แนวร่วม กปปส.เดือด รุมบุลลี่-เหยียดผิว “น้ำ” มิสแกรนด์คนใหม่ ปมตอบคำถามจี้รัฐบาลลาออก

จากสถานการณ์การเมืองที่ร้อนระอุเป็นเหตุให้มีหลายฝ่ายออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลาม รวมไปถึงในวงการนางงามด้วยแต่ที่จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษก็ดูเหมือนจะเป็นเวที มิส แกรนด์ ไทยแลนด์ 2020 ที่เพิ่งได้นางงามคนใหม่ น้ำ พัชรพร จันทรประดิษฐ์ ตัวแทนสาวงามจากจังหวัดระนอง วัย 22 ปี โดยเธอได้ตอบคำถามรอบ 5 คน สุดท้ายได้โดดเด่นมากจนคว้าใจคณะกรรมการมาได้

โดยมีคำถามสำคัญที่เป็นชนวนของดราม่าว่า “จากสถานการณ์ของผู้ชุมนุมขณะนี้ส่อเค้าความรุนแรงยิ่งขึ้นหากคุณมีโอกาสได้พูดคุยอยากจะพูดกับฝ่ายใด ระหว่างผู้ชุมนุม หรือรัฐบาล และพูดอะไรเพื่อทำให้สถานการณ์ดีขึ้น”

หลังจากนั้น น้ำ พัชรพร ก็ได้ตอบคำถามอย่างฉะฉานพร้อมแสดงทัศนคติทางการเมืองว่า “จากใจนะคะ ขอเลือกฝ่ายชุมนุมค่ะ เพราะว่าเรามีสิทธิ์มีเสียงในการแสดงความคิดเห็น และเราอยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับประเทศชาติของเราค่ะ มากกว่านั้น อยากจะบอกรัฐบาลด้วยนะคะว่า If you are calling this country a Thailand, we need real democracy. And moreover, we need you to get out of the country ! (ถ้าคุณเรียกประเทศนี้ว่าประเทศไทย เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง และยิ่งไปกว่านั้น เราต้องการให้พวกคุณออกไปจากประเทศนี้ค่ะ) “

ด้วยความสวยและรอยยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงไหวพริบในการตอบคำถาม ทำให้เธอได้ใจคณะกรรมการและแฟนๆนางงามไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ทว่าคงไม่ทั้งหมดเมื่อเรามีคนรัก ก็ต้องมีคนเกลียดเป็นธรรมดา อาจเป็นเพราะคำตอบของเธอในรอบ 5 คนสุดท้าย ทำให้แฟนคลับรัฐบาลรุ่นใหญ่ กลุ่ม กปปส.ไม่พอใจ ต่างตั้งโพสต์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ รูปร่าง หน้าตา และสีผิวของเธอ ในแง่ลบ

แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ออกมาให้กำลังใจเธอ พร้อมเสนอความคิดเห็นที่เปิดกว้างของนิยามคำว่า“สวย” ของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป

ทำไมคนชอบบูลลี่ ?

จากผลการวิจัยด้านประสาทวิทยา จากโรงพยาบาล Sinai ในนิวยอร์ก เมื่อปี 2016 ได้พบว่าพฤติกรรมการกลั่นแกล้งรังแกหรือ“บูลลี่” มีความเชื่อมโยงกับกลไกการให้รางวัลตนเองในสมอง ซึ่งทำให้บุคคลนั้นๆเกิดความรู้สึกพึงพอใจเมื่อได้แกล้งผู้อื่น ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจาก เคยถูกแกล้งมาก่อน จึงจำเป็นต้องระบายความโกรธเกรี้ยว รวมไปถึงการที่มีอีโก้สูง และมีความพึงพอใจในตนเองต่ำอีกด้วย

เปลี่ยนแปลงนิสัยบูลลี่ได้อย่างไร ?

พฤติกรรมการบูลลี่นั้นเป็นพฤติกรรมที่ถูกสะสมมาเป็นเวลานาน อาจยากที่จะเจาะเข้าไปรักษาทัศนคติที่รุนแรงได้ แต่ทว่า“การพูดคุย” ก็คืออีกหนึ่งทางออกที่ใช้ความอ่อนโยนในการสร้างความเข้าใจใหม่ ตลอดจนให้โอกาสและเวลาพวกเขาเพื่อเป็นการปรับปรุงตัว

ขอขอบคุณที่มา ngthai.com

เพจจับ-ตา-นางงามทุกพื้นที่

บทความก่อนหน้านี้ป.ป.ส. ระดมนักวิชาการร่วมเสนอความเห็นแนวทางขับเคลื่อนใช้ประโยชน์ “พืชกระท่อม กัญชง” เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติทั้งต้นทาง กลางทาง และปลายทาง ตามนโยบายของรัฐบาล
บทความถัดไปสองทศวรรษ “Almost Famous” “วารสารศาสตร์” ที่เปลี่ยนแปลง “วัฒนธรรมแฟนคลับ” ที่เปลี่ยนไป | คนมองหนัง