“ประยุทธ์” พร้อมมีส่วนร่วมในภารกิจทั้ง 3 เสาหลักของสหประชาชาติ

“ประยุทธ์” พร้อมมีส่วนร่วมในภารกิจทั้ง 3 เสาหลักของสหประชาชาติ ประกาศความพร้อมที่จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศในการที่จะทำให้ โลกดีกว่าเดิมและมีความยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 ก.ย.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างการประชุมระดับสูงเพื่อฉลองครบรอบ 75 ปี สหประชาชาติ (High-level Meeting of the General Assembly to Commemorate the 75th Anniversary of the United Nations) ซึ่งจัดขึ้นที่ General Assembly Hall สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ตนมีความยินดีที่ได้เข้าร่วมการประชุมระดับสูงเพื่อฉลองครบรอบ 75 ปี สหประชาชาติ ในวันนี้ พวกเราเริ่มต้นปี 2563 ด้วยความหวังว่า จะเป็นปีแห่งการเฉลิมฉลอง แต่กลับต้องเผชิญกับโควิด-19 โดยขณะนี้ ประเทศไทยมียอดผู้ติดเชื้อจริงเพียงร้อยคนเศษ สะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของระบบสาธารณสุข ของประเทศและความร่วมมือที่ดีจากประชาชน ไม่มีประเทศใดจะปลอดจากเชื้อโควิด-๑๙ ได้ จนกว่าทุกประเทศจะปลอดจากเชื้อดังกล่าวไปด้วยกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สหประชาชาติมีบทบาทสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งสันติภาพของโลกผ่านปฏิบัติการรักษาสันติภาพในภูมิภาคต่าง ๆ อีกทั้งส่งเสริมการปกป้องสิทธิมนุษยชนผ่านการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศ รวมถึงขับเคลื่อนเรื่องการพัฒนา ซึ่งปัจจุบันมีวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 เป็นแผนที่นำทาง ประเทศไทยภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในภารกิจทั้ง 3 เสาหลักของสหประชาชาติตลอดมา ได้แก่

ด้านสันติภาพและความมั่นคง ประเทศไทยได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจและพลเรือน ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่สตรี เข้าร่วมในปฏิบัติการรักษาสันติภาพ ด้านการพัฒนา ประเทศไทยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศ โดยไทยกำลังขับเคลื่อนความร่วมมือในบริบทของ SEP for SDGs Partnership และยินดีที่จะขยายความร่วมมือ ไปยังประเทศอื่น ๆ ที่สนใจ

ด้านสิทธิมนุษยชน ประเทศไทยได้เสนอแนวคิดสร้างสรรค์ในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชน อาทิ การมีบทบาทนำในการยกร่างข้อกำหนดของสหประชาชาติสำหรับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ ซึ่งครบรอบ 10 ปี ในปีนี้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนั้น ไทยยังยินดีที่หน่วยงานที่สำคัญหลายหน่วยงาน เช่น คณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก ได้เลือกไทยให้เป็นที่ตั้ง ในการนี้ ไทยขอยืนยันที่จะทำหน้าที่เจ้าบ้านที่ดี ที่ผ่านมา โลกของเราเผชิญวิกฤติมามากมาย โดยประวัติศาสตร์ได้สอนเราเสมอว่า ความสำเร็จจะเกิดขึ้น ก็ต่อเมื่อประชาคมระหว่างประเทศร่วมมือร่วมใจ และมองไกลกว่าผลประโยชน์ของประเทศใดประเทศหนึ่ง ทวีปใดทวีปหนึ่ง ดังนั้น ประเทศไทยจึงเห็นว่า ประชาคมระหว่างประเทศและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายต่างก็มีหน้าที่ที่จะต้องช่วยกันส่งเสริมสหประชาชาติ รวมทั้งสร้างพันธมิตรสำหรับระบบพหุภาคีใหม่ที่ตอบสนอง ความต้องการของประชาชนทุกคน

“ผมขอยืนยันความพร้อมของประเทศไทยที่จะร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศในการที่จะทำให้ โลกของเรากลับมาให้ดีกว่าเดิมและมีความยั่งยืน ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” นายกรัฐมนตรี กล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘สุทิน’ ขอ ส.ว.เห็นแก่ประโยชน์ชาติ รับญัตติแก้ รธน.ใดไม่ผ่านยื่นต่อสมัยหน้า
บทความถัดไปตร.เช็กบิล 16 แกนนำชุมนุม 19 ก.ย.มธ.ท่าพระจันทร์ แบ่ง 3 กลุ่มความผิด