ชมรมเจ้าของม้าแข่งโคราช ยื่นหนังสือถึงบิ๊กตู่ ขอผ่อนปรนเปิดสนามแข่งม้า หลังปิด 5 เดือน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล 1111 สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร นายพุฒิพัฒน์ พงษ์ไชยกุล ประธานชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยตัวแทนเจ้าของม้าแข่งในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ได้นำหนังสือร้องเรียนความเดือดร้อนยืนถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้พิจารณาผ่อนปรนอนุญาตให้มีการจัดการแข่งขันกีฬาม้าแข่งได้ตามปกติ ภายหลังจากที่รัฐบาลสั่งงดจัดการแข่งขันกีฬาม้าแข่งทั่วประเทศมาประมาณ 5 เดือนแล้ว จากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งทำให้เจ้าของม้าแข่งทั่วประเทศได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยมีนายสมพาศ นิลพันธ์ ที่ปรึกษาสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับเรื่องร้องเรียนครั้งนี้

โดยนายพุฒิพัฒน์ พงษ์ไชยกุล ประธานชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ สนามกีฬาทหารจังหวัดนครราชสีมา ต้องปิดทำการแข่งขันม้าแข่งชั่วคราวตามมาตรการการป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 ตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 63 จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาประมาณ 5 เดือนแล้วปัจจุบัน ทำให้ผู้ประกอบการเลี้ยงม้าแข่งเจ้าของม้าแข่งฟาร์มเพาะพันธุ์ม้าแข่งในหลายจังหวัดได้รับผลกระทบโดยตรง สูญเสียรายได้และประสบปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เจ้าของม้าแข็งต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูม้า และบุคลากร มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อตัวเดือนละ 20,000 บาท ผลจากการปิดสนามชั่วคราวทำให้กิจการต่างๆต้องหยุดชะงัก ส่งผลกระทบถึงรายได้ในการเลี้ยงหาครอบครัว ของผู้ที่เกี่ยวข้องในสาขาอาชีพนี้

ทางชมรมเจ้าของม้าแข่งจังหวัดนครราชสีมา จึงขอความอนุเคราะห์ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ผ่อนปรนกีฬาม้าแข่งเพื่อให้สามารถจัดการแข่งขันกีฬาม้าแข่งได้โดยเร็วที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ประกอบการเลี้ยงม้าแข่งสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพ โดยทางผู้ประกอบการเลี้ยงม้าแข่งยินดีจะดำเนินการตามคู่มือการปฏิบัติมาตรการผ่อนปรนกิจการ และกิจกรรมด้านการกีฬา เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

บทความก่อนหน้านี้“บิ๊กตู่”วางศิลาฤกษ์โครงการฟื้นฟูชุมชนดินแดง ปลื้มเด็กร้องเพลงศรัทธาให้ ถึงกับชูกำปั้นสู้
บทความถัดไปศรีสุวรรณ ร้อง ป.ป.ช.สอบตำรวจ-อัยการฟันละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ คดี “บอส อยู่วิทยา”