‘ก้าวไกล’ ถามกองทัพ ต้องให้พลทหารสังเวยชีวิตอีกกี่ศพ ถึงจะยกเลิกเกณฑ์ทหาร

วันที่ 16 กันยายน 2563 รังสิมันต์ โรม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณี การเสียชีวิต ของพลทหาร เสรี บุตรวงค์ โดยเหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นที่ค่ายทหารสื่อสาร กรุงเทพมหานคร โดยพลทหารเสรีเข้ารับราชการ ในวันที่ 1 กันยายน 2563 จนช่วงเวลา 02.00 ของวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมา ทางครอบครัวได้รับข่าวร้ายว่า พลทหารเสรี เสียชีวิต โดยเเพทย์ระบุว่า หัวใจล้มเหลว ซึ่งครอบครัวเเละเพื่อนยืนยันติดใจในการเสียชีวิต โดยยืนยัน ว่า พลทหารเสรี เป็นผู้ที่มีร่างกายเเข็งแรง ไม่น่าใช่เหตุของการเสียชีวิตดังกล่าว.

รังสิมันต์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกล ขอเเสดงความ เสียใจต่อครอบครัวบุตรวงษ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แม้ว่าครอบครัวจะได้รับคำขอโทษ เงินจำนวนหนึ่งจากกองทัพโดยพรรคก้าวไกล ขอตั้งคำถามต่อกองทัพว่า กองทัพมีมาตรฐานในการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการทหารหรือไม่ เเละที่ผ่านมาในเเต่ละปีมีชายไทยถูกเกณฑ์ทหารจำนวนกว่า100,000 คน ที่เข้าไปรับใช้นายพลเเละกองทัพ โดยไม่จำเป็นและไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ถึงเวลาเเล้วหรือยังที่เราจะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร

“พรรคก้าวไกลยืนยันว่าวันนี้ประเทศไทยมีความพร้อมที่จะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำๆเเบบนี้นำมาซึ่งความเเตกสลาย สูญเสียของครอบครัว ด้วยเหตุผลนี้ พรรคก้าวไกลยื่นร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร ที่จะเข้าไปแก้ไขร่างพรบ.ก่อนนหน้านี้ โดยเรายื่นตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 ผ่านมากกว่า 10 เดือนเรายังไม่เห็นความคืบหน้าดังกล่าว โดยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะต้องลงนาม เนื่องจากร่างพระราชบัญัติดังกล่าวเกี่ยวกับสถาบันทางการเงิน จึงต้องรอให้นายกรัฐมนตรีลงนามตามรัฐธรรมนูญกำหนด” รังสิมันต์ กล่าว

รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า เราผ่านมา 10 เดือน หลายศพเเล้ว ยังไม่มีความคืบหน้า ซึ่งการยกเลิการเกณฑ์ทหาร คือก้าวเเรกของการเปลี่ยนแปลง ก้าวเเรกของการปฏิรูปกองทัพ การที่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นานกรัฐมนตรี ดองร่างนี้ไว้ เท่ากับเป็นการที่ท่านยอมเปื้อนเลือดจากการกระทำดังกล่าว จึงเรียกร้องให้พลเอกประยุทธ์ เร่งลงนามในร่างพระราชบัญญัติการรับราชการทหาร ฉบับพรรคก้าวไกล เพื่อที่จะได้บรรจุวาระดังกล่าวให้ทันพิจารณา ในการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยหน้า โดยการเสนอร่างพระราชบัญญัติก้าวไกล ไม่ใช่การเสนอให้มีการยกเลิกกองทัพ เเต่เป็นการปฏิรูปกองทัพที่ทันสมัย สอดรับความต้องการของประเทศชาติเเละประชาชน

ขณะที่วิโรจน์ กล่าวว่า การต่อสู้ของกองทัพทางยุทธนาวี มีขึ้นครั้งสุดท้ายที่ เกาะช้างในปี พ.ศ.2484 เมื่อ 60 ปีก่อน 60ปีที่เเล้วการใช้กองกำลังของทหารของประเทศสิ้นสุดเเล้ว เเต่ประเทศไทยยังคงย้อนกลับไปใช้ เพื่อเป็นการสร้างแสนยานุภาพของอำนาจเจ้าขุนมูลนาย เพื่อให้เข้าไปรับใช้นายพลในกองทัพ ซึ่งบริบทของความมั่นคงในปัจจุบันของกองทัพเปลี่ยนไปเเล้ว การใช้กำลังพล 100,000 คนมากเกินไป ปัจจุบันกองทัพรับพลทหารเข้าไปเพื่อรับใช้นายพล แต่ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของประชาชน โดยขอให้กองทัพคัดสรรให้คนที่เขาอยากรับราชทหารเป็นเข้ามาตามความสมัครใจ เพื่อให้รัฐบาลเเละกองทัพดูเเล เเละให้เขามีศักยภาพ ให้พร้อมเป็นทหาร กองกำลังสำคัญของชาติจริงๆร่วม พิทักษ์รักษาประเทศไทย ภายใต้การมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความเต็มใจ

บทความก่อนหน้านี้รมว.ยุติธรรม จูงใจสิทธิพิเศษ ‘ลดหย่อนภาษี’ เอกชนลงทุนร่วมสร้างคุก
บทความถัดไป15 เยาวชนปลดแอก มาเก้อ! อัยการเลื่อนนัดฟังคำสั่งเป็น 24 ก.ย. เหตุสำนวนไม่เรียบร้อย