บิ๊กบอมบ์เบรุต : ตัวเลขเสียชีวิตพุ่ง 135 ราย ธนาคารโลกเสนอช่วยฟื้นฟูใหม่

ยอดเสียชีวิต “บิ๊กบอมบ์เบรุต” แตะ 135 รายแล้ว เวิล์ดแบงก์เสนอให้ความช่วยเหลือเพื่อฟื้นฟูเยียวยา ส่วนตัวเลขความเสียหายอาจสูงกว่าหมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ห่วงวิกฤตอาหารขาดแคลน เหตุไซโลเก็บอาหารโดนด้วย

ระเบิดครั้งใหญ่จากสารเคมีที่เก็บไว้ในโกดังท่าเรือกรุงเบรุตกว่า 2,700 ตัน ในกรุงเบรุตของเลบานอน ยังคงมีรายงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า วันที่ 6 สิงหาคม 2563 ธนาคารโลกหรือเวิล์ดแบงก์กล่าวว่าพร้อมให้ความช่วยเหลือเลบานอนฟื้นฟูความเสียหายจากเหตุระเบิดและจะเข้าช่วยเหลือขับเคลื่อนให้การเงินภาครัฐและเอกชนเพื่อการก่อร่างสร้างใหม่และฟื้นตัวจากการเหตุการณ์ดังกล่าว

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ธนาคารโลกได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า ทางองค์กรยินดีที่จะเข้าฟื้นฟูใหม่ ด้วยทรัพยากรที่มีอยู่และสำรวจทางการเงินเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูชีวิตและการดำรงชีวิตของผู้คนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ แม้ธนาคารโลกจะได้ระบุแหล่งทรัพยากรที่จะเข้าช่วยเหลือจากเหตุระเบิดครั้งใหญ่ว่าคืออะไร แต่เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ธนาคารโลกได้ประกาศจะจัดสรรเงินเพิ่มอีก 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากเงินโครงการสุขภาพเพื่อช่วยเหลือเลบานอนจำนวน 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อช่วยเหลือเลบานอนต่อสู้กับการระบาดของโควิด-19

ส่วนยอดผู้เสียชีวิตล่าสุดตอนนี้อยู่ที่ 135 ราย และบาดเจ็บจากการระเบิด 5,000 คน และประชาชนราว 250,000 คนต้องไร้บ้านเพราะคลื่นกระแทกจากการระเบิด กระแทกใส่อาคารบ้านเรือนจนเสียหายเป็นวงกว้าง

นอกจากนี้ เมื่อวานนี้ มีรายงานว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้น จะเปลี่ยนแปลงการเจรจาที่ยากลำบากของเลบานอนกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ(ไอเอ็มเอฟ) หรือไม่ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมไอเอ็มเอฟ และเลบานอนได้พยายามหามาตรการช่วยเหลือที่กว้างขึ้นโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อยุติวิกฤตการเงินซึ่งถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อเสถียรภาพของประเทศนับตั้งแต่สงครามกลางเมืองในปี 2518-2533 แต่การเจรจาเหล่านี้ต้องชะงักงัน ท่ามกลางความขัดแย้งที่ไม่ลงรอยกันเกี่ยวกับขนาดความสูญเสียทางการเงินในระบบธนาคารของเลบานอน

ด้านสก๊อต มอร์ริส อดีตรัฐมนตรีการคลังสหรัฐฯและนักวิจัยอาวุโสของศูนย์การพัฒนาโลก กล่าวว่า การสนับสนุนจากผู้บริจาคสำหรับเลบานอนหลังเกิดภัยพิบัติน่าจะมีความเข้มแข็ง

ขณะที่ความเสียหายรอบพื้นที่การระเบิดซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาคารบ้านเรือนของประชาชนและธุรกิจต่างๆ ที่ถูกคลื่นกระแทกจากการระเบิดทำลาย มาร์วาน อาร์บุดด์ ผู้ว่าการกรุงเบรุต กล่าวกับสถานทีโทรทัศน์ท้องถิ่นว่า ความเสียหายโดยรวมจากแรงระเบิดอาจสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งรวมกับค่าเสียหายที่เกี่ยวกับการประกอบธุรกิจ

นอกจากนี้ อาร์บุดด์กล่าวอีกว่า แรงระเบิดยังทำลายไซโลเก็บอาหารในท่าเรือ ซึ่งจะกลายเป็นวิกฤตแน่หากไม่มีการช่วยเหลือจากต่างชาติ

บทความก่อนหน้านี้‘เอกชน’​หนุนรัฐเดินหน้ารถเก่าแลกรถใหม่ แนะสเปกต้องแลกรถอีวี-ไฮบริดเท่านั้น
บทความถัดไป‘แอตต้า’ ชงเปิดรับต่างชาติไตรมาส 4 ก่อนที่ธุรกิจทัวร์จะปิดถาวรมากกว่า 30%