มติสภาฯ 255 ต่อ 78 ฉลุย งบกองทัพ 1 แสนล้านบาท

มติ 255:78 สภาฉลุย งบกองทัพ 1 แสนล้าน ส.ส.ก้าวไกล ดาหน้าซัดเละ เลื่อนซื้อเรือดำน้ำ แต่อาวุธอื่นยังซื้อเพียบ

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2564 เข้าสู่การพิจารณาในมาตรา 8 งบประมาณรายจ่ายของกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 1.15 แสนล้านบาท แต่กมธ.เสียงข้างมากปรับลดลง 7.7 พันล้านบาท เหลือ 1.07 แสนล้านบาท โดยนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า แม้กระทรวงกลาโหม จะถูกตัดงบไป 7.7 พันล้านบาท แต่เป็นการตัดจริงเพียง 1.2 พันล้านบาทเท่านั้น อีก 6.5 พันล้านบาท เป็นการเลื่อนจัดซื้อไปปีหน้า และแม้กองทัพเรือจะตัดงบการซื้อเรือดำน้ำไปแล้ว แต่ยังมีอีกหลายรายการที่ไม่มีการยกเลิกจัดซื้อ โดยที่ไม่มีความจำเป็น เช่น การไม่ตัดการจัดซื้อรถยานเกราะสไตรเกอร์ของกองทัพบก ที่เป็นงบผูกพัน ตั้งแต่ปี2562-2566 จำนวน 130 คัน วงเงิน 9.1 พัน ล้านบาท ขณะเดียวกันยังมีข้อน่าสงสัยการจัดซื้อสะพานยุทธวิธี เพื่อไว้ช่วยเหลือประชาชนเวลาเกิดสาธารณภัย 2ชุด ราคา320 ล้านบาท ซึ่งซ้ำซ้อนกับสะพานถอดประกอบที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.)จัดซื้อ 10 ชุด ราคา 248.3 ล้านบาท อยากถามว่า หน้าที่ป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเป็นของกองทัพบกหรือปภ.

นายพิจารณ์ กล่าวว่า สิ่งที่อยากให้สำนักงบประมาณเข้ามาตรวจสอบคือ การจัดซื้อยานเกราะโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกของกองทัพเรือที่ใช้วิธีการโอนย้ายงบประมาณนั้น มีข้อผิดสังเกตคือ มีการประกาศแผนการจัดซื้อเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2563 และประกาศราคากลางวันที่ 25 มิถุนายน 2563 และยื่นซองและเปิดซองเสนอราคาวันที่ 10 กรกฎาคม ก่อนที่วันที่ 11สิงหาคม สำนักงบประมาณจะอนุมัติให้โอนย้ายงบประมาณดังกล่าว และ วันที่ 8 กันยายน ประกาศผู้ชนะการเสนอราคา แสดงให้เห็นว่า มีการจัดซื้อล่วงหน้าไปก่อนตั้งแต่วันที่ 11มิถุนายน 2563 ทั้งที่สำนักงบฯยังไม่ได้โอนงบประมาณมาให้ กองทัพเรือดำเนินการผิดระเบียบหรือไม่ที่ให้จัดซื้อจัดจ้าง เปิดซองประกวดราคา โดยที่ยังไม่ได้รับงบประมาณ ไม่รู้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รู้เห็นเป็นใจหรือไม่

อัด กองทัพ แดนสนธยา จัดซื้อครุภัณฑ์ราคาแพงผิดปกติเพียบ

ต่อมา นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ตนเสนอปรับลดงบกระทรวงกลาโหม เนื่องจากมีความไม่โปร่งใส เกิดปัญหาการจัดซื้อครุภัณฑ์ในราคาที่แพงผิดปกติ ยกตัวอย่างการจัดซื้อครุภัณฑ์ในราคาแพง เช่น กล้องสำรวจแบบวัดระยะและมุม ตราอักษร TOPCON รุ่น OS-101 สำรวจราคาตามท้องตลาดทั่วไปถูกกว่าราคาที่กองทัพซื้อมาถึง 26.85 เท่า รถยกไฮดรอลิค แฮนด์ สไตรเกอร์ รุ่น ADJ HS 1.5 TX3m ราคาตามท้องตลาดถูกกว่าที่กองทัพเรือจัดซื้อมา 57.29 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ยังเคยให้คำสัญญาว่า จะปฏิรูปกองทัพ ที่จะทำให้กิจการภายในของกองทัพมีความโปร่งใส แต่ปรากฎว่า ผ่านมาร้อยกว่าวัน กองทัพก็ยังเป็นแดนสนธยาที่ปกคลุมไปด้วยเมฆหมอกที่มีผู้มีอำนาจไม่กี่คนที่จะเข้าไปข้างในได้ คนที่อยู่ข้างนอกไม่มีทางรู้เลยว่า คนที่เข้าไปตอนกลับออกมาหยิบอะไรติดไม้ติดมือมาบ้าง และไม่รู้ว่า ยุทโธปกรณ์อาวุธเหล่านั้น จะเอามาปกป้องชาติหรือฟาดฟันคนไทยด้วยกันเอง

