“ศบค.ชุดเล็ก” เคาะ ทดลองเปิดเรียน 100% ทั่วประเทศ ตั้งเป้า ดีเดย์ 13 ส.ค.นี้

“ศบค.ชุดเล็ก” เคาะ ทดลองเปิดเรียน 100% ทั่วประเทศ ลดการเว้นระยะห่างในห้องเรียน ตั้งเป้าดีเดย์ 13 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการ เฉพาะกิจพิจารณาการผ่อนคลายการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ถึงรายละเอียดการเปิดเรียนของสถานศึกษาทั่วประเทศ ว่า ที่ประชุมให้มีการกลับมาเรียนที่โรงเรียน 100% ซึ่งมาตรการต่างๆที่ลดไปคือ การลดการเว้นระยะห่างที่ไม่ต้องมีระยะ 1.5 เมตร โดยจะทำให้ห้องเรียนมีนักเรียนได้มากกว่า 25 คน กลับไปเรียนตามปกติ แต่ต้องแลกกับการที่นักเรียนต้องมีการจดบันทึกไว้ว่าแต่ละวันได้ไปที่ไหนมาบ้างหลังจากเลิกเรียนแล้ว เพื่อเป็นมาตราการในการติดตามหากมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในโรงเรียน ทั้งนี้ เรามั่นใจว่ากระบวนการสาธารณสุขสามารถบริหารจัดการเรื่องความปลอดภัยในประเทศได้ โดยที่ผ่ามาเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถ้ามีการแพร่ของโรคเรามีวิธีการแก้ปัญหาต่างๆ ก็ต้องฝากคุณครู ผู้ปกครอง และนักเรียนเรื่องการบันทึกข้อมูล เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับการเรียนการสอนก็ต้องมีการเปลี่ยนแนวทางไป ต้องมีกรปรับเนื้อหาสาระ และเชื่อว่าคุณครูจของประเทศไทยสามารถปรับแนวทางได้ พยายามให้มีการเรียนในห้องเรียนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยการทดลองครั้งนี้เป็นการทดลองเปิดการเรียน 100% ซึ่งไม่ต้องนำเข้าสู่ที่ประชุม ศบค. ชุดใหญ่ แต่ต้องได้รับการอนุมัติจากนายกฯ ซึ่งเราจะนำเสนอนายกฯวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคมนี้ และหากนายกฯลงนามเห็นชอบแล้ว เราคิดว่า วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม จะเป็นวันที่เหมาะสมในการเริ่มเรียน

เมื่อถามว่า รูปแบบการเรียนการสอน และเกณฑ์การวัดผลจะปรับอย่างไรหรือไม่ นายณัฏฐพล กล่าวว่า การประเมินการสอบ ทางกระทรวงศึกษาธิการกำลังพิจารณาถึงความเหมาะสมว่าจะลดลง หรือปรับเปลี่ยนได้หรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่าวันนี้การเรียนการสอนไม่ได้เท่าเทียมกันทั่วประเทศ บางพื้นที่มีโอกาสเข้าถึงสื่อดิจิทัล แต่หลายพื้นที่ไม่มีโอกาส ดังนั้น จะวัดมาตรฐานเดียวกันเป็นไปไม่ได้ นี่คือมาตราการต่อไปที่ทางกระทรวงศึกษาธิการต้องไปหาความเหมาะสม

บทความก่อนหน้านี้กมธ.จ่อไปม็อบ ฟังนิสิตนศ.นัดชุมนุมใหญ่ไล่รบ. ด้าน สพฐ.รับปากปกป้องเสรีภาพนร.เต็มที่
บทความถัดไปธนภาษ เดชพาวุฒิกุล : การตีความ “ก้าวสู่สมัยใหม่ของไทย” ใน “ปากไก่และใบเรือ”