ทร.เปิดภาพ ทหารสหรัฐ 110 นาย ลงเครื่องที่อู่ตะเภา ผ่านตรวจคัดกรองเข้ม

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 63 ที่ผ่านมา กรมกิจการพลเรือนทหารเรือ(กพร.ทร.) ได้เผยแพร่ภาพมาตรการคัดกรองทหารสหรัฐอเมริกา ที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยในภารกิจฝึกแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญกับ ทบ.ไทย ตั้งแต่ลงเครื่องบินที่สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา วันที่ 3-4 ส.ค. ที่ผ่านมา

โดยเวลา 07.00 น. เครื่องบินโบอิ้ง 767 นำทหารสหรัฐอเมริกาจำนวน 71 นาย บินตรงมายังท่าอากาศยานนานาชาติอู่ตะเภา ต่อด้วยอีกจำนวน 32 นาย และ 7 นาย เดินทางมาถึงด้วยเครื่องบินขนส่งผู้โดยสารทหารของทางสหรัฐฯ C-17 และ C-130 ตามลำดับ

การเดินทางมาของทหารสหรัฐรวมทั้งสิ้น 110 นายนี้ เพื่อเข้าร่วมการฝึกผสม ระหว่าง ทบ. กับ ทบ.สหรัฐฯ โดยเป็นการฝึกแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญหรือ SMEE on Stryker capability (DOTMLPF-P) และ การสังเกตการณ์การฝึกภาคสนามกับกองทัพบก

หลังจากที่แต่ละเครื่องลงยังรันเวย์ที่กำหนดไว้ เจ้าหน้าสาธารณสุขของไทยเข้าดำเนินการตามขั้นตอนตั้งแต่ทางลงจากเครื่อง กระเป๋าสัมภาระต่าง ๆ ได้ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อตามวิธีการที่เหมาะสม และได้นำทหารสหรัฐอเมริการทั้งหมดขึ้นรถที่เตรียมไว้ นำผู้โดยสารทั้งหมดทั้ง 3 เที่ยวบิน คือทหารสหรัฐที่มาร่วมฝึกรวมทั้งสิ้น 110 นาย เข้าผ่านจุดคัดกรองที่เตรียมไว้บริเวณทางเข้าเฉพาะ

ผ่านกระบวนการตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่แยกที่เป็นระบบปิด ไม่ได้ปะปนกับผู้โดยสารอื่น จากนั้นก็มีการนำทหารสหรัฐอเมริกาในแต่ละเที่ยวบินขึ้นรถบัสที่จัดเตรียมไว้เดินทางเข้าสู่เข้าการกักกันเพื่อเฝ้าดูอาการของโรคติดเชื้อ COVID-19 ยัง state quarantine ที่จัดไว้ที่กรุงเทพฯครบทุกนาย

ในส่วนของลูกเรือ C-130 ซึ่งเป็นเที่ยวสุดท้ายจำนวน 7 นายมีความจำเป็นต้องพักเป็นเวลา 1 คืนก่อนนำเครื่องกลับ ก็ได้นำเข้าพักเพื่อเฝ้าดูอาการของโรคติดเชื้อโควิด-19 หรือ State Quarantine ที่อาคารรับรองสัตหีบ ผ่านกระบวนการเหมือนผู้เข้าพักที่ผ่านมา

ทั้งนี้ ทหารสหรัฐฯ ทุกนายที่เดินทางมาในครั้งนี้ มีผลการคัดกรองไม่พบผู้สงสัยป่วย และไม่พบ PUI โดยทั้งหมดมีผลตรวจ​ PCR for COVID-19 เป็น Negative ทุกราย และมีเอกสารรับรอง Health Insurance ในส่วนของลูกเรือของเครื่อง C-130 มีความจำเป็นต้องพัก ก็ได้ผ่านกระบวนการคัดกรองและนำเข้าพักในอาคารรับรองสัตหีบ เป็นเวลา 1 คืน และในปัจจุบันได้เดินทางกลับไปพร้อมเครื่องบินขนส่งผู้โดยสารทหารของทางสหรัฐฯ C-130 แล้ว

ข้อมูลเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าการนำเสนอข้อมูลอย่างตรงไปตรงมามาเปิดเผยให้เห็นว่ามีกระบวนการคัดกรองควบคุมที่ถูกต้องตามมาตรการที่กำหนดไว้ เพื่อความมั่นใจ ปลอดภัย กับการรับมือโควิด-19 ที่ทุกภาคส่วนยังต้องให้ความสำคัญ

บทความก่อนหน้านี้‘ศิริกัญญา’ ชำแหละงบฯ 64 รัฐไม่เล็กลง งบบุคลากรพุ่งทะยานกว่าจีดีพี ตั้งไม่สอดรับวิกฤตโควิด
บทความถัดไปมาเลย์ผงะติดเชื้อโควิด “ยกครัว” 10 คน โยงคลัสเตอร์ร้านอาหารในรัฐเกดะห์