แกนนำ ‘พันธมิตร’ ลั่น ชุมนุมทุกครั้ง ความรุนแรงเกิดจากรัฐ จี้แก้ รธน. ตั้ง ส.ส.ร. ยุติขัดแย้ง

แกนนำ ‘พันธมิตร’ ลั่น ชุมนุมทุกครั้ง ความรุนแรงเกิดจากรัฐ จี้แก้ รธน. ตั้ง ส.ส.ร. ยุติขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 17 กันยายน ที่ห้องสตูดิโอ ชั้น 4 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ คณะกรรมการญาติพฤษภา’ 35 ร่วมกับ คณะกรรมการณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.), มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, ศูนย์ศึกษาสันติภาพและความขัดแยัง จุฬาฯ และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร จัดเสวนาในหัวข้อ “ถอดบทเรียนประสบการณ์การชุมนุมทางการเมืองและข้อเสนอต่อสังคม” #ความรุนแรงอย่าหาทำ โดยมีอดีตแกนนำขบวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีต ร่วมวง

นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า คนวิตกเรื่องความรุนแรงที่อาจจะเกิดวันที่ 19 กันยายนนี้ จากประสบการณ์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งส่วนตัวมีประสบการณ์มากมายในการชุมนุม สมัชชาคนจน เราล้อมทำเนียบรัฐบาล ไม่มีคนบาดเจ็บ ล้มตาย ไม่มีความรุนแรง แต่พอมา 14 ตุลา ความรุนแรงมาเกิดในเช้ามืด ของวันที่ 14 หลังขบวนได้ยุติ เป็นข้อมูลชัดเจนว่า ความรุนแรงนั้นเกิดจากตำรวจ และทหารก็ออกมา ดังนั้น การเริ่มต้นความรุนแรง ที่ประสบช่วง 14 ตุลา คือ ความรุนแรงที่เกิดจากรัฐ

“ตลอดระยะเวลาการชุมนุมของ นิสิต นักศึกษา ช่วงนี้ไม่เกิดความรุนแรงใดๆ ขึ้นจากฝ่ายชุมนุม พอมา 14 ตุลา และ 6 ตุลา เห็นชัดว่า ไม่มีความรุนแรงที่เกิดจากนิสิต นักศึกษา แต่มาจากการล้อมปราบของรัฐบาล จนกระทั่ง พฤษภา 35 ก็เกิดจากรัฐเช่นกัน พันธมิตร เราชุมนุมกันนานมาก โดยเฉพาะการชุมนุมล้อมยึดทำเนียบ 190 วัน จากคำพิพากษา ที่ทำให้แกนนำไปติดคุก 3 เดือน ชี้ขัดว่าความรุนแรงไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม

ความรุนแรง 7 ตุลา หน้ารัฐสภา ก็เกิดจากตำรวจ จู่ๆ ก็ยิงปืน แก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุม จะเห็นว่าการชุมนุมที่มีความรุนแรงทั้งหมดมาจากอำนาจรัฐเป็นตัวกระทำ ประกอบด้วย ตำรวจ ทหาร แล้วอำนาจรัฐจะป้องกันความรุนแรงได้หรือไม่” นายพิภพกล่าว และว่า

ที่วิตกกันว่าการชุมนุมวันที่ 19 นี้ถ้าเกิดความรุนแรง ไม่ว่าจะในธรรมศาสตร์ สนามหลวง หรือเคลื่อนมาทำเนียบ จะเกิดขึ้นจากอำนาจรัฐเท่านั้น เพราะรู้ระยะยิง ระยะรอบหมุน ของปืน M79 ถ้าอำนาจรัฐไม่คิดจะใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม ซึ่งจากปรากฏการณ์ล่าสุด ไม่มีความรุนแรงใดๅ ทั้งสิ้น ดังนั้น ถ้ารัฐวางผังทั้งหมด ก็สามารถดูแลไม่ให้มีผู้สร้างความรุนแรงกับผู้ชุมนุมได้ ดังนั้น หากมีความรุนแรงอย่างที่วิตกกัน จะเกิดจากอำนาจรัฐเท่านั้น” นายพิภพกล่าว

