‘บิ๊กตู่’ รับคิดปรับ ครม. รอเวลาเหมาะสม ไม่รับประกัน ‘4 กุมาร’อยู่ต่อ พร้อมขู่ใครยิ่งวิ่งเต้นมากอาจไม่ได้รับเลือก

‘บิ๊กตู่’ ยอมรับมีความคิดปรับ ครม. รอเวลาที่เหมาะสม คุยพรรคร่วม แบ่งโควต้าคนนอก – คนในพรรค ไม่รับประกัน ‘4 กุมาร’ อยู่ต่อหรือไม่ เพราะขอสัดส่วนมาจากพรรคร่วมรัฐบาล ยอมรับที่ผ่านมามีความพยายามขย่มแย่งเก้าอี้ไปมาทั้งสองฝ่าย ขู่ยิ่งวิ่งเต้นมากอาจไม่ได้รับเลือก ยันความสัมพันธ์ 3 ป. ยังเหนียวแน่น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลาออกจากสมาชิกพรรค ของ 4 อดีตกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดก่อตั้ง หรือที่เรียกว่า 4 กุมาร ว่า เคารพการตัดสินใจของทั้ง 4 คน เพราะเป็นเรื่องของภายในพรรค ในส่วนของนายกรัฐมนตรี ก็ต้องดูว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ขอให้เชื่อมั่นในระบบการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล และเชื่อมั่นในตัวของผม ที่จะพาประเทศชาติไปในเวลานี้ให้ได้ ในส่วนของการปรับคณะรัฐมนตรี เป็นวิถีทางการเมืองอีกอัน เช่นการเข้ามาเป็น ส.ส. การเข้ามาเป็นรัฐมนตรี การเข้ามาเป็น ครม. และการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ก็ต้องไปพูดคุยเจรจาอีกครั้ง ดังนั้นคำตอบตรงนี้ ยังไม่มีให้ว่าใครจะเป็น ใครจะเข้า ใครจะออก เพราะต้องคุยกับพรรคการเมือง พรรคร่วม เพราะเป็นกลไกทางการเมืองที่เข้ามา ขอให้ใจเย็น ๆ

เมื่อถามว่าการปรับ ครม. จะเกิดขึ้นก่อนเดือนกันยายนนี้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ผมพูดไปเมื่อไหร่ว่าเดือนกันยายน สื่อตีความกันไปเอง แต่เป็นตั้งแต่นี้เป็นต้นไป จะเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น”

เมื่อถามย้ำกรณี 4 กุมาร ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแล้ว จะต้องพิจารณาอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ระบุว่า สัดส่วนแต่ละคนมาจากพรรคการเมือง แม้ว่าจะมีคนนอกอยู่ส่วนหนึ่ง แต่อย่าลืมว่า ผมก็เป็นคนนอก เพราะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรค เพราะฉะนั้นสัดส่วนการเป็นรัฐมนตรีก็ต้องฟังจากพรรคเป็นหลัก การที่จะใช้คนนอกเข้ามาก็ป็นโควต้าของเขา ที่นายกรัฐมนตรีไปขอเขามา ซึ่งตนก็ขอเขามาตรงนี้ และมีรัฐมนตรีอีกหลายคนมากับตนด้วย

เมื่อถามว่าทั้ง 4 คน เป็นโควต้าของนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “เดิมก็เป็นเช่นนั้น ซึ่งเป็นตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดูว่าโควต้านั้นเหมาะสมหรือยัง ใครจะได้เพิ่มหรือได้ลดก็ว่ากันไป ซึ่งจะต้องมีการพูดคุย

เมื่อถามว่าการปรับคณะรัฐมนตรีครั้งต่อไปจะปรับใหญ่ หรือเฉพาะที่จำเป็น พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า จะพิจารณาเท่าที่จำเป็น ใครที่ทำงานดีอยู่แล้วก็ให้ทำต่อไป ทุกคนทำงานดีหมด ไม่ได้ว่าใครว่าไม่ดี เพียงแต่กลไกทางการเมือง และวิถีทางการเมืองก็อีกเรื่องหนึ่ง เมื่อถามย้ำถึงโควต้าของนายกรัฐมนตรี พล.ฮ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อเอาของเขามาจะต้องคืนเขาหรือไม่ จะมีนอกเข้ามาตรงไหน และได้แค่ไหน ก็ต้องไปคุยกันอีกที เพราะทำงานร่วมกันมากว่า 1 ปี แล้ว ก็ต้องพูดคุยกันใหม่

เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็คุยกันมาตลอด ซึ่งนายสมคิดก็บอกว่าพร้อมทุกเรื่อง เมื่อถามย้ำว่าที่ผ่านมามีการขย่มเก้าอี้รัฐมนตรีของนายสมคิดอยู่ตลอด พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ผมก็ต้องดู เพราะมีขย่มกันทั้งสองฝ่าย ท่านก็รู้ว่าใครชย่มใคร ใครขย่มกันอย่างไร วิธีไหน บางทีก็พูดกันไปเรื่อย สื่อก็ไปลงพาดหัวข่าว ซึ่งตนก็ต้องดูว่าใครถูกใครผิด”

เมื่อถามว่าดูจากระยะเวลาปรับ ครม. แล้วหรือไม่ ท่ามกลางวิกฤต พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “สื่อก็รู้ว่ามีวิกฤตอยู่ ก็ต้องทำงานตรงนี้ไปก่อน เมื่อไหร่ที่จะต้องปรับ ผมก็ต้องปรับของผม แต่ขอให้เชื่อมั่นในกลไกของเรา การบริหารราชการแผ่นดินที่ผมสร้างไว้ ใครจะไปใครจะมาก็ต้องรักษากฎระเบียบที่ผมวางไว้ ใน พ.ร.บ.ต่าง ๆ ที่ทำไปใหม่ เช่น พ.ร.บ.งบประมาณ พ.ร.บ.การเงินการคลัง ซึ่งมีใหม่ทั้งหมด เพราะฉะนั้นเราอาจยึดมั่นตัวบุคคล ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา ในแง่ความเชื่อมั่น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ ตัวบุคคลถ้าทำงานกันไม่ได้ มันก็อยู่ไม่ได้”

เมื่อถามย้ำว่าต้องเป็นบุคคลที่มาสานงานต่อได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่ได้ล็อกคุณสมบัติเอาไว้เช่นนั้น แต่จะขอเป็นผู้พิจารณาเอง ส่วนสิ่งสำคัญในการปรับคณะรัฐมนตรี คือความสงบเรียบร้อย และหากปรับ ครม. ใหม่ ก็ต้องมีการปรับ ครม. เศรษฐกิจด้วย เพราะมีอยู่หลายกระทรวงที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพรุ่งนี้ได้เลื่อนการประชุม ครม.เศรษฐกิจ ปกติ ออกไปก่อน แต่จะประชุมที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของผมทั้งหมด ทั้งในระบบและนอกระบบ เพื่อมารับฟังพวกเขา ว่ามีแนวคิดอย่างไร ก่อนนำเข้าครม.เศรษฐกิจนัดถัดไป นี่เป็นการทำงานแบบ New Normal

เมื่อถามย้ำว่าหากดูฝีมือทั้ง 4 คน จะได้กลับเข้ามาหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะถามให้ได้สาระอะไร เพราะตอบไปแล้วในภาพรวม เพราะทุกคนทำงานร่วมกันมาโดยตลอด และมีความสำเร็จมากมายพอสมควร แต่ก็ต้องกลับไปดูว่ากลไกทางการเมืองนั้นเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า หากไม่พูดระยะเวลาปรับครม.ที่ชัดเจน กังวลหรือไม่จะมีการวิ่งเต้นตำแหน่งกัน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “วิ่งกับใคร ผมก็ยืนยันว่าใครวิ่งมากก็อาจจะไม่ได้ แต่สื่ออย่าไปทำให้สับสนอลม่าน ใครจะวิ่งก็วิ่งไป ผมจะตัดสินใจด้วยตัวผมเอง ซึ่งจะต้องคุยกับหัวหน้าพรรค ทุกพรรค”

เมื่อถามว่าหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้มองคนนอกไว้จริงหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับว่าได้มองไว้ทุกกลุ่ม ทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ และสังคม เพราะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งคณะรัฐมนตรี แต่การสร้างความยอมรับนั้นก็เป็นเรื่องยากพอสมควร เพราะต้องดูมิติต่าง ๆ ร่วมด้วย ซึ่งการจะยอมรับหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความเชื่อมั่น และความเชื่อถือ บางส่วนที่หลายคนอยากให้เข้ามา ก็ต้องไปดูว่าเขาต้องการที่จะเข้ามาหรือไม่ ซึ่งเขาก็ไม่อยากมา แต่เราก็ต้องเลือกคนที่ดีที่สุดเข้ามาทุกกระทรวง

เมื่อถามว่าส่วนที่ทาบทามไปแล้ว ยังไม่ตอบรับมีใครบ้าง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า “ยังไม่ได้ทาบทามใคร”

เมื่อถามถึงการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรีด้านความมั่นคง หมายความว่าอย่างไร พล.อ.ประยุทธ์ ชี้แจงว่าเป็นการพูดภาพรวม สื่อก็สงสัย แล้วมาเกี่ยวกับตน พร้อมถามกลับว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ทำงานผิดพลาดหรือไม่ ถ้าไม่ผิดจะเปลี่ยนทำไม

เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีชื่อ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย จะย้ายไปนั่ง รมว.กลาโหมแทน พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า ใครเป็นคนเสนอ ถ้าเป็นหน้าข่าวใครเป็นคนเขียนข่าว เมื่อสื่อตอบว่ามาจากฝ่ายนักการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบกลับว่า “ให้ฟังผมก็แล้วกัน”

เมื่อถามย้ำว่าเป็นกระแสที่พยายามทำให้ 3 ป. แตกคอกันได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ หยุดคิดก่อนที่จะตอบว่า “เป็นไปไม่ได้”

บทความก่อนหน้านี้ศาลปกครองยกฟ้อง “สมยศ” ฟ้องราชทัณฑ์ ปมไม่ให้พักโทษ ผู้ต้องขังคดีความมั่นคง
บทความถัดไปเผยGoogle Trend #เพื่อไทย คะแนนความนิยมนำโด่ง ทิ้งห่าง พปชร.กว่า 4 เท่า