ทองคำมีโอกาสราคาพุ่งอีก | ชูไทยฐานผลิตใหม่หลังโควิด | ไทยอันดับ 44 คิดค้นนวัตกรรม | ใช้จ่ายสารทจีนหดตัว

แฟ้มข่าว

ชูไทยฐานผลิตใหม่หลังโควิด

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า สถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกอย่างรุนแรง กระทบต่อการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) เชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่ได้รับความสนใจจากหลายประเทศในการย้ายฐานการลงทุนและฐานการผลิตเข้ามา โดยเฉพาะในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมที่เป็นนักลงทุนจากจีน ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ซึ่งไทยมีข้อได้เปรียบ 3 ด้านคือ เป็นจุดศูนย์กลางทางการค้า ด้านโลจิสติกส์ และศูนย์กลางด้านดิจิตอลในภูมิภาคโดยเฉพาะการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร การแปรรูปสินค้าเกษตร และเครื่องมือทางการแพทย์ ขณะที่ภาคการผลิตในประเทศเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เตรียมพร้อมในการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมทุกแห่ง เพื่อเป็นฐานการผลิตภาคอุตสาหกรรมในภูมิภาคอาเซียนสำหรับรองรับการย้ายฐานการผลิต (รีโลเคชั่น) ของนักลงทุนที่ตอบโจทย์ทุกการแข่งขัน พร้อมเตรียมโปรโมชั่นส่งเสริมการขายหรือเช่าที่ดินในนิคมอุตสาหกรรม และมีมาตรการช่วยเหลือนักลงทุน

ทองแพงดันส่งออกอัญมณี

นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า การส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับของไทยช่วง 7 เดือนปี 2563 มีมูลค่า 12,069.53 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 33.73% ปัจจัยทำให้การส่งออกเพิ่มขึ้นมาก มาจากการส่งออกทองคำสูงถึง 9,492.85 ล้านเหรียญ เพิ่มขึ้น 106.72% คิดเป็น 78.65% ของการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับ หากหักทองคำ การส่งออกมีมูลค่า 2,576.68 ล้านเหรียญ ลดลง 41.87% ปัจจัยเสี่ยงต่อการส่งออกอัญมณีและเครื่องประดับไทยช่วงที่เหลือปีนี้คงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ทั่วโลกอาจกลับมาระบาดรอบใหม่ ค่าเงินบาทแข็งค่า สงครามการค้าที่ต้องจับตาการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ

กล่อมแคนาดาลงทุนอีอีซี

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ได้หารือเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งแคนาดาประจำประเทศไทย โดยเชิญชวนให้นักลงทุนแคนาดาเข้ามาลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีสิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนที่น่าสนใจ รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ และหารือเกี่ยวกับโอกาสในการสร้างความร่วมมือกันในอนาคต เนื่องจากแคนาดาเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรรายใหญ่เช่นเดียวกับประเทศไทย แต่ผลิตสินค้าที่แตกต่างกัน ชวน”ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการผลิตสินค้าเกษตร และร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (พีพีพี) โดยแคนาดาจัดประชุมด้านการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่เป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน

เร่งตั้งกองทุนเยียวยาเอฟทีเอ

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศเปิดเผยว่า ปัจจุบันภาครัฐมีกลไกช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการจัดทำความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) 2 กลไก คือ กองทุนปรับโครงสร้างการผลิตภาคเกษตรเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของประเทศ และโครงการช่วยเหลือเพื่อการปรับตัวของภาคการผลิตและภาคบริการที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า แต่ยังไม่ตอบโจทย์ความต้องการเท่าที่ควร จึงต้องการปรับปรุงต่อไป โดยกระทรวงพาณิชย์ตั้งคณะทำงานพิจารณาแนวทางการพัฒนากองทุนช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า โดยเดือนพฤศจิกายน กรมจะรวบรวมผลการศึกษาและผลการระดมความเห็นจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เสนอคณะทำงานเดือนธันวาคมนี้

