ปลดล็อกม.44 อธิการใหม่ ม.บรูพา พร้อมเดินหน้า เฟ้นสภาฯ พัฒนามหา’ลัย

ปลดล็อกม.44 อธิการใหม่ ม.บรูพา พร้อมเดินหน้า เฟ้นสภาฯ พัฒนามหา’ลัย

นายวัชรินทร์ กาสลัก อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูรพา เปิดเผยว่า หลังจากที่มหาวิทยาลัยบูรพา (มบ.)ถูกตั้งปฏิบัติหน้าที่คณะกรรมการควบคุม ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 2/2559 ตามอำนาจมาตรา 44 รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เรื่องการกำหนดรายชื่อสถาบันอุดมศึกษาอื่น ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 39/2559 เรื่องการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหาธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา เนื่องจาก มีปัญหาการสรรหาอธิการบดี จนนายกสภา ต้องลาออก โดยมีการแต่งตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่แทนกรรมการสภามหาวิทยาลัย มาตั้งแต่ปี  2559 นั้น การแก้ไขปัญหาต่างๆ ภายในมหาวิทยาลัย เป็นไปอย่างเรียบร้อย และได้มีการสรรหาอธิการบดี ซึ่งตนได้รับการสรรหาและโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เป็นอธิการบดีมบ.เมื่อวันที่ 15 มิภุนายน ที่ผ่านมา จากนี้จะเป็นการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ โดยอยู่ในระหว่างการแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหานายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

นายวัชรินทร์ กล่าวต่อว่า เมื่อได้คณะกรรมการสรรหาแล้วก็จะมีการประชุมเพื่อกำหนดคุณสมบัติของนายกสภามหาวิทยาลัย 1 คน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ อีก 12 คน  ที่เหมาะสมกับมบ. เช่น ต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา การเงิน กฎหมาย การปกครอง เป็นต้น โดยสิ่งที่กรรมการสรรหาฯ ต้องระวังคือ ต้องหาผู้ที่ทำประโยชน์ให้กับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่คนที่ต้องการตำแหน่ง หรือหาผลประโยชน์จากมหาวิทยาลัย เพราะเราไม่อยากกลับไปสู่วังวนเดิม เมื่อกรรมการสรรหาฯกำหนดคุณสมบัติแล้ว ก็ต้องส่งให้คณะ สำนัก พิจารณาเพื่อเสนอชื่อ มาให้กรรมการสรรหาพิจารณาคัดเลือก  เมื่อได้รายชื่อแล้วก็เสนอเพื่อโปรดเกล้าฯ ซึ่งทั้งกระบวนการคาดว่าต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 3-4 เดือน  จากนั้นทุกอย่างก็จะกลับคืนสู่ภาวะปกติ และ มบ. ก็จะเดินหน้าต่อซึ่งตนเชื่อว่าถ้ามบ.รวมกำลังกันแล้ว น่าจะไปได้ไกล เพราะมีพื้นฐานดี ทั้งโอกาสที่ดีที่มีโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มาตั้งอยู่ใกล้ๆ

“ ความจริงแล้วปัญหาของ มบ.ที่เกิดขึ้น  คนส่วนใหญ่ในมหาวิทยาลัยไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่เกิดจากคน 2 กลุ่ม แย่งชิงอำนาจกัน เกิดเป็นปัญหาการเมืองภายใน  เล่นพรรคพวก  เกิดความแตกแยก แบ่งฝักแบ่งฝ่าย เพราะฉะนั้นสิ่งสำคัญของมหาวิทยาลัยคือ คนในมหาวิทยาลัยจะต้องกล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านผู้บริหารที่ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้ตนเชื่อว่าทุกคนได้บทเรียนแล้ว ซึ่งกระบวนการสำคัญที่บ่งชี้ถึงการที่มหาวิทยาลัยจะได้ อธิการบดี ที่ดี ประการแรก คือ คนในมหาวิทยาลัยต้องกล้าเป็นตัวของตัวเอง และสอง คนที่มีบทบาทมากคือ กรรมการสภามหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นคนเลือกอธิการบดี ซึ่งขั้นตอนนี้สำคัญมาก เพราะฉะนั้นกรรมการสรรหาฯก็ต้องมานั่งคิดว่า จะเอาคนประเภทใดมาเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย  สิ่งนี้จะเป็นตัวชี้อนาคตมหาวิทยาลัย เพราะสภามหาวิทยาลัยจะเป็นผู้กำหนดทิศทาง นโยบาย แนวทางในการทำงาน  และที่สำคัญอนาคตจะเป็นคนสรรหาอธิการบดีด้วย”นายวัชรินทร์ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ยูเอ็นเตือนเจอโรคระบาดซ้ำแน่ หากมนุษย์ยังเบียดเบียนสัตว์ป่า
บทความถัดไปส.อ.ท.จับตาเศรษฐกิจไทยครึ่งปี หวั่นสึนามิเศรษฐกิจ เอสเอ็มอีเจ๊ง