปโภค คาดว่าปี 2564 จะสามารถเปิดให้บริการได้ โดย กนอ.กำลังศึกษาสิทธิประโยชน์พิเศษแก่ผู้ประกอบการในนิคมฯ เทียบเท่ากับผู้ประกอบการในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายในนิคมอุตสาหกรรมอุดรธานี ประกอบด้วย อุตสาหกรรมยางพาราขั้นปลาย แปรรูปเกษตร เป็นต้น

โดยหลังเปิดให้บริการครบ 100% เชื่อว่านิคมฯ แห่งนี้จะเกิดการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 20,000 คน สร้างรายได้ด้านภาษีอากรให้กับภาครัฐได้ถึงประมาณ 1.5-2 หมื่นล้านบาทต่อปี และคาดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ 1 แสนล้านบาท ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้า

บทความก่อนหน้านี้“แสนสิริ” เจียด 25 ล้านบาท ตั้งบริษัทใหม่ “Hugs” รุกธุรกิจโบรกเกอร์ประกัน
บทความถัดไปส.ส.ร.-รัฐธรรมนูญในฝัน ก้าวที่ “ไกล” ของ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร”