“ทรัมป์” เจอนักข่าวดักคอจนต้องเดินหนี หลังมั่วนิ่มผลงานโอบามาเป็นของตัวเอง

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานการแถลงข่าวของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ได้เดินหนีออกจากโพเดียมอีกครั้ง หลังถูกนักข่าวขัดคอขณะพูดว่าตนเองเป็นผู้ลงนามในบทบัญญัติจัดตั้งโครงการ Veterans Choice ทั้งที่ กฎหมายฉบับดังกล่าวบัญญัติขึ้นปีค.ศ.2014 (พ.ศ.2557) ในยุคที่นายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นผู้ลงนาม

กฎหมายทางเลือกทหารผ่านศึก หรือ Veterans Choice Act เป็นบทบัญญัติที่รัฐบาลจะช่วยเหลือค่าใช้จ่ายสวัสดิการสุขภาพแก่ทหารผ่านศึก โดยให้เข้าถึงดูแลรักษาจากแพทย์ที่อยู่นอกเหนือระบบของทหารผ่านศึกเดิมได้ด้วย ผลักดันโดย 2 ส.ว.คนดังต่างพรรค ได้แก่ นายจอห์น แมคเคน จากพรรครีพับลิกัน ผู้ล่วงลับไปแล้ว และนายเบอร์นี แซนเดอร์ จากเดโมแครต

รายงานของซีเอ็นเอ็นระบุว่า นายทรัมป์กล่าวอ้างว่าเป็นเจ้าของผลงานกฎหมายฉบับนี้มามากกว่า 150 ครั้งแล้ว ทั้งที่เป็นผลงานของรัฐบาลโอบามา ส่วนกฎหมายที่นายทรัมป์ลงนาม เมื่อปี 2018 (พ.ศ.2561) คือกฎหมายขยายกฎเกณฑ์ของโครงการเท่านั้น

กระทั่งเมื่อวันเสาร์ที่ 8 ส.ค. ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่นายทรัมป์แถลงข่าวที่สโมสรกอล์ฟคลับ เบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ นายทรัมป์พูดกล่าวอ้างเรื่องนี้อีกว่า

“กฎหมายโครงการทางเลือกทหารผ่านศึกนี้ มีประธานาธิบดีหลายต่อหลายคนพยายามจะให้ผ่านความเห็นชอบมาหลายสิบปี เป็นสิบๆ ปี สิบๆ ปี ไม่มีประธานาธิบดีคนไหนทำได้เลย จนเราทำได้”

พอนายทรัมป์พูดจบ พอลา รีด นักข่าวหญิงประจำทำเนียบขาวจากสื่อ ซีบีเอส นิวส์ ตะโกนถามขึ้นว่า “ท่านคะ ทำไมท่านถึงพูดว่าท่านเป็นคนผ่านกฎหมายทางเลือกทหารผ่านศึก”

จังหวะนี้นายทรัมป์พยายามเรียกนักข่าวคนอื่นแทน แต่นักข่าวหญิงพูดต่อว่า “ท่านบอกว่าท่านผ่านกฎหมายทางเลือกทหารผ่านศึก ทั้งที่มันผ่านในปี 2014 นี่มันเป็นข้อมูลผิดนะคะท่าน”

ขณะที่นักข่าวส่งเสียงฮือฮาขึ้นมา นายทรัมป์หยุดจังหวะหนึ่งแล้วพูดว่า “โอเค ขอบคุณมากทุกคน” จากนั้นก็เดินออกจากห้องแถลงข่าวไปทันที

สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้ยังมีสาระสำคัญ ที่นายทรัมป์ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารเพื่อขยายมาตรการเยียวยาทางการเงินแก่ชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 โดยเฉพาะคนที่ว่างงานจะได้รับเงิน 400 ดอลลาร์สหรัฐต่อสัปดาห์หรือเกือบ 12,500 บาท

การลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารดังกล่าวเกิดขึ้นหลังสมาชิกสองพรรคใหญ่ตกลงกันไม่ได้ถึงแพ็กเกจ กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ที่มุ่งที่ช่วยชาวอเมริกันกลุ่มเปราะบาง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ใช้แรงงาน

คำสั่งดังกล่าวยังอาจสุ่มเสี่ยงให้นายทรัมป์ถูกฟ้องร้องได้ เนื่องจากต้องใช้งบประมาณกลางโดยไม่ผ่านความเห็นสภา รวมถึงถูกมองว่าต้องการหาเสียงก่อนถึงวันเลือกตั้งประธานาธิบดี 3 พ.ย. แต่นายทรัมป์ยืนกรานว่าจำเป็นต้องทำเพื่อให้เงินไปถึงมือชาวอเมริกันอย่างรวดเร็ว

บทความก่อนหน้านี้“หมออ๋อง” เผยปชช.ร่วมชี้ช่องพิรุธเลือกตั้งซ่อมสมุทรปราการเข้าทั้งวัน หวัง กกต.ใช้กรณี “ลำปาง” เป็นบทเรียน
บทความถัดไปคลัง ย้ำตรวจสอบโรงแรมเข้าร่วม ‘เราเที่ยวด้วยกัน’ ตลอดเวลา หากพบทำผิดจริง ตัดสิทธิแน่นอน