“วิโรจน์” ถามทบ.ตั้งงบซื้อถุงเท้า-กางเกงในทหารเกณฑ์แพงเวอร์ จะเอาไว้ใส่หรือเอาไว้กิน ?

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ขอตั้งสังเกตโครงการจัดหายุทธภัณฑ์และอาภรณ์ภัณฑ์ สายพลาธิการกองทัพบก วงเงิน 150 ล้านบาท ที่เป็นการซื้อชุดลำลองของทหารเกณฑ์ มีความผิดปกติตั้งแต่เสื้อยืดคอวี จัดซื้อ152,000 ตัว วงเงิน 27.8 ล้านบาท ตกตัวละ 161.25 บาท เมื่อเทียบกับการจัดซื้อทางออนไลน์ผ่านแอป SHOPEE ที่เป็นของแท้เหมือนกันและขายปลีกด้วย มีราคาตกตัวละ 80บาท แพงกว่ากันตัวละ 81.25บาท กางเกงขาสั้นลำลอง 76,000 ตัว วงเงิน 27.8ล้านบาท ตกตัวละ 366 บาท เมื่อเทียบกับการซื้อผ่าน SHOPEE จะตกตัวละ 120บาท แพงกว่าตัวละ 246 บาท รองเท้าjungle boots 37,400คู่ วงเงิน 64.7ล้านบาท ตกคู่ละ 1,732บาท เมื่อเทียบกับการซื้อผ่าน SHOPEE ตกคู่ละ 600บาท แพงกว่ากันคู่ละ 1,132บาท ผ้าเช็ดตัว 63,914ผืน วงเงิน 9.58ล้านบาท ผืนละ150 บาท เมื่อเทียบกับการซื้อผ่าน SHOPEE ผืนละ 100บาท แพงกว่าผืนละ 50 บาท

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ผ้าขาวม้า 76,000ผืน วงเงิน 7.98ล้านบาท ตกผืนละ 105บาท เมื่อเทียบกับการซื้อผ่าน SHOPEE ผืนละ 39บาท แพงกว่าผืนละ 61บาท ถุงเท้าต้านแบคทีเรีย 1แสนคู่ วงเงิน 8.4ล้านบาท ตกคู่ละ 84 บาท เมื่อเทียบกับการซื้อผ่าน SHOPEE คู่ละ 35 บาท แพงกว่าคู่ละ 49บาท และกางเกงใน 1แสนตัว วงเงิน 6.93ล้านบาท ตัวละ 69บาท เมื่อเทียบกับการซื้อผ่าน SHOPEE ซื้อ 5ตัวราคา 170 บาท เฉลี่ยตัวละ 34 บาท แพงกว่าตัวละ 35.3บาท ขอให้ปรับลดงบโครงการจัดหายุทธภัณฑ์และอาภรณ์ภัณฑ์เหลืออยู่ 96 ล้านบาท เนื่องจากงบที่ตั้งไว้แพงเกินจริง ขอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมชี้แจงเรื่องนี้ว่า กางเกงในและถุงเท่านั้น มีไว้ใส่หรือมีไว้กิน

ทั้งนี้ ภายหลังการอภิปรายจนครบ ที่สุดที่ประชุมมีมติข้างเสียงมาก ในมาตรา 8 ด้วยคะแนน 255 ต่อ 78 งดออกเสียง 4 เสียง

บทความก่อนหน้านี้เทพไท รับสภาพ แม้ศาลรธน.สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ส.ส. แต่ขอเป็นตัวแทนคนนครฯต่อไป
บทความถัดไปโสมแดงปรับหลักสูตรวิชา “คิม จอง-อึน” เด็กอนุบาลเรียนเพิ่มเป็นวันละ 90 นาที