ฝ่ายค้านจ่อขอถกงบ 64 ถึง 19 ก.ย. หวั่นเวลาไม่เพียงพอ หลังมีส.ส.ขออภิปรายเพียบ

ฝ่ายค้าน จ่อขอถกงบ 64 ถึง 19 ก.ย. หลังมีสมาชิกขออภิปรายจำนวนมาก หวั่นเวลาไม่เพียงพอ

เมื่อวันที่ 16 กันยายน ที่รัฐสภา นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวกรณีการอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ว่า ฝ่ายค้านมีจำนวนผู้อภิปรายจำนวน 75 คน และบางคนมีการอภิปราย 3-4 มาตรา มาตราละ 7 นาที ฉะนั้นเรามีความกังวลเรื่องเวลา และหากประมาณการ 3 วัน อาจจะไม่เพียงพอ ดังนั้น จะมีการหารือกับทางรัฐบาลให้สมาชิกให้อภิปรายเต็มที่ จากเดิมที่จะจบไม่เกินวันที่ 18 กันยายนเวลา 24.00 น. ก็ไม่แน่ใจว่าจะเพียงพอหรือไม่ เพราะสมาชิกแสดงความจำนงจำนวนมากและประเด็นที่อภิปรายก็มีมากก็เช่นกัน

เมื่อถามว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า ถ้าอภิปราย 2 วันไม่พอก็จะต่อวันที่ 18 กันยายน นายสุทิน กล่าวว่า มีการกำหนดเช่นนี้ แต่เรากำลังจะสอบถามไปยังนายชวน ถึงกรอบเวลาที่กำหนด แต่เมื่อมาบริหารเวลาแล้วน่าจะลำบาก เพราะเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิกที่ยื่นความจำนงอภิปราย การนำเวลามาบล็อกไว้ก่อน ซึ่งที่ผ่านมาเคยทำ แต่ตอนนี้อาจจะไม่ใช่แล้ว

เมื่อถามว่า จะมีการขอเพิ่มวันอภิปรายวันเสาร์ที่ 19 กันยายน ใช่หรือไม่ นายสุทิน กล่าวว่า เรายังไม่บอกว่าขอเพิ่ม คงต้องบริหารจัดการเวลาไว้ก่อน เพียงแต่ต้องเกริ่นไว้ให้ทุกฝ่ายได้รับทราบ ว่าเวลาที่เรากำหนดไว้อาจไม่เพียงพอ ทั้งนี้หากบริหารเวลาที่มีอยู่ได้ก็จบ แต่หากทำไม่ได้จริงๆก็คงต้องพูดตามความเป็นจริง จึงขอให้เตรียมตัวไว้

เมื่อถามว่า หลายฝ่ายโทษสภาว่าพิจารณาช้า เป็นเหตุให้เลื่อนจ่ายงบประมาณปี 64 นายสุทิน กล่าวว่า หากช้าก็ช้าที่คนเสนอเข้ามา คือขั้นตอนของรัฐบาลที่เสนอเข้ามา แต่หากช้า 1 วันแล้วได้คุณภาพ ทำงบประมาณให้รอบคอบขึ้น คิดว่าสังคมน่าจะเข้าใจ

เมื่อถามถึงกรณีมีพรรครวมพลังประชาชาติไทย ออกมาแถลงคัดค้านทุกญัตติที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่ได้รับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 วรรคสอง นายสุทิน กล่าวว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ได้พิจารณาเหมือนพ.ร.บ.ทั่วไป ซึ่งรัฐธรรมนูญ จะมีกระบวนการบัญญัติที่ต่างออกไปคือให้จังหวะ โอกาส ความรอบคอบมากกว่า เช่น พ.ร.บ.ฉบับอื่นอาจพิจารณา 3 วาระได้ แต่รัฐธรรมนูญทำไม่ได้ และการพิจารณาต้องทิ้งจังหวะ ทิ้งเวลา นอกจากนี้รัฐธรรมนูญก็ต้องทำประชามติอยู่ดี ฉะนั้น จึงไม่ต้องไปฟังความคิดเห็นในรอบแรก

บทความก่อนหน้านี้นิธิ เอียวศรีวงศ์ | โจทย์ใหม่ตอบด้วยรัฐประหารไม่ได้
บทความถัดไป‘จุรินทร์’ เชื่อรัฐสภา คือทางออกหนึ่งของการเมืองปัจจุบัน ย้ำไทยควรเป็นสภาคู่