‘โจ ไบเดน’ เลือก ‘คามาลา แฮร์ริส’ คู่หาเสียงชิงตำแหน่งรอง ปธน.

วันที่ 12 สิงหาคม 2563 ข่าวสดออนไลน์ รายงานอ้างข้อมูลจาก เอพี ระบุว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครตสู้ศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ได้เลือกคู่หาเสียงผู้ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีแล้ว คือ นางคามาลา แฮร์ริส อายุ 55 ปี ส.ว.รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นเป็นสตรีผิวสีคนแรกที่ได้รับโอกาสนี้

นายไบเดนโพสต์ข้อความแจ้งผลการตัดสินใจทางทวิตเตอร์ ว่า “เป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เลือก @คามาลาแฮร์ริส นักสู้ไร้ความกลัวต่อบุรุษ และเป็นผู้ทำงานรับใช้ประเทศอย่างดีเยี่ยม มาเป็นคู่สู้ศึกกับผม เมื่อพวกเรา ร่วมกับท่าน เราจะเอาชนะทรัมป์ได้”

สำหรับ นางแฮร์ริส เป็นสมาชิกที่โดดเด่นของพรรคเดโมแครต เคยเป็นคู่แข่งของ นายไบเดน ในศึกคัดเลือกตัวแทนพรรคเดโมแครตไปแข่งขันกับ นายทรัมป์ มาก่อน

ขณะที่ นายไบเดน เคยเป็นรองประธานาธิบดีสองสมัย 8 ปี ในยุค นายบารัก โอบามา เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เขาประกาศว่าจะเลือกผู้หญิงมาเป็นผู้ท้าชิงเก้าอี้รองประธานาธิบดี เพื่อช่วยลดความคับข้องใจในหมู่สมาชิกเดโมแครต ที่เห็นว่าการสู้ศึกประธานาธิบดีกลายเป็นเวทีแข่งขันระหว่างผู้ชายผิวขาวที่อายุเกิน 70 ปี

นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังไม่เคยมีผู้หญิงดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี หรือแม้แต่รองประธานาธิบดีเลย แม้จะมีผู้หญิงเป็นคู่ชิงในฐานะรองประธานาธิบดีมาแล้ว คือ เจอรัลดีน เฟอร์ราโร พรรคเดโมแครต เมื่อปี 1984 และ ซาราห์ เพ-ลิน พรรครีพับลิกัน ปี 2008 แต่ทั้งคู่ต่างพ่ายแพ้ไป

สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีปีนี้ รองประธานาธิบดีจะมีบทบาทเด่นชัดขึ้น เพราะหาก นายไบเดนชนะการเลือกตั้ง จะมีอายุถึง 78 ปี เมื่อสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมปีหน้า เป็นผู้นำสูงอายุที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐ และ นายไบเดนเองก็ไม่มีแววว่าจะลงรั้งตำแหน่งสมัยสองในปี 2024 ได้ ดังนั้นรองประธานาธิบดีจะมีโอกาสเป็นตัวแทนพรรคในปีนั้น

ทั้งนี้ คามาลา หรือ กมลา เทวี แฮร์ริส เกิดที่เมืองโอกแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย พ่อเป็นชาวจาเมเกา แม่เป็นชาวอินเดีย เธอได้รับเลือกเป็นอัยการเขต ซานฟรานซิสโก ปี 2003 มีบทบาทและผลงานในโครงการช่วยเยาวชนที่เคยทำผิดข้อหาเกี่ยวกับยาเสพติดสถานเบา และแก้ปัญหานักเรียนนักศึกษาละทิ้งโรงเรียน

ต่อมาปี 2010 ได้รับเลือกให้เป็น อัยการสูงสุดรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรก และเป็นคนผิวสีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้ จากนั้นปี 2016 ได้รับเลือกเป็น ส.ว.

นอกจากนี้ ยังมีบทบาทโดดเด่นในการไต่สวนเจ้าหน้าที่รัฐบาลนายทรัมป์ รวมถึงการตั้งคำถามเค้น นายวิลเลียม บาร์ รมว.ยุติธรรม ว่า เคยถูกนายทรัมป์หรือเจ้าหน้าที่คนใด บีบให้สอบสวนบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะหรือไม่

ปี 2019 นางแฮร์ริส ยังคยร่วมสู้ศึกชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครต ด้วยคำขวัญ “คามาลา แฮร์ริส เพื่อประชาชน” ถือเป็นผู้สมัครที่โดดเด่นแถวหน้า การปราศรัยครั้งแรกที่โอกแลนด์ มีผู้เข้าฟังมากถึง 20,000 คน แต่ในเดือนธันวาคม ปีเดียวกัน ส.ว.หญิงผู้นี้ ได้ถอนตัวจากการแข่งขัน โดยให้เหตุผลว่า แรงสนับสนุนยังไม่พอและไม่มีทุนพอที่จะสู้ศึกต่อไป

บทความก่อนหน้านี้หน.ฝ่ายค้านเบลารุส “หนีออกนอกประเทศ” หลังถูกคุมตัว-จี้สอบผลเลือกตั้งส่อโกง
บทความถัดไปสมเด็จพระราชาธิบดีฆวน การ์ลอส กษัตริย์ผู้เปลี่ยนสเปนเป็นประชาธิปไตย สู่ผู้ลี้ภัยหนีคดี