ส.อ.ท.ชงพักหนี้-จ่ายดอก 10% ดึงบิ๊กธุรกิจจ่ายเร็วช่วยเอสเอ็มอี

เมื่อวันที่ 14 กันยายน สัปดาห์นี้จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 (ศบศ.) มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธาน นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมาว่า ส.อ.ทเตรียมเสนอให้มีการขยายเวลาพักชำระหนี้แก่เอสเอ็มอีที่มีปัญหาหลังเกิดโควิด-19 เป็นเวลา 2 ปี เพื่อให้ธุรกิจเอสเอ็มอีสามารถประคองกิจการต่อไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบันที่โควิด-19ยังอยู่ทั่วทั้งโลก โดยรูปแบบการพักหนี้จะยืดหยุ่นจากเดิมส.อ.ท.เสนอให้เว้นเงินต้นและดอกเบี้ยช่วง 6 เดือนแรก และ1ปีครึ่งเว้นเงินต้นแต่จ่ายดอกเบี้ยปกติ ปรับเป็น ช่วง 6 เดือนแรกเสนอเว้นเงินต้น แต่ขอจ่ายดอกเบี้ยอัตรา 10% และช่วง 1 ปีครึ่งเว้นเงินต้น ส่วนดอกเบี้ยจะขอจ่ายเป็นขั้นบันได

“สำหรับข้อเสนอให้รัฐบาลกู้เพิ่มอีก 1 ล้านล้านบาทจะไม่เสนอศบศ.เพราะแนวคิดที่ส.อ.ท.มีความเห็นมาระยะหนึ่งแล้ว เพราะเห็นว่าเป็นนโยบายเซฟโซนที่รัฐบาลควรทำ อยู่ที่การพิจารณาของรัฐบาล ถือเป็นเสียงสะท้อนหนึ่ง เข้าใจดีว่ามีทั้งผู้สนับสนุนและต่อต้าน ในมุมของส.อ.ท.มองว่าการเป็นหนี้แต่ไม่เจ๊งดีกว่าไม่มีหนี้แล้วเจ๊ง” นายสุพันธุ์กล่าว

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามขณะนี้ส.อ.ท.มีแนวคิดจะขอความร่วมมือบริษัทใหญ่ที่เป็นสมาชิกส.อ.ท. เป็นบริษัทใหญ่ที่แข็งแรง ให้ช่วยเอสเอ็มอีที่เป็นลูกค้าของตนเอง ด้วยการจ่ายหนี้ให้เร็วขึ้น ในรูปแบบการเข้าชื่อร่วมกัน และประกาศให้สาธารณชนรับทราบ เพราะมุมส.อ.ท.มองว่าการขอให้รัฐบาลจ่ายเงินช่วยเหลือ หรือมีมาตรการต่างๆช่วยเร็วขึ้น ในมุมเอกชนเองก็ควรเอสเอ็มอีเช่นกัน วันนี้เอกชนรายใหญ่ควรจ่ายหนี้ให้กับซัพพลายเออร์ที่เป็นเอสเอ็มอีไม่ควรเกิน 30 วัน เป็นเวลา 1 ปี จากปัจจุบันเอกชนรายใหญ่หลายรายมักจ่ายหนี้ให้เอสเอ็มอีนาน 2-3 เดือนเลยทีเดียว ขณะเดียวกันหากเอกชนเองเป็นเจ้าหนี้ของเอสเอ็มอีก็ควรยืดอายุหนี้ให้ด้วย โดยจะดึงทุกบริษัทที่พร้อมให้ความร่วมมือ

“หลังจากนี้ส.อ.ท.จะขอความร่วมมือ โดยบริษัทผมจะทำเป็นตัวอย่าง จะช่วยเอสเอ็มอี ช่วยกลุ่มที่เจอปัญหาโควิด-19 จนกระทบกิจการ เรื่องนี้สำคัญเพราะเราขอให้รัฐบาลช่วยยืดหนี้เอสเอ็มอี แต่บริษัทเอกชนขนาดใหญ่เองก็ต้องช่วยเอสเอ็มอีเช่นกัน ทั้งนี้ทราบว่าปัจจุบันมีเอกชนรายใหญ่บางรายเริ่มทำแล้ว ช่วยซัพพลายเออร์แล้ว แต่ไม่มีประกาศออกมาใครจะรู้ ดังนั้นต้องประกาศให้ทุกฝ่ายรับรู้ เพื่อสร้างการตื่นตัว”นายสุพันธุ์กล่าว

นายสุพันธุ์ กล่าวว่า สำหรับการจ้างงานนักศึกษาจบใหม่ที่ภาครัฐเตรียมจ่ายเงินค่าจ้างครึ่งหนึ่งจากค่าจ้างจริง ถือเป็นเรื่องดี พร้อมสนับสนุน เป็นการเปิดโอกาสช่วยเด็กจบใหม่ ส่วนรายละเอียดการช่วยเหลือจากภาครัฐต้องติดตามอีกครั้ง ซึ่งระบบการจ้างงานสามารถเช็คได้หมดว่ามีเด็กจบใหม่กี่คน ได้งานทำกี่คน อย่างการกำหนดอายุไม่เกิน 25 ปี ต้องจบการศึกษาภายในปีที่กำหนด ในส่วนของส.อ.ท.จะมีการหารือกันภายในกับสมาชิกว่าแต่ละบริษัทจะสามารถรับนักศึกษาได้กี่ตำแหน่ง

บทความก่อนหน้านี้กขค.งัดกฎเหล็กคุมล้งผลไม้ ป้องเกษตรกรถูกเอาเปรียบ
บทความถัดไปตรวจเข้มชายแดนแม่สอด ขณะที่เมียนมาพบป่วยโควิดเพิ่ม 233 ราย