นายพิภพกล่าวอีกว่า มีความขัดแย้งพื้นฐานทางสังคมไทยอยู่แล้ว แม้จะยุติชุมนุมนี้ ก็จะเกิดชุมนุมต่อไปอีก หากไม่แก้ไขโครงสร้างความขัดแย้ง ซึ่งมักคิดว่าจะแก้ไขโดยรัฐธรรมนูญ แต่รัฐธรรมนูญฉบับ 60 ทับถมให้โครงสร้างนี้รุนแรงขึ้น หากรัฐบาลไม่ถอน ในการเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ความรุนแรงที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ 60 ก็จะยังคงอยู่ ดังนั้น ข้อเสนอของนักศึกษาไม่ได้แปลกไปจากเยาวชน 14 ตุลา แต่แค่ไม่ได้รับการแก้ไข

ส่วนข้อเสนอของนักเรียน ไม่ถูกยกขึ้นมา ซึ่งความรุนแรงที่นักเรียนแสดงออกวันนี้ คือ เชิงโครงสร้างในโรงเรียน ซึ่งเป็นมา 50 ปี ต้องเลิกระบบอำนาจนิยมในโรงเรียน ที่ครูมีอำนาจทำอะไรก็ได้ ซึ่งทุกวันนี้เด็กกล้าแสดงออกมากกว่า 14 ตุลา ให้ไปฟังเพลงของ Pink Floyd เป็นเรื่องที่เด็กเจออยู่ใน ร.ร.ทุกวันนี้
เชื่อว่ารัฐบาลมีทางออก แต่ชะล่าใจว่าผู้ชุมนุมไม่มีพลังทำต่อยาว แต่รัฐบาลลืมไปว่า สิ่งที่เป็นปมปัญหาหลักๆ คือ 1.รัฐธรรมนูญ 60 และบทเฉพาะกาลที่ ส.ส.เลือกนายกฯ

2.ขบวนการนักศึกษาจะต้องถามต่อไปว่า ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ยอมให้ตั้ง ส.ส.ร.ต้องทำให้ชัดว่ากระบวนการตั้ง ส.ส.ร.ควรจะตั้งแบบใด และควรจะเสนอสาระของการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสีย ว่าจะแก้ไขความขัดแย้งได้อย่างไร

“สำนึกเรื่อง สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรมของสังคม ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง อยู่กับเด็ก ผมเลี้ยงเด็กมาเป็นพัน ตั้งแต่ออกจากท้องแม่ก็มีสำนึกเรื่องความไม่เป็นธรรมแล้ว พ่อแม่รักไม่เท่ากัน ปฏิกิริยาคือ ร้องว่าไม่พอใจ ดังนั้น ที่ว่าใครอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง ไม่มี เป็นสำนึกธรรมชาติที่ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก จึงเห็นด้วยกับจตุพรว่า เวลามีการชุมนุมทีไร มักไปดูว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่ไม่ได้ดูว่าข้อเสนอของผู้ชุมนุมคือะไร แก้ข้อเสนอนั้นเสีย ก็จบ แต่ทุกรัฐบาลไม่เคยทำ ชอบแก้ที่สุดคือตั้ง คณะกรรมาธิการ

“รัฐบาลมีกลไกทุกอย่าง สิทธิการชุมนุม อย่างสงบสันติ มีปัญหา ทำอย่างไร จะเอากฎหมายเล็กน้อยออกไป แล้วสู้กันเรื่องเจตนารมณ์ทางการเมือง จากประสบการณ์ หาแก้ปัญหาทางการเมืองต้องใช้พื้นที่บนถนนเท่านั้น” นายพิภพกล่าว

บทความก่อนหน้านี้‘คนเดือนตุลา’ ถอดบทเรียน กระตุ้นสำนึก จนท. จี้ผู้ใหญ่รับฟัง ลดความรุนแรง ชุมนุมใหญ่
บทความถัดไปจตุพร แนะ ชุมนุม น.ศ.ยึดจุดยืน 3 ข้อ – จี้รัฐอย่าทำลายความหวังเยาวชน