บช.ปส.เปิดปฏิบัติการ ยุทธการปิดฉากเครือข่าย ‘จูน บ่อดิน’ โค่นแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคกลาง

บช.ปส.เปิดปฏิบัติการ ยุทธการปิดฉากเครือข่ายจูน บ่อดิน โค่นแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ในภาคกลาง พบเงินหมุนเวียนเครือข่ายกว่า 1,000 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 15 กันยายน พล.ต.ท.วิสนุ ปราสาททองโอสถ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.วัชระ ทิพย์มงคล ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.บัณฑิต ทิศาภาค ผบก.สกส. พ.ต.อ.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผบก.ปส.3 นำชุดสยบไพรี บช.ปส. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นตามแผน สยบไพรี 63/19 “ปิดฉากเครือข่ายจูน บ่อดิน” เข้าจับกุม นายอานนท์ กิรัมย์ อายุ 21 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับข้อหาร่วมกันสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด กลางไร่ข้าวโพด ห่างจากบ้านพักที่ผู้ต้องหาอยู่เกือบ 1 กิโลเมตร ก่อนจับกุมตำรวจถึงบ้านพักนายอานนท์ พบว่าประตูบ้านถูกล็อกจากข้างนอก เมื่อเปิดประตูเข้าไปพบว่าพัดลมยังคงเปิดอยู่ลักษณะคล้ายกับผู้ต้องหาเพิ่งจะออกไปได้ไม่นาน ชุดสยบไพรีจึงนำโดรนขึ้นบินจนพบว่านายอานนท์วิ่งหลบหนีไปอยู่ในไร่ข้าวโพด เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังระหว่างทางพบรองเท้าเเตะสีเขียวกระจัดกระจาย เชื่อว่าผู้ต้องหารีบวิ่งหนีจนรองเท้าหลุด หนีไปเกือบ 1 กิโลเมตร สุดท้ายไม่รอดถูกจับตัวไว้ได้ เบื้องต้นนายอานนท์รับว่ารู้จักกับนายจิตพันธ์ มีเมือง หรือ จูน บ่อดิน อายุ 30 ปี หัวหน้าเครือข่ายนักค้ายาเสพติดใน จ.สิงห์บุรี แต่ปฏิเสธว่าไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ก็รับว่าจูน บ่อดิน เคยไหว้วานให้ไปโอนเงินผ่านตู้ธนาคารในจำนวนหลักหมื่นบาท สาเหตุที่ต้องหนี เพราะคนที่ร้านอาหารโทรศัพท์มาบอกว่าตำรวจมาหา ด้วยความตกใจ จึงคิดหนีไว้ก่อน

พล.ต.ท.ชินภัทรกล่าวว่า แม้จะยังปฏิเสธ แต่ชุดสืบสวนมีข้อมูลว่านายอานนท์เป็นมือขวาหรือลูกน้องคนสนิทของนายจิตพันธ์ ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางโดยเฉพาะ จ.สิงห์บุรี และลพบุรี ที่มีฉากหน้าขุดบ่อดิน และทำร้านอาหาร ก่อนถูกจับไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พบเงินหมุนเวียนเครือข่ายนี้กว่า 1,000 ล้านบาท นอกจากนี้นายอานนท์ยังมีพฤติกรรมต้องสงสัยขณะที่ผู้ต้องหาวิ่งหลบหนีการจับกุมโยนโทรศัพท์มือถือทิ้งเข้าไปในไร่ข้าวโพด ตำรวจจึงช่วยกันค้นหาเกือบ 1 ชั่วโมง และก็เจอโทรศัพท์มือถือสีดำ ปิดเครื่องตกอยู่บนดิน จึงเก็บมาเป็นหลักฐานและสืบสวนหาผู้เชื่อมโยงต่อ

นอกจากกำลังชุดสยบไพรีจับกุมเข้านายพรเทพ ภู่เจริญวณิชย์ ขณะบิณฑบาตอยู่ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จังหวัดสิงห์บุรี เนื่องจากอยู่ระหว่างบวชเป็นพระ ในข้อหาเดียวกันจากนั้นจึงนำตัวไปสึกจากการเป็นพระสงฆ์ เพื่อนำตัวไปดำเนินคดี และเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่ง ใน อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี เพื่อจับกุมนายอัจฉริยะ ชื่นชม โดยพบว่านายอัจฉริยะอยู่ภายในบ้าน ทั้งนายพรเทพและนายอัจฉริยะ ถือเป็นผู้ต้องหารายสำคัญของเครือข่ายยาเสพติด จูน บ่อดิน ทำหน้าที่หาลูกค้ายาเสพติด และดำเนินการเรื่องเงินค่ายาเสพติดให้กับจูน บ่อดินด้วย สำหรับนายจิตพันธ์ หรือ “จูน บ่อดิน” ถือเป็นนักค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง ที่สามารถรับยาเสพติดมาจากพื้นที่ชายแดนภาคเหนือได้ครั้งละจำนวนมาก ก่อนนำยาเสพติดมาเก็บไว้ในโกดัง จ.สิงห์บุรี จากนั้นจะให้เครือข่ายหาลูกค้าเพื่อกระจายยาเสพติดต่อ โดยทำมาตั้งแต่ปี 2553 จนถูกออกหมายจับเมื่อปี 2561 ก่อนจะถูกจับกุมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2563

สำหรับการเปิดปฏิบัติการ ปิดฉากเครือข่ายจูน บ่อดิน ในครั้งนี้ ปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง ทั้งหมด 34 จุด ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี/ ชัยนาท /ลพบุรี /สุพรรณบุรี /พิษณุโลก / เพชรบูรณ์ /เชียงใหม่ /สมุทรปราการ เเละกรุงเทพมหานคร รวม 34 จุด ผู้ต้องหาในเครือข่าย 26 ราย ถือเป็นการตัดวงจรเครือข่ายค้ายาเสพติดรายใหญ่ของภาคกลาง

บทความก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านตั้งท่า เตรียมสับงบ กลาโหม-คมนาคม ศึกถกงบ64 วาระ2
บทความถัดไปนิพิฏฐ์ แนะผู้บริหารมธ.รักษาจุดแข็งเรื่องเสรีภาพ พร้อมแนะนศ.การแสดงออกอย่างมีขอบเขต