‘พรเพชร’ เด้งรับสั่งถอดเทปชุมนุม หลัง ส.ว.รุมอัดม็อบ มธ. ‘สมชาย’ ยุ รบ.ใช้ไม้แข็งจัดการ

‘พรเพชร’ เด้งรับ สั่งถอดเทปชุมนุม หลัง ส.ว.รุมอัดม็อบ มธ. ‘สมชาย’ ออกใบเสร็จ รบ.ใช้ไม้แข็งจัดการ ‘คำนูณ’ ชงเปิดประชุมรัฐสภาแบบไม่ลงมติ อภิปรายหาทางออก หวั่นบานปลายซ้ำรอย 6 ตุลา-พฤษภา 35 ด้าน ‘วันชัย’ ชี้ถ้าหาทางออก รปห.แน่

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาที่มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมได้เปิดให้สมาชิกหารือ โดยนายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. หารือว่า รู้สึกอึดอัด คับข้องใจ และเชื่อว่าประชาชนก็ตกอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกัน หลังจากติดตามข่าวการชุมนุมทางการเมือง 3 ครั้งในรอบ 7 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วันที่ 9 สิงหาคม ที่จังหวัดเชียงใหม่ และล่าสุด วันที่ 10 สิงหาคม ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และยิ่งอึดอัดยิ่งขึ้นเมื่อทราบว่าในตอนจบจะมีการประกาศชุมนุมในลักษณะเดียวกันในวันที่ 12 สิงหาคม ที่สวนลุมพินี ซึ่งอยู่ใกล้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ก่อนจะถึงวันชุมนุมที่กำหนดไว้ วันที่ 16 สิงหาคม

นายคำนูณกล่าวว่า ต้องยอมรับว่าการชุมนุมเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา มีเนื้อหารุนแรงที่สุดเท่าที่เคยฟังมาในชีวิต มีข้อเรียกร้องที่ไม่มีคนไทยคนไหนเรียกร้องในการชุมนุมสาธารณะ เพราะเลยเถิดเกินการขับไล่รัฐบาล เกินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือยกร่างใหม่ทั้งฉบับ และชวนให้คิดได้ว่าการไม่ยอมรับเพียงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยขอแต่เพียงยกร่างใหม่ทั้งฉบับนั้นเป้าหมายสูงสุดคืออะไร สรุปคือเกินขอบเขตการต่อสู้ทางการเมืองตามปกติที่คนไทยเคยเห็น นอกจากนั้น การชุมนุมดังกล่าวเป็นการชุมนุมที่บางช่วงนำประเพณีปฏิบัติที่สืบทอดมายาวนานด้วยความเคารพศรัทธาสูงสุดของคนทั้งประเทศมาล้อเลียนบนเวที และยังเป็นการร่วมกระทำการของผู้ต้องหา 2 คน ที่เพิ่งได้รับการประกันตัวออกมา อันมีลักษณะเข้าข่ายผิดเงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราว และยังมีการไลฟ์สดของผู้ที่หลบหนีคดีอยู่ในต่างประเทศ ที่เป็นฮีโร่ของเยาวชนจำนวนหนึ่ง ซึ่งเคยกล่าวในอดีตทำนองว่าประเทศนี้ต้องลงเอยด้วยความรุนแรงและสงครามกลางเมือง

