พรรคกล้า ยื่น ศบค. ชู 7 ข้อแก้วิกฤตภูเก็ตร้าง-พลิกโฉมเป็นมหานคร

พรรคกล้า-คนภูเก็ต ยื่น ศบค. ชู 7 ข้อ แก้วิกฤตภูเก็ตร้าง พลิกโฉมเป็นมหานครภูเก็ต เขตบริหารเศรษฐกิจท่องเที่ยวพิเศษ ระบุ ปล่อยแบบนี้ตายสนิทแน่

วันที่ 30 ก.ค. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า พร้อมด้วย นายเทมส์ ไกรทัศน์ ตัวแทนพรรคกล้า-ภูเก็ต และ นายธันวา ไกรฤกษ์ โฆษกพรรคกล้า ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี โดยมี นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ์ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมการในศบค.เป็นผู้รับหนังสือแทน

นายวรวุฒิ อุ่นใจ กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาและฟื้นฟูเกาะภูเก็ต ภาครัฐควรทำความเข้าใจบริบทและโครงสร้างเศรษฐกิจของภูเก็ต ที่การให้การช่วยเหลืออาจจะต้องมีลักษณะเฉพาะและตรงจุด เพื่อให้ภูเก็ตกลับมามีศักยภาพในการทำรายได้เข้าประเทศต่อไป

ด้าน นายเทมส์ กล่าวว่า ตนขอเสนอให้รัฐบาลเปลี่ยนการท่องเที่ยวภูเก็ตให้เป็นแหล่ง WorkFromThailand ใช้กลยุทธ์เน้นจำนวนวันท่องเที่ยว มากกว่าจำนวนนักท่องเที่ยว โดยมีการออกกฎกติกาเพื่อสร้างแรงจูงใจทางภาษี และการตรวจโรคที่เข้มงวดเพื่อรองรับการเปิดเมืองในอนาคต

“เปลี่ยนจากมาเที่ยวเล่น 3-4 วัน เป็นมาทำงานนอกออฟฟิศรายปีอย่างมีความสุข ซึ่งต้องมีการผ่อนปรนขยายวีซ่าท่องเที่ยวเป็น 1 ปี หรือมากกว่า จะเป็นการสร้างแรงจูงใจดึงดูดเม็ดเงินจากต่างชาติกลุ่มนี้ได้อีกมาก” นายเทมส์ กล่าว

นายเทมส์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม จากปัญหาที่ลุกลามเกิดขึ้นจากโควิด ถึงเวลาแล้วที่ภูเก็ตจะก้าวสู่มหานครภูเก็ต เป็นเขตปกครองพิเศษ คนภูเก็ตเท่านั้นที่รู้ว่าภูเก็ตต้องการอะไร และการรอเพียงมาตรการจากส่วนกลางก็จะไม่ทันท่วงทีเหมือนเดิมอีกต่อไป

ทั้งนี้ หนังสือที่ยื่นถึงนายกรัฐมนตรี มีข้อเสนอ 7 วาระกู้วิกฤตภูเก็ตร้าง ทุกวันนี้ชาวภูเก็ตและแรงงานภาคการท่องเที่ยวล้านกว่าคนที่เดิมพึ่งพาการท่องเที่ยวต่างประเทศเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ เป็นรายได้ วันนี้พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปล่อยร้างต่อไปแบบนี้ ภูเก็ตตายสนิทแน่!” โดยข้อเสนอทั้ง 7 ข้อคือ

1.ให้กระทรวงการคลัง ยกเว้นภาษีเงินได้แก่ธุรกิจภาคบริการในภูเก็ต 2 ปี รวมถึงจังหวัดท่องเที่ยวอื่นๆ และให้เริ่มในปี 63 นี้เลย 2.คณะกรรมาธิการพรก.กู้เงิน ทบทวนงบลงทุน 4 แสนล้าน ซ่อมและพัฒนาภูเก็ตเพื่อรองรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในอนาคต 3.ให้กระทรวงการท่องเที่ยวฯสร้างสมดุลภูเก็ตเป็นเมืองธุรกิจหลากหลายไม่พึ่งพาท่องเที่ยวต่างประเทศหนักเกินไป

4.แหล่งเงินกู้ SoftLoan ไม่ตอบโจทย์ธุรกิจท่องเที่ยวขนาดเล็ก-กลาง 5.ภูเก็ตปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารจัดการ รวมไปถึง สองมาตรการพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสำหรับภูเก็ตเอง ได้แก่ 6.ชูภูเก็ตเป็น “หลุมหลบภัย” วิดโลก ฟื้นภาคโรงแรมภูเก็ตเป็นแหล่ง Quarantine ชูเป็นเมืองใช้ชีวิตสบาย ๆ แบบปลอดภัย และ 7.ชูไอเดีย Work From Thailand ให้ต่างชาติรายได้สูงปลอดโรคใช้ภูเก็ตเป็นที่ทำงานระยะยาว

มาตรการต่าง ๆ ข้างต้นจะช่วยลดการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรของชาวต่างประเทศเพื่อเดินทางกลับออกมาใหม่ที่เรียกว่าวีซ่ารัน ที่เป็นความเสี่ยงที่เขาเหล่านั้น อาจรับเชื้อกลับเข้ามาระบาดในประเทศ ทั้งที่ยังไม่ใช่นโยบายของกระทรวงการต่างประเทศ จ.ภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพสูง และคนภูเก็ตขอแค่โอกาสที่จะได้ฟื้นฟูตัวเองอย่างจริงจัง เพื่อเราจะได้กลับมาสร้างเศรษฐกิจ สร้างงาน และเป็นแหล่งนำรายได้เข้าประเทศไทยเช่นเดิม

บทความก่อนหน้านี้ประธานอัยการ แนะ อสส. 3 ข้อ เร่งแถลงเคลียร์ข้อสงสัยคดี “บอส”
บทความถัดไป‘บิ๊กตู่’ ห่วง ‘2ม็อบ’ ปะทะกัน แฮมทาโร่ย้ายวิ่งนารูโตะไป ‘มจพ.’ วันนี้