‘นิกร’ แนะปมริบใบขับขี่ตลอดชีพ ควรอบรมจราจร-ทดสอบร่างกายดีกว่า จี้ เร่งใช้ กม.ตัดแต้ม

“นิกร” อดีต รมช.คมนาคม แนะปมริบใบขับขี่ตลอดชีพ ชี้ ควรเปิดทดสอบสมรรถนะร่างกาย-อบรม กม.จร.ใหม่ฟรีดีกว่า จี้ บังคับใช้ กม.ตัดแต้ม ลดปัญหาทำผิดกฎ จร.

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม นายนิกร จำนง ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการคมนาคม และอดีตรัฐมนตรีช่วยคมนาคมกำกับดูแลกรมขนส่งทางบก กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นผู้ออกกฏหมายยกเลิกการออกใบขับขี่แบบตลอดชีพเมื่อปี 2546 และเปลี่ยนมาเป็นใบขับขี่ที่เหลืออายุเพียง 5 ปี โดยให้มีการสอบเพื่อตรวจสอบสมรรถนะใหม่เป็นระยะๆ ต่อเนื่องไป เพื่อความปลอดภัยและความเป็นสากลนั้น ตนเห็นว่า กรณีที่กรมขนส่งทางบก ออกมายืนยันว่า จะไม่มีการเรียกผู้ถือใบขับขี่ประเภทตลอดชีพดั้งเดิมมาทดสอบสมรรถนะใหม่หรือระงับการใช้ใดๆ นั้น ถือเป็นเรื่องที่ชอบแล้ว การออกมาหารือต่อมาตรการเพื่อความปลอดภัยของผู้ถือขับขี่ตลอดชีพถือเป็นความปรารถนาดีของกรม แต่โดยส่วนตัวเห็นว่า ต้องให้ผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพทรงสิทธินั้นต่อไป การจะเปลี่ยนแปลงใดๆ ต้องแก้กฏหมายกันใหม่อีกครั้ง ถึงจะบังคับใช้ได้ ส่วนการกระทำที่เกิดผลย้อนหลังของกฏหมายนั้นไม่ควรจะกระทำ ดังนั้น ถ้าจะให้ดีควรมีมาตรการส่งเสริมความปลอดภัยแบบสมัครใจ โดยการให้บริการอบรมชี้แจงกฏหมายจราจรใหม่ๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ตลอดจนการบริการทดสอบสมรรถนะทางร่างกายให้ในกรณีที่มีการร้องขอจากผู้ถือใบอนุญาตนั้น โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ และไม่ให้มีผลต่อสิทธิใดๆ ในใบอนุญาตนั้น โดยอาจใช้เงินค่าใช้จ่ายจากกองทุนเลขสวยที่ตนได้ริเริ่มจัดตั้งขึ้นมาช่วงเดียวกันเมื่อปี 2546 ที่ถึงวันนี้ยังมีเงินหลืออยู่มากพอที่สามารถนำมาใช้อุดหนุนได้

นายนิกรกล่าวว่า ทั้งนี้ ในอดีตวันที่ได้ยกเลิกการออกใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ครั้งนั้นมีสถิติใบอนุญาตตลอดชีพ จำนวน 12 ล้านกว่าฉบับ แยกเป็นใบขับขี่รถยนต์ตลอดชีพ 6 ล้านกว่าฉบับเศษ เป็นใบขี่รถจักรยานยนต์ตลอดชีพ เกือบ 6 ล้านฉบับ และรถจักรยานสามล้อส่วนบุคคลตลอดชีพเกือบถึง 5 พันฉบับ ซึ่งถือว่า เป็นตัวเลขที่มากพอสมควร ดังนั้น ปัจจุบันจึงสมควรตรวจสอบกับกรมปกครองเพื่อหาสถิติว่า ชื่อผู้ถือใบอนุญาตเหล่านี้ยังมีอยู่เท่าใด เพื่อเป็นข้อมูล และมาตรการด้านความปลอดภัยในภาพรวมที่ควรเร่งรัดขณะนี้คือ การบังคับใช้กฎหมายตัดแต้มให้เร็วขึ้น เพราะกฏหมายดังกล่าวจะมีการตัดแต้มในการขับขี่ที่มีปัญหาจากการกระทำผิดกฏจราจร หรือ โดยขาดสมรรถนะใดๆเป็นการทั่วไปในทุกประเภทของใบขับขี่ ถ้าถูกตัดถึงเกณฑ์ที่กำหนดใบขับขี่ก็จะถูกพักใช้ หรืออาจถูกเพิกถอนไปเองตามสภาวะของผู้ขับขี่ที่เกิดขึ้นจริงแต่ละคน ดังนั้น นี่คือมาตรการที่ควรเร่งรัด เพราะมีผลดีหลายด้าน ซึ่งเป็นไปตามข้อสังเกตุเสนอแนะในรายงานความปลอดภัยทางถนนของคณะกรรมาธิการการคมนาคม ที่สภาได้เห็นชอบและส่งไปยังรัฐบาลแล้ว

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กป๊อก” แจงที่ประชุมวุฒิสภา เลือกตั้งท้องถิ่นยังไม่พร้อม กกต.ยังต้องอบรมจนท.
บทความถัดไป‘วิษณุ’ ยัน นำความเห็นทุกฝ่าย ใช้ประกอบเป็นธงแก้ไข รธน.ของรัฐบาล