“มีคำถามมากมายว่าเราจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้หรือ ทราบว่าเรื่องนี้เป็นความยากลำบากในการบริหารจัดการของรัฐบาล การใช้กฎหมายเคร่งครัดสถานเดียวและการใช้การเมืองก็เข้าทางเขา ดังนั้น ต้องใช้กฎหมายและมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป แต่ทราบความยาก จึงขอหารือผ่านประธานวุฒิสภาไปยังนายกรัฐมนตรี ให้ใช้ตัวช่วยตามระบบการเมืองที่มีอยู่ดำเนินมาตรการทางการเมืองควบคู่กันไป โดยเสนอให้รัฐบาลดำเนินมาตรการทางการเมืองด้วยการรับฟังความเห็นข้อเสนอจากสมาชิกรัฐสภาอย่างเป็นกิจจะลักษณะ ด้วยการขอเปิดอภิปรายทั่วไปของรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 โดยเร็ว แม้สมาชิกของทั้ง 2 สภาจะมีความเห็นหลากหลายแตกต่างกันในหลายกรณี แต่เชื่อว่าทั้ง 2 สภามีความเห็นร่วมกันว่าการกระทำบางอย่างของผู้ชุมนุมบางคนในการชุมนุม 3 ครั้งที่ผ่านมาเกินขอบเขตที่ควรจะเป็นไป ทำให้ข้อเรียกร้องปกติของประชาชนส่วนใหญ่ต้องถูกทำให้เสียหาย สุ่มเสี่ยงจุดชนวนความรุนแรง ซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 อันจะสร้างแผลลึกส่งต่อลูกหลานต่อไป โดยเฉพาะในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้จะซ้ำเติมประเทศไทยจมดิ่งลงสู่หุบเหวแห่งหายนะ หากแก้ไขไม่ทันจะเกิดเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่า 6 ตุลา ภาค 2 ขึ้นมาในเร็วๆ นี้ และหากถึงวันนั้นรัฐสภาและรัฐธรรมนูญยังคงอยู่ก็แก้ไม่ได้” นายคำนูณกล่าว

ด้าน นายสมชาย แสวงการ ส.ว. หารือว่า การชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และก่อนหน้านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นคือการจาบจ้วงล่วงละเมิดเกินเลยกว่าที่จะรับได้ สิ่งที่คนไม่กี่คนชักจูงสังคมไทยไปถึงจุดขัดแย้ง เกินกว่าที่คนไทย 70 ล้านคน จะรับได้จากคนไม่กี่ร้อย ไม่กี่พันคนปลุกระดมความคิด ผ่านกระบวนการล้มสถาบันจากในและนอกประเทศ การชุมนุมเกินเลยกว่าการเรียกร้องยุบสภา ขับไล่ ส.ว.และล้มรัฐธรรมนูญ แต่เป็นการกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 116 ชัดเจน ในเรื่องกระทำการกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดจะก่อความไม่สงบเพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นเดินซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี ตนเห็นว่าต้องเร่งแก้ปัญหา ถ้าจะจบในรุ่นเราก็พร้อมจะจบ เพราะเขากำลังเอาเด็กนักเรียนนักศึกษา ซึ่งก็คือลูกหลานเราเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็ก คนที่อยู่เบื้องหลังเป็นอีแอบไม่กล้าออกมาเผชิญความจริง ทั้งที่จงใจและอยู่เบื้องหลังการล้มสถาบัน สิ่งที่ยั่วยุวันนี้ต้องการให้เกิดเหมือน 6 ตุลา 19 และพฤษภา 35” นายสมชายกล่าว

นายสมชายกล่าวต่อว่า ขอเสนอให้ใช้ไม้แข็งดำเนินการกับหัวโจกชุมนุม คือให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สอบเส้นทางการเงินที่สนับสนุนการชุมนุมทั้งหมด เพราะมีการใช้จอแอลอีดี ค่าเช่ามูลค่าหลายแสนบาท ให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ปอท.ดำเนินการจัดการสื่อสารทางโซเชียลต่อผู้กระทำผิดเผยแพร่โฆษณาโดยเร็ว และให้ตำรวจดำเนินการถอนประกันนายอานนท์ นำภา และไมค์ ระยอง เพราะผิดเงื่อนไขการประกัน เนื่องจากได้ตรวจสอบคลิปวิดีโอแล้วพบว่ามีการพูดจาบจ้วงชัดเจน ซึ่งเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานอยู่แล้ว

นายสมชัยกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ขอให้อธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่งที่จะจัดการชุมนุมรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากการชุมนุม เพราะการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รองอธิการบดีออกมาขอโทษไม่เพียงพอ ซึ่งต่อจากนี้หากมีการชุมนุมทั้งอธิการบดี และผู้บริหารต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่ชุมนุมเกินขอบเขต และขอให้สื่อหยุดสื่อสารข่าวสารของการชุมนุมเพราะทำให้การชุมนุมที่มิชอบฮึกเหิมและบานปลาย รวมทั้งขอให้กระทรวงการต่างประเทศประสานไปยังประเทศญี่ปุ่นที่นายประวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ และประเทศที่นายสมศักดิ์ เจียมธีรสกุล อยู่ ซึ่งทั้ง 2 คนก่อตั้งรอยัลมาร์เก็ตเพลส ที่ปลุกระดมมวลชนผ่านเครือข่ายและวิดีโอคอนเฟอเรนซ์มายังกลุ่มผู้ชุมนุมเวทีธรรมศาสตร์ จึงขอให้กระทรวงการต่างประเทศประท้วงและแจ้งไปว่าคนไทยไม่ยินยอมให้ใช้ประเทศเหล่านั้นให้ร้ายสถาบันของไทย

