พศ.เร่งเก็บคลิป ‘ช่องส่องผี’ พบบิดเบือน-เหยียมหยามศาสนา ส่งดีอีเอสฟันผิด พ.ร.บ.คอมพ์

พศ.เร่งเก็บคลิป ‘ช่องส่องผี’ พบบิดเบือน-เหยียมหยามศาสนา ส่งดีอีเอสฟันผิด พ.ร.บ.คอมพ์

ช่องส่องผี – เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ในฐานะโฆษก พศ.เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปตรวจสอบว่ารายการช่องส่องผีนั้น กระทบกับหน่วยงานไหนบ้าง และขอให้หน่วยงานนั้นร่วมพิจารณาในการดำเนินการตามกฎหมาย หรือดำเนินการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้ประชาชนต่อไป ในส่วนวัด ถ้ารายการช่องส่องผี หรือรายการอื่นๆ ไปบันทึกเทปรายการที่วัด แต่ไม่ได้ขออนุญาตจากเจ้าอาวาส หรือขออนุญาต แต่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เจ้าอาวาสมีอำนาจแจ้งให้รายการดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้อง และเมื่อรายการนั้นขออนุญาตแล้ว แต่การถ่ายทำเข้าข่ายการโฆษณาชวนเชื่อ หรือสร้างความมัวเมาให้กับผู้คน หรือขัดกับหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนา เจ้าอาวาสจะอนุญาต หรือไม่อนุญาตให้ถ่ายทำ หรือออกอากาศก็ได้

นายสิปป์บวรกล่าวอีกว่า ทั้งนี้ บทบาทของ พศ.มี 2 ส่วน คือหากพบคลิปรายการบิดเบือนคำสอนของพระพุทธเจ้า หรือหลักธรรมตามพุทธศาสนา พศ.จะดำเนินการเก็บคลิปนั้น และส่งให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เพื่อให้ดีอีเอสพิจารณาว่าจะดำเนินการตามข้อกฎหมายว่าด้วยการกระทำความผิดทางคอมพิวเตอร์หรือไม่ และหากพบว่าคลิปเหล่านี้ อาจจะไปกระทำกับสัญลักษณ์ทางพุทธศาสนา หรือไปกระทำกับสถานที่ และวัตถุที่เป็นที่เคารพศรัทธาทางพุทธศาสนา หรือศาสนาอื่นๆ ซึ่งเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 206 ผู้ใดกระทำด้วยประการใดๆ แก่วัตถุ หรือสถานอันเป็นที่เคารพในทางศาสนาของหมู่ชนใด อันเป็นการเหยียดหยามศาสนานั้น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 7 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

“หากมีคลิปเหล่านี้อยู่ พศ.จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบค้น ค้นหารายการช่องส่องผีที่เคยออกอากาศไปก่อนหน้านี้ ว่ามีการกระทำเข้าข่ายการบิดเบือน หรือดูหมิ่นเหยียดหยามสถานที่ทางศาสนาหรือไม่ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ไปค้นหาข้อมูล ซึ่งจะต้องดูรายการทั้งหมดที่พอจะค้นหาได้ ทำให้ต้องใช้เวลาในการรวบรวมข้อมูล ทั้งนี้ ทราบว่าช่องส่องผีถูกระงับการออกอากาศไปแล้ว หากค้นหา และตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการบิดเบือน ดูหมิ่นเหยียดหยามศาสนา ถือว่าเรื่องนี้ก็ถูกพับไป แต่หากพบว่ามีการกระทำผิด ต้องดำเนินการทางกฎหมายตามอำนาจหน้าที่ของ พศ.ต่อไป” นายสิปป์บวร กล่าว

บทความก่อนหน้านี้มะกันติดโควิดพุ่ง 3.4 ล้านคน ฟลอริดาป่วยแซงแคลิฟอร์เนีย
บทความถัดไป‘ส.อ.ท.’ชี้เป็นทิศทางที่ดีหลังนายกฯดึงเอกชนร่วมขับเคลื่อนศูนย์ฟื้นฟูเศรษฐกิจ