เรือนจำหลายจังหวัด จัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องขัง ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวันเฉลิมฯ

เรือนจำหลายจังหวัด จัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องขัง ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในวันเฉลิมฯ

เมื่อวันที่ 15 กันยายน เรือนจำหลายจังหวัด จัดพิธีปล่อยตัวผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 ดังนี้

เรือนจำจังหวัดอุทัยธานี

พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2563 โดยมี นางสาววิพรพักตร์ ค่ายบุญศรี ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดอุทัยธานี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุทัยธานี หัวหน้าส่วนราชการ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี

เนื่องด้วย พระบาทสมเด็จพระจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยความเป็นอยู่และการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้งผู้ต้องขัง ซึ่งเมื่อพ้นโทษไปแล้วให้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพพึ่งพาตนเองได้ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ ในพื้นที่ขนาดเล็ก

โดยสามารถดำเนินการได้ในทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิด การฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เมื่อพ้นโทษออกไปภายนอก

ทั้งนี้ ได้มีผู้เข้ารับการอบรมของเรือนจำจังหวัดอุทัยธานี รุ่นที่ 1 จำนวน 78 คน เป็นผู้ต้องขังชาวไทย 77 คน ผู้ต้องขังชาวต่างชาติ 1 คน แยกเป็นชาย 66 คน หญิง 12 คน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายณรงค์ รักร้อย ผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานี เป็นผู้แทนพระองค์ในการมอบประกาศนียบัตร แก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ซึ่งเป็นความมือระหว่างกรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม และมอบใบบริสุทธิ์

ซึ่งถือว่าเป็นหนังสือสำคัญทางกฎหมายที่แสดงว่า ผู้ต้องขังผู้นั้นได้รับการปล่อยตัวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อสนองพระราชปณิธาน และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่เปิดโอกาสให้กลุ่มนักโทษเด็ดขาด ที่คาดว่าจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ และจะพ้นโทษในปี 2563 เกิดความภาคภูมิใจในสิ่งที่ตนได้ลงมือทำ เป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ผู้อื่น และไม่หวนกลับไปกระทำความผิดซ้ำอีก สมดังพระราชปณิธานคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน ต่อไป

เรือนจำจังหวัดอุทัยธานี

เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

นายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี เป็นประธานปิดการอบรมโครงการพระราชทาน”โดกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง”ให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จำนวน 2 รุ่น 200 คน ผู้ต้องขังชาวไทย 186 คนชาวต่างชาติ 14 คน ซึ่งได้ผ่านการอบรมมาแล้วในระหว่างวันที่ 1-14 กันยายนโดยมีนายนายกรีฑา แก้วเทศ ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนนทบุรี เข้าร่วมในพิธีการปิดอบรมและปล่อยตัวถูกต้องขัง

นายกรีฑา กล่าวว่า การอบรมโครงการพระราชทาน เป็นการประยุกต์ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน และสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก สามารถดำเนินการปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว ให้พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น โดยในระหว่างดำเนินการจะมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนทัศนคติ แนวความคิด ฝึกวินัย ลงมือปฏิบัติแก้ปัญหาจริงโดยในการจัดอบรม 14 วัน ได้แบ่งขั้นตอนการฝึกอบรมพึ่งตนเองด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง การแปลทฤษฎีเศรษฐกิพอเพียงสู่การปฏิบัติ การปฏิบัติในพื้นที่จริง ตามทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ได้รับความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้น้อมนำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด

เรือนจำจังหวัดนนทบุรี

ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ นายนฤทธิ์ มงคลศรี รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมอบประกาศนียบัตร และปิดโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง”ณ ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา มีนายสมพงศ์ สนิทมัจโร ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่สังกัดกรมราชทัณฑ์เข้าร่วม

โดย รองผู้ว่าราชการ จ.สงขลา ผู้แทนพระองค์ ได้อัญเชิญเกียรติบัตรใส่พานที่วางอยู่หน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและ มอบให้ผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการฯ 420 คน เข้ารับพระราชทาน ผู้ต้องขังได้กล่าวคำปฏิญาณตนต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการฝึกโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” ให้แก่ผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ ปี 63 จำนวน 420 ราย เพื่อให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่ขนาดเล็ก ได้ร่วมกันสร้างและจำลองต้นแบบการดำเนินงานด้านการเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามเงื่อนไขของอาณาเขตพื้นที่ที่กำหนดอันจะเป็นการพัฒนาศักยภาพ ทักษะอาชีพ การฝึกลักษณะนิสัยให้เป็นผู้ช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อน ตลอดจนสามารถนำไปประกอบการด้วยตนเองเป็นอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัวภายหลังพ้นโทษ

โครงการดังกล่าวจัดให้มีขึ้นวันที่ 1-14 ก.ย.63 มีผู้เข้าร่วมโครงการฯ 420 ราย การฝึกออกเป็น 3 ขั้นตอน ขั้นที่ 1 การอบรมพึ่งตนเองด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง 2 การแปลงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง สู่การปฏิบัติประกอบด้วย การออกแบบแนวความคิด การบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็ก การประยุกต์ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคมลงบนกระดาน การสร้างต้นแบบบนพื้นที่จำลอง และวางแผนการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อพอกินพออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น การปฏิบัติในพื้นที่จริง ตามทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน และขั้นที่ 3 การสรุปและประเมินผล

“การฝึกอบรมได้ดำเนินการเสร็จสิ้นครบถ้วนตามหลักสูตรเรียบร้อยแล้ว ผู้ต้องขัง 420 คน ผ่านการฝึกอบรมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ได้รับความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ได้น้อมนำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสานรักษาต่อยอดโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่างๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร ให้ผู้ต้องขังพึ่งพาตนเองได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด พัฒนา ต่อยอดภูมิปัญญาและองค์ความรู้ให้แก่ผู้อื่นสามารถคืนคนดีสู่สังคมอย่างยั่งยืน”

ทัณฑสถานบำบัดพิเศษสงขลา

เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายพัลลภ สิงห์เสนี ผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นประธานปิดโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง รุ่นที่ 1 คืนคนสู่สังคม ที่เรือนจำ จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้มีการฝึกโครงการพระราชทาน โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ให้ผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษประจำปี 2563 จำนวน 100 คน เป็นผู้ต้องชาวไทย 89 คน ผู้ต้องชาวต่างชาติ 11คน เพื่อให้ปรับเปลี่ยนทัศนคติ แนวความคิด ฝึกวินัย ลงมือปฏิบัติแก้ปัญหาได้จริง

จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดได้มอบเกียรติบัตรให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ ที่ผ่านการฝึกอบรม ซึ่งได้รับความรู้ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ น้อมนำพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ให้ผู้ต้องราชทัณฑ์พึ่งพาตนเองได้ มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ตลอดจนเกิดการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอด พัฒนาต่อยอดภูมิปัญญาและองค์ความรู้ ให้แก่ผู้อื่น สามารถคืนคนดีสู่สังคมได้อย่างยั่งยืน

เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
เรือนจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์
บทความก่อนหน้านี้‘สทน.’ แนะรัฐกระตุ้นเที่ยวในประเทศให้ถูกจุด เน้นใช้บริการผ่านทัวร์ หวั่นผู้ประกอบการปิดตายซ้ำอีก 35%
บทความถัดไป‘ทวี สอดส่อง’ รายงานตัวสภาฯ เป็นส.ส. ใหม่สังกัดพรรคประชาชาติ