“ถ้ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ไม่ใช้ไม้แข็ง ไม้นวมและอ้อมกอดที่ดี ต้องเปิดเวทีให้นักศึกษาที่ต้องการแสดงความเห็นตรงไปตรงมาเรื่องการเมืองตามระบอบประชาธิปไตย รวมทั้งเปิดเวทีให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ประธานสภา ประธานวุฒิสภาและคณะกรรมาธิการทั้งหมดของทั้งสองสภาร่วมประชุมกับอธิการบดีมหาวิทยาลัยทุกแห่ง ประธานสภาอาจารย์ทุกสถาบัน นายกองค์การนิสิต นักศึกษา จัดเวทีหาทางออกประเทศไทย และทางการเมือง แต่ต้องไม่มีเรื่องจาบจ้วง และข้อเสนอ 10 ข้อของกลุ่มผู้ชุมนุมที่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะประชาชนไม่มีทางยินยอม” นายสมชายกล่าว

จากนั้น นายพรเพชรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่รีบถอดเทปข้อหารือดังกล่าวโดยด่วนเพื่อส่งไปยังรัฐบาลพิจารณาตามข้อเสนอนี้ต่อไป

ต่อมา นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า ขณะนี้สถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักเรียน นักศึกษาเริ่มรุนแรงยิ่งขึ้น มีการแบ่งฝักฝ่ายแตกกันชัดเจน โดยเฉพาะเหตุการณ์ชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เมื่อคืนวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ถือเป็นจุดเดือด แตกหักทั้งภาพ เสียง เอกสาร แสดงออกชัด ถ้าคนในชาติแตกกันประเทศจะหายนะ อุบัติเหตุทางการเมืองไม่น่าจะเกิดในบางครั้งแต่ก็เกิด เชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการรัฐประหารใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ ทุกคนมีเป้าหมายเดินไปสู่ประชาธิปไตย และมีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่ต้องยอมรับว่ามีคนบางกลุ่มไม่เยอะนัก เป็นบ่อนทำลายสร้างภัยคุกคามทั้งในและต่างประเทศ เป็นขบวนการ เชื่อว่าการเคลื่อนไหวของนักศึกษาปฏิเสธกระบวนการทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ แต่มีคนบางกลุ่มอาศัยจังหวะโอกาสสอดแทรกในการเคลื่อนไหวดังกล่าว จึงขอให้ผู้มีอำนาจแก้ไขปัญหาบ้านเมืองจับกุมคุมขัง ใช้อำนาจเด็ดขาดกับคนกลุ่มนี้ เพราะทำผิดกฎหมายชัดเจน

“สิ่งที่เกิดขึ้นขณะนี้เป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องร่วมมือกันแก้ปัญหาประเทศ จึงขอสนับสนุนให้ใช้เวทีรัฐสภา ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 165 มาแก้ปัญหา เพื่อใช้เวทีรัฐสภาแลกเปลี่ยนความเห็นทั้งทางรัฐศาสตร์ นิติศาสตร์และการเมือง มาแก้ปัญหาร่วมกันดีกว่าให้บ้านเมืองเกิดอุบัติเหตุ ไปสู่จุดที่ไม่คาดหวัง จึงอยากให้นายกฯใช้เวทีรัฐสภาเป็นกลไกแก้ปัญหาบ้านเมือง” นายวันชัยกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ดีเอสไอเห็นแย้งอัยการ คดีฆ่าบิลลี่ ส่งสำนวนให้ อสส.พิจารณา
บทความถัดไป‘สตีเวน มนูชิน’ ขู่ถอดบริษัทจีนออกจากตลาดหุ้นสหรัฐ ในปี 2022