สิระ นำทีมกมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างคอนโดหรู จ.ภูเก็ต

สิระ นำทีมกมธ.กฎหมายฯ ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการก่อสร้างคอนโดหรู จ.ภูเก็ต

เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม นายสิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยคณะกรรมาธิการฯ ลงพื้นที่ หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ติดตามตรวจสอบหาข้อเท็จจริงกรณีประชาชนร้องเรียนเนื่องจากได้รับความเดือนร้อนจากการก่อสร้างโครงการ เดอะพีค เรสซิเดนซ์ จังหวัดภูเก็ต

นายสิระ กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ได้ทราบถึงปัญหาประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบุกรุกที่ดินทำกิน รวมถึงตรวจสอบความเสียหายทางสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง จากการก่อสร้างโครงการห้องชุด เดอะพีค เรสซิเดนซ์ จังหวัดภูเก็ต โดยการลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อ ตรวจสอบการดำเนินการของโครงการฯ ว่าได้หยุดการก่อสร้างตามคำสั่งฯ หรือไม่ รวมถึงการตรวจสอบให้คำแนะนำแก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กับการระงับการก่อสร้างของโครงการฯและการเตรียมฟื้นฟูสภาพป่าไม้ที่ได้รับความเสียหาย

นายสิระ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้รับหนังสือเรื่อ งความเห็นทางกฎหมายเกี่ยวกับรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของจังหวัดภูเก็ต กรณีการก่อสร้างอาคารโครงการห้องชุด เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ จังหวัดภูเก็ต ที่ ภก 0017.1/18941 ลงวันที่ 13 ธันวาคม 2562 เรื่องการรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารชุดโครงการ เดอะ พีค เรสซิเดนซ์ ของบริษัท กะตะบีช จำกัด ตั้งอยู่บนที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต ว่ามีการดำเนินการโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

“โดยบริเวณพื้นที่ป่าสมบูรณ์ยังคงได้รับผลกระทบจากโครงการ เนื่องจากตรวจสอบแล้วว่าการดำเนินการของโครงการ ไม่ได้หยุดการก่อสร้างตามคำสั่งฯ ของหน่วยงานราชการ ยังมีการแอบลักลอบก่อสร้างต่อเติมเรื่อยมา ซึ่งส่งผลกระทบทำให้เกิดน้ำป่าทะลัก ดินโคลนไหลหลาก เนื่องจากโครงการอยู่พื้นที่ลาดเชิงเขาประชาชนบริเวณหน้าชายหาดได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างโครงการ เเละหนังสือ ที่ ยธ.0809.3/510 กองคดีทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมสอบสวนคดีพิเศษระบุว่า ศาลปกครองนครศรีธรรมราชได้มีคำพิพากษา คดีหมายเลขแดงที่ 266/2560 ให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ดังกล่าว เนื่องจากคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ดินที่ให้ยกเลิกคำขอออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) และดำเนินการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งปัจจุบันคดีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด”นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวอีกว่า สิ่งที่กังวลในปัจจุบัน คือ สิ่งแวดล้อมตามธรรมชาติบริเวณโดยรอบพื้นที่ก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียม ได้ถูกทำลาย และระบบนิเวศ ทางเดินทางน้ำต่างๆ ไม่เป็นดังเดิม ซึ่งเดิมเมื่อฝนตกต้นไม้ปกคลุมดินบนหน้าผาจะซึมซับน้ำเอาไว้ ลดความรุนแรงของการเคลื่อนไหวของน้ำที่จะไหลหลากด้วยความเร็วก่อนจะลงมายังหน้าหาด หรือ ถนนทางเดินสาธารณะ ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่พบว่าหลังก่อสร้างโครงการคอนโดมิเนียมดังกล่าว ได้เกิดร่องรอยของดินโคลนถล่ม น้ำไหลหลาก โคลนจากภูเขา เศษหิน และยังมีเศษอิฐบางส่วนจากงานก่อสร้างถูกนำพาลงมากับน้ำ ลงมาที่บริเวณหน้าชายหาด ซึ่งตนกังวลว่าจะมีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติในระยะยาวได้

“นอกจากนี้พบว่า ที่ดินของโครงการตั้งอยู่ในเขตภูเขา มีความลาดชันเฉลี่ยเกิน 35% และมีบางส่วนอยู่นอกเขตภูเขา มีความลาดชันเฉลี่ยไม่เกิน 35% ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานที่ดินออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จึงเป็นการออกในพื้นที่ที่ต้องห้ามมิให้ออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามข้อ 3 แห่งกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ.2497)” นายสิระ กล่าว

นายสิระ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในเมื่อศาลปกครองนครศรีธรรมราช มีคำพิพากษาให้เพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก) เลขที่ 1863 หมู่ที่ 2 ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต แล้ว เทศบาลตำบาลกะรน มีหน้าที่ต้องระงับการก่อสร้างอาคารหรือชะลอการต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคารในที่ดินแปลงดังกล่าวไว้ก่อน แต่เทศบาลตำบลกะรนไม่ระงับการก่อสร้าง รวมถึงพิจารณาต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร โดยวางหลักประกันจำนวน 3 ล้านบาท ซึ่งกรณีดังกล่าวกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารไม่ได้บัญญัติให้อำนาจเจ้าพนักงานท้องถิ่นดำเนินการได้

“ดังนั้นการที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกะรน มีคำสั่งต่อใบอนุญาตก่อสร้างอาคาร จึงอาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการตามประมวลกฎหมายอาญา ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ มีความเห็นส่งให้ คณะกรรมการป้องการและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ดำเนินการเอาผิดกับข้าราชการทุจริตกลุ่มดังกล่าวด้วย” นายสิระ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมาธิการฯ จะ เชิญผู้เกี่ยวข้องไปให้ข้อมูลเพิ่มเติม พร้อมทั้งขอให้ผู้ที่ได้จองห้องชุดในโครงการดังกล่าว แจ้งข้อมูลได้ที่คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้การช่วยเหลือบรรเทา หากได้รับผลกระทบจากกรณีดังกล่าวต่อไปด้วย

บทความก่อนหน้านี้ทบ.เตือนเหลืออีก 10 วัน รีบไปแก้ไขหมายเรียกเกณฑ์ทหารปี63
บทความถัดไปกกต.พร้อมจัดเลือกตั้งซ่อมส.ส. เขต 5 สมุทรปราการ