หยุดยาว ก.ค.เงินสะพัดจิ๊บๆ แค่ 4.6 พันล้าน | ขายคอนโดฯ Q2 ทรุดหนักรอบ 40 ไตรมาส | ส่อเลื่อนใช้สายสีแดงไป พ.ค.2564

แฟ้มข่าว

หยุดยาว ก.ค.เงินสะพัดจิ๊บๆ แค่ 4.6 พันล้าน

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศช่วงวันหยุดยาวต่อเนื่องอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษา ระหว่างวันที่ 4-7 กรกฎาคม 2563 มีนักท่องเที่ยวออกเดินทางประมาณ 1.42 ล้านคน/ครั้ง ต่ำกว่าสถานการณ์ปกติที่จะอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน/ครั้ง เนื่องจากเงื่อนไขการรักษาระยะห่างทางสังคม ทำให้แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวยังไม่มั่นใจในมาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งจากการใช้ยานพาหนะสาธารณะในการเดินทางร่วมกัน รวมทั้งโรงแรมที่พัก และร้านอาหาร เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีปัญหาเรื่องภาวะเศรษฐกิจที่ยังชะลอตัว รวมถึงการงดจัดกิจกรรมรวมตัวจำนวนมาก และเดือนกรกฎาคมมีวันหยุดยาว 2 ช่วง ทำให้นักท่องเที่ยวมีโอกาสเลือกช่วงเวลาการเดินทางได้มากขึ้น โดยประเมินว่าวันหยุดยาวในช่วงเดือนกรกฎาคมจะมีเงินสะพัดประมาณ 4,660 ล้านบาท

ขายคอนโดฯ Q2 ทรุดหนักรอบ 40 ไตรมาส

นายภัทรชัย ทวีวงศ์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและการสื่อสาร บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมา ผลจากผู้ประกอบหลายรายนำโครงการคอนโดมิเนียมที่ก่อสร้างเสร็จเหลือขายมาลดราคากว่า 30-40% พร้อมกับเสนอโปรโมชั่นอื่นๆ เพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้า ส่งผลให้โครงการคอนโดมิเนียมที่เปิดขายใหม่และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมียอดการขายที่ต่ำลงอย่างต่อเนื่อง และโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างมียอดการขายที่ช้าลงเป็นอย่างมาก ขณะที่ผู้ประกอบการที่นำยูนิตเหลือขายมาปรับลดราคาลงสามารถปิดการขายได้ 100% ในหลายโครงการ และจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยเป็นอย่างมากในไตรมาส 2 ส่งผลให้เกิดการชะลอตัวกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างชัดเจน โดยในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ยอดขายค่อนข้างต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้เป็นอย่างมาก โดยอัตราขายรวมของคอนโดมิเนียมที่เปิดใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 2 ปีนี้ มีอัตราการขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 29% เท่านั้น ซึ่งถือว่าต่ำที่สุดในรอบ 10 ปีหรือในรอบ 40 ไตรมาส

ใช้จ่ายช่วงเปิดเทอมหายไปหมื่นล้าน

นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ศูนย์พยากรณ์ได้ประเมินการใช้จ่ายของผู้ปกครองในช่วงเปิดเทอมการศึกษาทั่วประเทศประจำปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน 5,000-10,000 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่กระทบถึงภาวะเศรษฐกิจโดยรวม ทำให้ผู้ปกครองต้องลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเพื่อประคองสถานการณ์ทางการเงินของครอบครัว เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ตกงาน ถูกพักงานชั่วคราว และมีพนักงานอีกจำนวนหนึ่งที่เสี่ยงต่อการตกงานในอนาคต ส่งผลให้หลายโรงเรียนต้องลดค่าใช้จ่ายที่เรียกเก็บค่าบำรุงโรงเรียนที่เปลี่ยนแปลงใหม่จากปกติเฉลี่ยที่ 10,373 บาทต่อนักเรียน 1 คน นอกจากนี้ พบว่าผู้ปกครองลดค่าใช้จ่ายในเรื่องการเรียนพิเศษของบุตรหลาน หรือบางคนเลื่อนการเรียนเตรียมอนุบาลออกไปอีก 1 ปี

