“รากหญ้า” สาหัสพิษโควิด ขน “ครกหิน-ซึ้งนึ่งขนม” เข้าโรงรับจำนำ

พิษเศรษฐกิจ-โควิด คนหันพึ่งโรงรับจำนำทั่วไทย กำเงินสดใช้จ่ายหมุนเวียน รับเปิดเทอม แห่จำนำ-ไถ่ถอนทองคำออกขายอื้อหลังราคาพุ่ง โรงตึ้ง กทม. 21 แห่ง คนใช้บริการกว่า 1.1 แสนรายคิดเป็นเงิน 1.1 พันล้าน ทรัพย์เบ็ดเตล็ดสูงขึ้น ทั้งครกหิน ซึ้งนึ่งขนม กระทะทองเหลือง ชานหมาก เครื่องจักรกลเกษตร

เว็บไซต์ประชาชาติธุรกิจออนไลน์รายงานว่า นายนพดล เพิ่มพิทยา ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงรับจำนำ กทม.ทั้ง 21 แห่งมีสต๊อกทรัพย์ที่ประชาชนมาจำนำถึงเดือน มิ.ย. 2563 จำนวน 334,808 ราย คิดเป็นเงิน 5,012 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2562 ประมาณ 19,253 รายคิดเป็นเงิน 178 ล้านบาท

นายนพดล ระบุว่า สำหรับในปี 2563 เตรียมวงเงินไว้ 2,000 ล้านบาท ตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย. มียอดจำนำ 114,555 ราย คิดเป็นเงิน1,100 ล้านบาท ลดลงจากปี 2562 ประมาณ 3% เนื่องจากมีไถ่ถอนทองรูปพรรณออกไปขายจำนวนมากช่วงที่ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น

“จากการที่รัฐเยียวยาโควิดให้เงิน 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน คนนำเงินมาไถ่ทองออกไปจำนวนมาก เพราะขายได้ราคาสูงกว่ามาจำนำจะได้บาทละ 20,000 บาท ยังต้องเสียดอกเบี้ย หากขายจะได้บาทละ 24,800 บาท”

โดยช่วงเดือน เม.ย.-มิ.ย.มีทรัพย์จำนำถึง 78,522 ราย คิดเป็นเงิน 720 ล้านบาทหลังลดดอกเบี้ยช่วงโควิดและรับเปิดภาคเรียน โดยวงเงินจำนำ 1-5,000 บาทคิดดอกเบี้ยร้อยละ 10 สตางค์ต่อเดือน จากเดิมร้อยละ 25 สตางค์ต่อเดือน, ไม่เกิน5,001-15,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน จากเดิมร้อยละ 1 บาทต่อเดือน และขยายเวลาตั๋วรับจำนำเป็น 8 เดือน จากเดิม 4 เดือน 30 วัน ส่วนนักเรียน นิสิต นักศึกษา วงเงินจำนำไม่เกิน 1 แสนบาทต่อบุคคลคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 50 สตางค์ต่อเดือน จากเดิมร้อยละ 1.27 บาทต่อเดือน

“ทรัพย์ที่จำนำมากสุดคือทองคำ 85%รองลงมาเป็นอัญมณีและเพชรพลอย 11%ส่วนเบ็ดเตล็ดเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 2% เป็น 4% เพราะเศรษฐกิจไม่ดี คนนำของในบ้านออกมาจำนำมากขึ้น เช่น ซึ้งนึ่งขนม ถาดใส่กับข้าว ครกหิน กระทะทองเหลือง ชานหมากเครื่องเงิน พื้นที่มีทรัพย์จำนำมากสุด คือ เขตมีนบุรี หนองจอก และเทเวศร์” นายนพดลกล่าว

สถานการณ์โรงจำนำทั่วประเทศ

นายสุรเชษฐ์ ท้าวพันแดง ผู้ช่วยผู้จัดการสถานธนานุบาล เทศบาลนครภูเก็ต กล่าวว่า การนำทรัพย์สินมาจำนำไม่คึกคักเหมือนปีที่ผ่านมา ในแต่ละวันมีเงินหมุนเวียนกว่าวันละ 5 ล้านบาท ซึ่งทรัพย์จำนำ 90% เป็นทองรูปพรรณอีก 40% เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องมือช่าง

นางมัณฑนา พรรณขรรค์ ผู้จัดการสถานธนานุบาลเทศบาลเมืองมหาสารคาม เปิดเผยว่า จำนวนลูกค้ามาใช้บริการในช่วงเปิดภาคเรียนปีนี้มีปริมาณลดลง 20% หากเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนหลายกลุ่มอาชีพไม่มีรายได้หรือรายได้ลดลง แม้จะสำรองเงินไว้รวมแล้วกว่า 120 ล้านบาทแต่ลูกค้าที่มีทองคำจำนำไว้ได้มาไถ่ออกไปขายจำนวนมาก เพราะราคาทองคำในตลาดพุ่งสูงมาก

นางภูวะนาศ สวนสวัสดิ์ ผู้จัดการสถานธนานุบาลนครพิษณุโลก 1 เปิดเผยว่าปีนี้เตรียมเงินสำรองไว้ 150 ล้านบาท ขณะนี้มียอดวงเงินจำนำแล้วกว่า 50 ล้านบาทซึ่งมีการมาจำนำทรัพย์มากขึ้นจากปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะช่วงเปิดเทอม ส่วนใหญ่เป็นทองคำ 99% และเครื่องประดับรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบอาชีพ และมีไถ่ทองไปขายเพราะได้ราคาสูงขึ้น

นายอารีด หวันยีเต๊ะ ประธานที่ปรึกษานายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแม่ขรี อ.ตะโมด จ.พัทลุง เปิดเผยว่า ปีนี้มีผู้มาใช้บริการจำนวนมากขึ้น เพราะเศรษฐกิจโดยรวมปัจจุบันที่ซบเซา ส่วนใหญ่จะใช้บริการมากช่วงเปิดเทอม โดยทรัพย์จำนำเป็นทองรูปพรรณ นอกนั้นจะเป็นเครื่องจักรกลการเกษตร และเครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น สว่าน มอเตอร์ เป็นต้น

บทความก่อนหน้านี้ผู้ติดเชื้อโควิดวันนี้เป็นศูนย์ ไร้ผู้ป่วยในประเทศ 46 วันแล้ว หายป่วย 3,087 ราย
บทความถัดไปศธ.สั่งทุกโรงเรียน ห้ามลงโทษนักเรียนด้วยการตัดผม