ไทยอันดับ 44 คิดค้นนวัตกรรม

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยรายงานการประเมินดัชนีนวัตกรรมโลก (Global Innovation Index: GII 2020) ประจำปี 2563 จัดทำขึ้นโดยองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก (WIPO) ร่วมกับมหาวิทยาลัยคอร์เนลของสหรัฐ และ European Institute of Business Administration (INSEAD) ภายใต้แนวคิดหลักใครคือผู้ลงทุนนวัตกรรม เพื่อจัดอันดับการส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมของประเทศต่างๆ ทั้งการลงทุนแบบดั้งเดิมและการลงทุนแนวใหม่ที่ส่งผลต่อการพัฒนาสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับการสร้างสรรค์นวัตกรรม โดยประเทศไทยถูกจัดให้มีความสามารถด้านนวัตกรรมในอันดับที่ 44 จาก 131 ประเทศทั่วโลก เนื่องจากมีปัจจัยทางตลาดที่ดี และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยถือเป็นลำดับ 4 ของกลุ่มประเทศรายได้ปานกลางระดับสูง และเป็นลำดับ 10 ของกลุ่มประเทศอาเซียน เอเชียตะวันออก และโอเชียเนีย

โควิดฉุดใช้จ่ายสารทจีนหดตัว

นายวชิร คูณทวีเทพ ผู้อำนวยการสถาบันยุทธศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ประเมินบรรยากาศการใช้จ่ายช่วงสารทจีนปี 2563 ความคึกคักน่าจะลดลงกว่าปีก่อน จากหลายปัจจัยคือการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 กระทบต่อรายได้และเศรษฐกิจติดลบสูง ความกังวลต่อรายได้และการเลิกจ้างในอนาคต อีกทั้งวันสารทจีนตรงกับกลางสัปดาห์และมีวันหยุดยาวช่วงวันที่ 4-7 กันยายนนี้ทำให้เงินซื้อของไหว้โยกไปใช้จ่ายช่วงวันหยุดยาวแทน เกรงว่าเงินสะพัดสารทจีนอาจติดลบเป็นปีแรก ทั้งนี้ การใช้จ่ายช่วงวันไหว้สารทจีนปี 2562 ที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจไว้มีเงินใช้จ่ายสะพัด 2,998 ล้านบาท ขยายตัว 7.6%

ชี้ทองคำมีโอกาสราคาพุ่งอีก

นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (วายแอลจี) เปิดเผยว่า ทิศทางราคาทองคำเดือนกันยายน มีทิศทางปรับฐานลงหลังจากราคาพุ่งสูงสุดใหม่ตลอดเดือนสิงหาคม อยู่ที่ 30,400 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ราคาทองสปอตลดลงมาอยู่ที่ 1,933.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ แต่มองว่าเป็นการปรับฐานรอการปรับขึ้นช่วงที่เหลือของปีนี้ยังมีโอกาสที่ทองคำสปอตแตะ 2,000 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ ก็จะทำให้ราคาทองในประเทศดีดกลับไปสูงขึ้นอีกครั้ง ซึ่งแนวโน้มราคาทองคำจะยังผันผวนแต่เป็นขาขึ้น จากหลายปัจจัยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะเศรษฐกิจหดตัว การแพร่ระบาดโควิดอีกครั้ง

การลงทุนอื่นๆ ทั้งหุ้น กองทุน ตราสารหนี้ หันมาลงทุนทองคำลดความเสี่ยง ปัจจัยต้องติดตามเดือนกันยายน คือผลประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) วันที่ 15-16 กันยายนนี้

บทความก่อนหน้านี้เมื่อวันนอร์ ลาออก กับก้าวต่อไปประชาชาติ ทั้งในและนอกสภา
บทความถัดไป‘หมอสุกิจ’ เผยกรอบเวลาถกงบ 64 ต้องเสร็จไม่เกินเที่ยงคืน พร้อมรับมือหากม็อบบุกสภา