คลายปมความเร็วรถ บอส อยู่วิทยา กก.สอบทีมตร. เรียก ‘อ.สธน-พ.ต.อ.ธนสิทธิ’ให้ข้อมูล

อ.สธน-พ.ต.อ.ธนสิทธิ ให้ข้อมูล กก.สอบทีมตร. วิธีคำนวณความเร็วรถ บอส อยู่วิทยา

บอส อยู่วิทยา – เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พ.ต.อ.ธนสิทธิ แตงจั่น นักวิทยาศาสตร์ สบ.4 กลุ่มงานตรวจเคมีฟิสิกส์ ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1 สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และ นายสธน วิจารณ์วรรณลักษณ์ อาจารย์ประจำภาควิชาฟิสิกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตที่ปรึกษาสำนักงานกองพิสูจน์หลักฐาน เดินทางเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงตำรวจ ถึงประเด็นการทำข้อมูลเรื่องความเร็วรถของ นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ซึ่งเป็นข้อมูลที่ปรากฎอยู่ในสำนวนคดีเมื่อปี 2555 โดยทันทีที่เดินทางมาถึงตำรวจได้แยกห้องในการซักถามข้อมูล

ขณะที่นายสธน ได้ให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนก่อนเข้าให้ข้อมูลกับคณะกรรมการ ยินดีให้ความร่วมมือกับตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งวันนี้ได้รับการประสานจากประสานจากคณะทำงานตำรวจฯจึงเร่งเข้ามาให้ข้อมูลซึ่งจะเป็นรายละเอียดในส่วนใดบ้างต้องรอหลังการสอบปากคำก่อน ทั้งนี้ส่วนตัวตนเองยังยืนยันเรื่องความเร็วเช่นของรถบอส วรยุทธ เช่นเดิม ส่วนประเด็นที่อัยการขอความร่วมมือให้ตรวจสอบรถคันอื่นที่อยู่ในคลิปเหตุการณ์ นายสธน ระบุว่า ขณะนี้กำลังตรวจสอบรถจักรยานยนต์ของดาบตำรวจ ผู้เสียชีวิต และกระบะของพยานอยู่ ยืนยันแม้จะถูกเรียกมาให้ชี้แจงข้อมูลไม่มีความเครียดและกังวล แต่อย่างใด

ระหว่างการสัมภาษณ์นายสุธน ได้ทักทาย พ.ต.อ.ธนสิทธิ ซึ่ง พ.ต.อ.ธนสิทธิ ได้ยกมือไหว้ ก่อนถูกนำตัวไปสอบปากคำอีกห้องหนึ่ง

โดยพ.ต.อ.ธนสิทธิ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า ไม่สามารถให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนได้ ให้ถามรายละเอียดกับทางคณะกรรมการอย่างเดียวเท่านั้น

ด้านพล.ต.ท.จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วย ผบ.ตร. เปิดเผยว่า วันนี้ได้เรียกทั้ง 2 คน เข้ามาให้ข้อมูลในเรื่องวิธีการคำนวณความเร็ว ว่าแต่ละฝ่ายใช้วิธีคำนวณแบบใด จึงได้ตัวเลขความเร็วออกมา โดยรับว่ามีความคืบหน้าไประดับหนึ่งแล้ว ส่วนประเด็นที่ พ.ต.อ.ธนสิทธิ ให้การเรื่องความเร็วรถ 2 ครั้ง ไม่ตรงกันนั้น ตนไม่ทราบ ส่วนรายละเอียดอื่นๆ ต้องรอในวันแถลงข่าว แต่จะแถลงวันใด ต้องไปถาม ผบ.ตร.

บทความก่อนหน้านี้บิ๊กตู่ ชี้ เด็กไทยถูกสอนแต่ในตำราทำให้คิดช้า แนะพาออกเรียนรู้สังคม ให้เกิดความรักประเทศ
บทความถัดไปวิษณุ เดาเอา’ดอน’ ควบตำแหน่งรองนายกฯ คือตัวแทน นายกฯเวลาประชุม ตปท.