“ปิยบุตร”นำทีมลงเชียงใหม่ 3 วัน เยี่ยมชมสวนผักคนเมือง พบเงียบเหงา ติดป้ายขายเซ้ง เช่า เพียบ

“ปิยบุตร”นำทีมลงเชียงใหม่ 3 วัน เยี่ยมชมสวนผักคนเมือง หวังเป็นโมเดลพื้นที่สาธารณะประโยชน์ทั่วประเทศ ไม่พบนักท่องเที่ยวต่างชาติ ติดป้ายขายเซ้งเช่า เพียบ เล็งเชิญคนสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปีนี้

เมื่อวันที่ 10 กรกฏาคม นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ได้เยี่ยมชมสวนผักคนเมือง อยู่ภายในความรับผิดชอบของเทศบาลนครเชียงใหม่ บริเวณสุสานช้างคลาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ปลูกสวนผักพันธุ์ท้องถิ่นแบบอินทรีย์ มีนางเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า นางมีนา กัลมาพิจิตร ประธานสาขาพรรคก้าวไกล จ.เชียงใหม่ และนายศราวุฒิ บุญมหาธนากร คณะทำงานสวนผักคนเมือง เป็นผู้ชมนำ และบรรยายโครงการดังกล่าว โดยใช้เวลากว่า 1 ชั่วโมง ก่อนนายปิยบุตร พร้อมคณะได้นั่งรถรับจ้างสี่ล้อแดง ออกจากสวนผักดังกล่าว ไปยังรอบคูเมืองเชียงใหม่ เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และชมทัศนียภาพ
เขตเมืองเก่า ตามลำดับ

นางเยาวลักษณ์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป็นการริเริ่มของภาคประชาชนและร่วมเครือข่าย เดิมเป็นพื้นที่ทิ้งขยะ เมื่อปี 2540 หรือ 23 ปีที่ผ่านมา ต่อมาได้พัฒนาเป็นสวนสาธารณะ และกลายเป็นมาสวนผักคนเมืองเชียงใหม่นับตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิดระบาด เพื่อสร้างประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบโดยการปลูกผัก และใช้พื้นที่สีเขียว ซึ่งโครงการดังกล่าวสามารถเป็นต้นแบบหรือโมเดล เพื่อขยายผลไปสู่พื้นที่สาธารณะประโยชน์ทั่วประเทศได้

“พื้นที่สาธารณะประโยชน์ ที่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) อาทิ เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สามารถนำโมเดลดังกล่าวไปขยายผลได้ ซึ่งโครงการดังกล่าว ได้รับอนุญาตจากนายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่แล้ว เพื่อเปลี่ยนแปลงปรับปรุงพื้นที่ เพื่อปลูกพืชผักสวนครัว ต้นไม้ใหญ่ และสร้างโรงเรือนเลี้ยงไก่ไข่ เพื่อเป็นผลผลิตเลี้ยงคนในชุมชน และคนในชุมชนเป็นผู้ดูแล แต่ได้รับผลผลิตนำไปประกอบอาหารแทน เพื่อเพิ่มความมั่นคงทางด้านอาหาร” นางเยาวลักษณ์กล่าว

นางเยาวลักษณ์ กล่าวอีกว่า ส่วนปัญหาอุปสรรค พื้นที่ดังกล่าวเป็นหนังสือสำคัญที่หลวง (นสล.) การพัฒนาต้องของบประมาณส่วนกลาง ซึ่งจังหวัดได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่ดังกล่าวเป็นเวลา 1 ปี หากทุกฝ่ายร่วมมือและเกิดประโยชน์ต่อชุมชน น่าเป็นเสียงสะท้อนไปยังภาครัฐได้ ที่สำคัญอยากให้ท้องถิ่นมีอำนาจบริหารจัดการพื้นที่สาธารณะประโยชน์เต็มรูปแบบ

นายปิยบุตร กล่าวเพิ่มเติมว่า โมเดลดังกล่าว สะท้อนได้หลายเรื่อง ภายใต้ข้อจำกัดหลายเรื่อง โดยเฉพาะการรวมศูนย์อำนาจที่ส่วนกลาง กระจายไปที่กระทรวง ทบวง กรม ไม่ได้เป็นอำนาจท้องถิ่นทั้งหมด ขณะเดียวกันประชาชนมีความคิดสร้างสรรค์ และชุมชนต้องการพื้นที่ลักษณะดังกล่าว เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงเป็นโมเดลแบบผสมผสานระหว่างราชการส่วนกลาง ภูมิภาคและท้องถิ่น ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเทศบาลนครเชียงใหม่ ได้สนับสนุนงบประมาณและพัฒนาโครงสร้างต่าง ๆ

“ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมการพัฒนาและออกแบบความคิดสร้างสรรค์ เพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยมากที่สุด เป็นการสร้างงานและรายได้แก่ชุมชน พร้อมสร้างความมั่นคงทางอาหาร เมื่อประสานงานทั้ง 3 กลุ่มแล้ว จะได้โมเดลที่สามารถตอบโจทย์ทุกฝ่าย หากโครงการประสบผลสำเร็จ เชื่อว่าเป็นต้นแบบ ให้พื้นที่อื่นนำไปพัฒนาต่อยอดได้” นายปิยบุตร กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่ากิจกรรมลงพื้นที่เชียงใหม่ 3 วัน มีอะไรบ้าง นายปิยบุตรกล่าวว่า มาเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 5 จังหวัดของการลงพื้นที่ภาคเหนือ ไล่มาตั้งแต่ลำปาง ลำพูน แพร่ เชียงใหม่ และเชียงราย ปิดท้าย หลังมาดูสวนผักคนเมืองแล้ว ช่วงบ่าย ไปพูดคุยกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบโควิด 19 เพราะทราบดีว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบอย่างมาก

“เมื่อเดินทางถึงเชียงใหม่ ภาพที่เห็นไม่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเลยห้างร้านเงียบเหงามาก บางแห่งปิดกิจการ ติดป้ายขายเซ้งเช่าเต็มไปหมด จึงไปพูดคุยกับผู้ประกอบการ เพื่อสะท้อนปัญหาให้รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาแก่ผู้ประกอบการ หรือฟื้นฟูท่องเที่ยวอย่างไร จากนั้นไปพูดคุยพบปะสมาชิกและเครือข่าย ตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่(อนค.) จนถึงพรรคก้าวไกล (กก.) สุดท้าย เป็นการพูดเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่น คาดมีเลือกตั้งช่วงปลายปีนี้ จึงมารณรงค์ และเชิญชวนคนมาสมัครเลือกตั้งท้องถิ่นด้วย” นายปิยบุตรกล่าว

บทความก่อนหน้านี้ฮ่องกงเต้น! สั่งปิด ร.ร.ทั่วเกาะ หลังพบติดเชื้อโควิดในชุมชนพุ่ง
บทความถัดไป“วราวุธ” จวกคนไร้สำนึกทิ้งขยะพลาสติก ต้นเหตุสัตว์ป่าตาย