หอค้าดึงเอสเอ็มอีร่วมโครงการพี่ช่วยน้อง

นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความคืบหน้าการเปิดแพลตฟอร์มแอพพลิเคชั่นแก้ปัญหาการว่างงานในภาคธุรกิจโดยการเชื่อมโยงตลาดแรงงานระหว่างบริษัทใหญ่และเล็กมาจับคู่การจ้างงาน เพื่อลดปัญหาแรงงานที่กำลังถูกเลิกจ้างหรือต้องการเปลี่ยนงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งที่ว่างลงนั้น ขณะนี้มีบริษัทใหญ่เข้าร่วมโครงการหลายสิบแห่งและเริ่มมีการรับแรงงานต่างบริษัทได้มากขึ้น ซึ่งยอมรับว่ายังกังวลต่อปัญหาการเลิกจ้างและอัตราการว่างงานที่สูง จากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 กำลังเป็นปัญหาวงกว้างถึงธุรกิจเอสเอ็มอีและผู้ประกอบการรายย่อย ดังนั้น เพื่อลดปัญหาการเลิกจ้างและพยุงไม่ให้เกิดการว่างงานเพิ่มจึงเตรียมขยายโครงการเปิดโอกาสให้กลุ่มเอสเอ็มอีเข้าโครงการด้วย โดยคาดว่าแอพพลิเคชั่นดังกล่าวจะเปิดตัวได้ในเดือนกรกฎาคมนี้

ส่อเลื่อนใช้สายสีแดงไป พ.ค.2564

นายนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า โครงการที่เร่งผลักดันให้เกิดภายในปีนี้ หลายโครงการ เช่น โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ ปัจจุบันอยู่ระหว่างกระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบการแบ่งสัญญาออกเป็น 3 สัญญา คาดว่าจะเปิดประมูลภายในปีนี้ ขณะที่โครงการรถไฟทางคู่ ช่วงบ้านไผ่-มุกดาหาร-นครพนม อยู่ระหว่างการจัดทำร่างทีโออาร์ หลังจากนั้นจะประกาศเพื่อเปิดประมูลได้ภายในปีนี้เช่นเดียวกัน ส่วนการลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 เตรียมเดินหน้าต่อเนื่องเพื่อให้มีการเดินทางเชื่อมต่อระหว่างกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณาด้านการลงทุนโครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ให้รอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์และมีประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้ราง ส่วนการก่อสร้างรถไฟฟ้าชานเมือง สายสีแดงเข้ม (บางซื่อ-รังสิต) คาดว่าโครงการนี้อาจมีการล่าช้า หากเอกชนขอขยับเวลาในการก่อสร้างเพิ่มอีก 500 วัน คาดจะทำให้ต้องเลื่อนการเปิดให้บริการเป็นเดือนพฤษภาคม 2564 จากดิมที่ต้องเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2564 แต่การที่จะอนุมัติให้เอกชนขยายระยะเวลาในการก่อสร้างหรือไม่นั้น ต้องขึ้นอยู่กับกระทรวงคมนาคมเป็นผู้พิจารณา

แต่เบื้องต้นทาง ร.ฟ.ท.ได้อนุมัติขยายระยะเวลาในการก่อสร้างไปแล้ว 87 วัน

บทความก่อนหน้านี้“ศรีสุวรรณ”อัด ศบค.หละหลวม-เลือกปฏิบัติ จี้รับผิดชอบ ปล่อยทหารติดเชื้อโควิด สร้างความเสี่ยงที่ระยอง
บทความถัดไปโรมซัด! ผู้ชอบอ้างระเบียบวินัย กลับเป็นฝ่ายหย่อนยานสุด อัดรัฐบาลควรสำนึก ปชช.อดทนแบกรับ