ทุเรียนไทยไปจีนพุ่ง 140% แนะผู้ส่งออกใช้ FTA อาเซียน-จีน หนุน

วันที่ 11 สิงหาคม 2563 นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบให้กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ติดตามสถานการณ์การส่งออกของไทย และการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ในช่วงวิกฤตโควิด-19 โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นเศรษฐกิจสำคัญของประเทศและรายได้หลักของเกษตรกรไทย พบข่าวดี ไทยยังคงครองแชมป์ประเทศผู้ส่งออกทุเรียนอันดับหนึ่งของโลก ได้รับความนิยมสูงสุดในตลาดต่างประเทศ โดยทุเรียนสดมีสัดส่วนการส่งออก 69% ของการส่งออกผลไม้สดทั้งหมดของไทย ซึ่งในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย. 2563) ไทยส่งออกทุเรียนสดไปตลาดโลก พุ่งถึง 1,411 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวจากช่วงเดียวกันของปี 2562 ถึง 73% โดยจีนถือเป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของไทย มีมูลค่า 1,022 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 73% ของการส่งออกทุเรียนสดทั้งหมด ขยายตัวกว่า 140% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 ตามด้วยฮ่องกง มูลค่า 207 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 15% ขยายตัว 34% และอาเซียน มูลค่า 164 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนแบ่งตลาด 12% ขยายตัว 25% (เวียดนามเป็นตลาดส่งออกหลัก)

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่า เอฟทีเอมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้การส่งออกทุเรียนของไทยเติบโตได้ดี เนื่องจากช่วยให้ประเทศผู้นำเข้าที่เป็นคู่ค้าสำคัญของไทย ไม่เก็บภาษีนำเข้ากับทุเรียนไทย จึงทำให้ได้แต้มต่อในการแข่งขันกับคู่ค้าจากประเทศอื่น ทั้งนี้ ปัจจุบัน 17 ประเทศคู่เอฟทีเอของไทย ได้แก่ อาเซียน 9 ประเทศ จีน ฮ่องกง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อินเดีย ชิลี และเปรู ได้ยกเว้นภาษีนำเข้าทุเรียนสดให้ไทยแล้ว เหลือเพียงเกาหลีใต้ที่ยังเก็บภาษีนำเข้าทุเรียนจากไทย 36% ส่งผลให้ในช่วงครึ่งปีแรก (ม.ค. – มิ.ย. 2563) ไทยส่งออกทุเรียนสดไปประเทศคู่เอฟทีเอ รวม 1,396 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็น 99% ของการส่งออกทุเรียนไทยทั้งหมด ขยายตัว 74% จากช่วงเดียวกันของปี 2562

“เมื่อพิจารณาสถิติการส่งออกโดยใช้สิทธิประโยชน์จากเอฟทีเอ พบว่าทุเรียนมีการขอใช้สิทธิประโยชน์ส่งออกสูงเป็นอันดับต้น โดยเฉพาะในปี 2562 การส่งออกทุเรียนสดไปจีนมีการขอให้สิทธิเอฟทีเออาเซียน-จีน สูงเป็นอันดับที่ 1 เมื่อเทียบกับสินค้าที่ส่งออกไปจีนทั้งหมด คิดเป็นสัดส่วนเต็ม 100% ของมูลค่าการส่งออกทุเรียนสดไปจีนทั้งหมด ดังนั้น เกษตรกรและผู้ประกอบการควรให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานสินค้า และพัฒนาคุณภาพการผลิต โดยพิถีพิถันตั้งแต่การเพาะปลูก การบรรจุหีบห่อ มีใบรับรองสุขอนามัยพืช รวมทั้งหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีและยาฆ่าแมลง เนื่องจากผู้บริโภคหันมานิยมผลไม้ปลอดสารพิษหรือเกษตรอินทรีย์เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ควรใช้ช่องทางการขายออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น และให้ทุเรียนไทยครองแชมป์ในตลาดอย่างยั่งยืน”

บทความก่อนหน้านี้ก.ค.ศ. เห็นชอบจัดสรร 2.3หมื่นอัตราเกษียณ อนุมัติขึ้นเงินเดือนขั้นทะลุ!
บทความถัดไปสมศ. ร่วมถวายพระพรสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง