เอกราชแนะ ‘บิ๊กตู่’ ปรับ ครม.จัดสรรที่นั่ง รมต.ให้คนในพรรคบ้าง ชู ‘ธรรมนัส’ ผลงานเด่น-ควรขึ้น

เอกราชแนะ ‘บิ๊กตู่’ ปรับ ครม.จัดสรรที่นั่ง รมต.ให้คนในพรรคบ้าง ชู ‘ธรรมนัส’ ผลงานเด่น-ควรขึ้น

เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ที่ศูนย์ประสานงานพรรคพลังประชารัฐ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ถนนศรีจันทร์ ตรงข้ามศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เขตเทศบาลนครขอนแก่น นายเอกราช ช่างเหลา ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า การปรับ ครม.ที่หลายคนกำลังพูดถึงอย่างมากในขณะนี้นั้น เป็นอำนาจของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว แต่ในฐานะที่เป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เป็น ส.ส.ของพรรค บ้านนอก ที่รับรู้ถึงความต้องการและเสียงสะท้อนในระดับพื้นที่ไปยังคณะผู้บริหารประเทศและคณะผู้บริหารพรรค ซึ่งจากที่รับฟังเสียงของประชาชนพบว่ามีหลายอย่างที่ควรจะปรับ ครม. แต่อำนาจสูงสุดคือการตัดสินใจของท่านนายกรัฐมนตรี ตนเองในฐานะ ส.ส.พื้นที่จึงขอสื่อไปถึงนายกรัฐมนตรีที่ท่านมีสายตาอยู่รอบด้าน คงจะมองเห็นถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น ว่าจุดใดที่ควรจะปรับเพื่อให้ดีขึ้น จุดใดควรกวดขันเพื่อให้แน่นขึ้น ในการที่ดูแลประชาชนให้สมกับการเป็นพรรคแกนหลักของรัฐบาล

“พรรคร่วมรัฐบาลนั้น การตัดสินใจเป็นอำนาจของผู้ใหญ่ในพรรค ซึ่งก็มีเหตุผลประกอบในด้านต่างๆ แต่หลายคนก็สะท้อนความน้อยใจ สะท้อนความเป็นพรรคการเมืองขนาดใหญ่ของเราว่า พรรคเล็ก 3-5 ที่นั่ง ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีฯ ขณะที่มีอีกหลายกลุ่ม และกลุ่มที่ทำงานให้กับพรรค มี ส.ส.ที่เป็นแรงขับเคลื่อนการทำงานให้กับพรรคและนโยบายของรัฐบาล ไม่มีแม้กระทั่งตำแหน่งในกรรมาธิการ ซึ่งในการปรับ ครม.รอบนี้ควรจะให้ความเป็นธรรมกับคนของพรรคเราเองด้วย เพราะเราคือพรรคหลักของรัฐบาล จึงอยากให้มองคนของตัวเองด้วย

อย่าพากันนึกว่า ส.ส.พื้นที่เป็นของตาย ท่านสั่งอะไรมาเราก็ทำกันหมด วันนี้ถึงเวลาที่เราต้องเรียนไปถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในการบริหารจัดการรัฐบาล ว่าการปรับ ครม.ที่จะเกิดขึ้นนี้นั้น ต้องมองถึงความจำเป็นและเหมาะสม ตัวบุคคลที่เหมาะสมในตำแหน่งทางเศรษฐกิจ ด้านสังคมและการคลัง ส่วนทีมเศรษฐกิจมีการปล่อยข่าวออกมาในวันเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรค คงจะสื่อถึงความเป็นทีมเศรษฐกิจในระดับพรรค ที่จะมาทำหน้าที่ในการเป็นทีมเศรษฐกิจให้กับพรรคพลังประชารัฐมากกว่า ซึ่งพรรคอาจจะอาศัยทีมเศรษฐกิจที่มี ดร.แหม่ม (ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์) อยู่ด้วย แต่ก็ไม่ใช่คนเดียว เพราะมีอีกหลายคนที่จะเข้ามาทำงาน มาบริหารจัดการในเรื่องต่างๆ เหล่านี้”

นายเอกราชกล่าวต่ออีกว่า ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลก็จะประกอบด้วยทีมของพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งพรรคร่วมรัฐบาลและการระดมบุคคลที่เชี่ยวชาญในด้านเศรษฐกิจ ซึ่งบางส่วนประสานงานตรงไปที่นายกรัฐมนตรี เพราะคนเก่งในประเทศไทยนั้นมีมาก แต่ยังไม่มีโอกาสที่จะเข้ามาแสดงฝีมือ เราควรให้โอกาสกับผู้ที่มีความรู้ความสามารถ ดังนั้น การจะปรับออกหรือปรับเข้าอย่างไร การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีถือเป็นที่สุด ซึ่งหากทีมเดิมดีอยู่แล้วก็ไม่ต้องปรับ แต่ถ้าหากทีมเดิมนั้นไม่สามารถที่จะทำงานต่อไปได้ หรือทำแล้วไม่ประสบความสำเร็จ ก็ต้องมองหาทีมใหม่มาทำงาน

“ผมไม่ขอเสนอว่าทีมใหม่นั้นจะเป็นใคร แต่ขอทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกพรรค ทำหน้าที่ในความเป็น ส.ส.ของพรรค ที่ทุกคนรู้กันแล้วว่าไม่ว่าจะเป็นโพล เป็นผลสำรวจ สะท้อนปัญหาและความต้องการของประชาชนมาอยู่แล้ว อีกทั้ง ส.ส.พื้นที่ก็รับฟังปัญหาต่างๆ ทุกวันที่ทุกคนสะท้อนถึงรัฐบาล แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือทีมเด็กเกเร มักจะได้กินขนมตลอด ทีมเด็กดีนั้นมักจะนั่งดูเฉยๆ ด้วยความมีระเบียบวินัยในตัวเอง ผู้บริหารพรรคควรให้ความเป็นธรรม อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ไม่ใช่ให้ออกไปเรียกร้อง ไปแสดงอิทธิฤทธิ์ปาฏิหารย์จนประชาชนเบื่อ รำคาญ และไม่อยากจะมีนักการเมืองแบบนี้อีก แต่คนที่ประชาชนเบื่อมากๆ กลับได้รับโบนัส ได้รับรางวัลและได้เป็นเสนาบดี การปรับ ครม.ก็ควรที่จะดูที่ผลงาน ประสบการณ์ และการทำงานเพื่อประชาชน โดยต้องมอบรอบด้วน ไม่ใช่มองว่าใครเรียกร้อง ใครฟาดงวง ฟาดงา แล้วได้รับการพิจารณาในการแต่งตั้ง”

นายเอกราชกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ในฐานะสมาชิกพรรคและ ส.ส.ของพรรค อาจจะย่อยลงมาคือเป็นคณะทำงานร่วม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ทุกคนทำงานทุ่มเท ทำงานเพื่อพรรคมาโดยตลอด การเลือกตั้งซ่อม ทุกเขตของ หัวหอกสำคัญของพรรคก็คือ ร.อ.ธรรมนัส ในการที่จะเป็นคนทำงานภายใต้การนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดังนั้น หากมีการปรับ ครม.จริง ความเหมาะสมและความจำเป็นที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง ส.ส.ของพรรคและสมาชิกพรรคหลายคนคงขอเสนอให้ ร.อ.ธรรมนัสนั้นได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น คือในระดับรัฐมนตรีว่าการ

เพราะหากนำไปเทียบในตำแหน่งเดียวกันโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการ ยอมรับว่า หลายท่านที่ดำรงตำแหน่งนั้นคุณสมบัติหรือผลงานนั้นไม่สู้ ร.อ.ธรรมนัส ดังนั้น กลุ่ม ส.ส.เครือข่ายเพื่อนเอกราช ในพื้นที่ภาคอีสาน พร้อมที่จะให้การสนับสนุน ร.อ.ธรรมนัส ได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้น ภายใต้การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ

บทความก่อนหน้านี้“สาธิต” สั่ง รพ.ทั่วปท. เข้มมาตรการรักษาความปลอดภัย ย้ำบุคลากรสำคัญที่สุด
บทความถัดไปจับตา ‘บิ๊กแดง’ ออกงาน เตรียมแจงปมร้อน ผบ.ทบ.สหรัฐไม่ตรวจโควิด-ต่ออายุราชการ