‘แรงงานนอกระบบ’ค้านขึ้นค่าแรง 410 บาท ชี้ค่าครองชีพจะขึ้นตาม แนะลดค่าไฟ-น้ำ-เชื้อเพลิง บรรเทาได้มากกว่า

เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม นางชรีพร ยอดฟ้า ประธานชมรมอาสาสมัครแรงงานจังหวัดพะเยา กล่าวว่า กรณีที่ทางกลุ่มผู้ใช้แรงงานในระบบมีการเรียกร้องขอให้ขึ้นค่าแรงงานรายวัน วันละ 410 บาท ภายใน 3 ปีนั้น โดยส่วนตัวในฐานะกลุ่มของผู้ใช้แรงงานนอกระบบ มองว่านโยบายดังกล่าวมีแต่ผลเสีย เพราะเมื่อค่าแรงขึ้นค่าครองชีพก็จะสูงขึ้นตามทันที คนที่เดือดร้อนอย่างมากคือประชาชนที่เป็นแรงงานนอกระบบ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาสจะยิ่งทุกข์หนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่ต้องมีภาระดูแลผู้พิการจะยิ่งลำบาก เพราะสิ่งของที่จำเป็นต้องใช้แพงขึ้นทุกอย่าง ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้แล้วหมดไป คือการเพิ่มรายจ่ายถาวร ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าแก๊สหุงต้ม ยกขบวนกันขึ้นราคา เช่นนี้แล้วจะให้ประชาชนอยู่อย่างมีความสุขได้อย่างไร ทางออกเฉพาะหน้าที่จะช่วยบรรเทาได้คือ ปรับลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าแก๊สหุงต้ม ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ถือเป็นการช่วยลดค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อยด้วย

ปธ.ชมรม อส.แรงงานฯ กล่าวต่อว่า มาตรการด้านราคาสินค้าเกษตร แม้รัฐบาลจะดูแลเรื่องราคาสินค้าเกษตรให้มีราคาดีตามที่เกษตรกรต้องการอาจจะช่วยได้บ้างแต่คงไม่ทั้งหมด กลุ่มเกษตรกรอาจจะรู้สึกดีขึ้น แต่กับกลุ่มคนด้อยโอกาสจะทำอย่างไร คนพิการผู้สูงอายุต้องทนแบกรับไม่ไหว ต้องคิดให้กว้างและรอบคอบเพราะตอนนี้ประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ อีกทั้งราคาผลผลิตทางเกษตรราคาก็ไม่แน่นอน ขณะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคราคาขึ้นแล้วไม่เคยลง

“รัฐไม่เคยควบคุมราคาสินค้าได้ ราคาน้ำมันก็ควบคุมไม่ได้ แรงงานนอกระบบคือคนที่ไม่มีนายจ้าง ชาวไร่ ชาวนา กลุ่มอาชีพอิสระจะได้รับความเดือดร้อนมากๆ ตอนนี้ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำก็ขึ้นแล้ว แม้แต่ก๋วยเตี๋ยวชามละ 30-50 บาท แต่รายได้ไม่มี ขายข้าวไม่ได้ราคา อีกไม่นานชาวนาจะตายไปเองเพราะเป็นหนี้มาก เงินไร่ละ 800 คงไม่ได้ช่วยอะไร ดังนั้น ค่าแรงขึ้นมากเท่าไหร่ก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา เพราะคนที่ได้รับค่าแรงเพิ่มมีไม่มากเฉพาะในระบบเท่านั้น และยังทำไห้ผู้ประกอบการประสบปัญหา มองแล้วคือประสบปัญหาทั้งระบบ ดังนั้น ฝากให้รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ” นางชรีพรกล่าว

ขอบคุณมติชนออนไลน์

บทความก่อนหน้านี้มทภ.4 สั่งหน่วยข่าว เช็ก ไอเอสติดอาวุธหนีเข้าไทย
บทความถัดไปคลุกวงใน : เสียง “คำราม” ในสนามเทนนิส