ปลัดแม่ริมขีดเส้นตายวันนี้ ให้ “ฌอน” แจงปมเงินบริจาค

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้จะครบกำหนด กรณีนายบุญญฤทธิ์ นิปวณิชย์ ปลัดอำเภอแม่ริมในฐานะประธานสหพันธ์ปลัดแห่งประเทศไทย (ส.ปอ.ท.) ได้รวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีกับนายฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ที่เปิดรับบริจาคเงิน เพื่อช่วยเหลือจิตอาสาดับไฟป่าดอยสุเทพ แต่จิตอาสาที่เป็นฝ่ายปกครอง ไม่ได้รับการช่วยเหลือดังกล่าว พร้อมเรียกนายฌอน มาพบ เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง ในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้

พล.ต.ต.พิเชษฐ จีระนันตสิน ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่อง แต่ฝ่ายปกครองยังไม่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ และไม่ได้ประสาน เพื่อให้ดำเนินคดีอย่างใด น่าอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนเข้าแจ้งความคดีดังกล่าว

“คดีของนายฌอน มีผู้เสียหายได้แจ้งความที่กรุงเทพฯ 2-3 รายแล้ว ส่วนเชียงใหม่ ยังไม่มีผู้เสียหายแจ้งความเอาผิดเพิ่ม สำนักงานตำรวจแห่งชาติไม่ได้สั่งการเรื่องดังกล่าว เพราะอยู่ในความรับผิดชอบของส่วนกลางแล้ว โดยเฉพาะตำรวจตรวจเข้าคนเมือง (ตม.) ต้องติดตามตัวนายฌอน ผู้ต้องหา หลังมีข่าวหลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ส่วนเงินบริจาคที่ผ่านบัญชีนายฌอน 30-50 ล้านบาท ไม่ทราบมีจริงหรือไม่ เป็นหน้าที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี ไปรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อประกอบสำนวนคดีตามขั้นตอนกฎหมาย ดังนั้นคดีดังกล่าวที่เชียงใหม่ ยังไม่มีความคืบหน้าอะไร” พล.ต.ต.พิเชษฐ กล่าว

นายกมล นวลใย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 (เชียงใหม)กล่าวว่า ไม่ทราบเรื่องนายฌอน เป็ดรับบริจาค และไม่ได้ประสานกับสำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 ดังนั้นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องดังกล่าว ได้เรียนผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นแล้ว ส่วนตัวไม่เคยรู้จักนายฌอนเพียงทราบว่านายฌอน และทีมงาน ไปร่วมกิจกรรมปลูกป่าที่อ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อ.แม่ริม เท่านั้น แต่สำนักป่าไม้ ไม่ได้เป็นผู้เชิญไปร่วมงาน
ดังกล่าวอย่างใด

“ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทำงานเต็มที่ แต่ไม่เคยได้รับรายงานว่านายฌอน ได้เข้าไปช่วยเหลือดังกล่าว ส่วนใหญ่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ดูแลช่วยเหลือกันเอง อาจมีผู้นำอุปกรณ์ดับไฟและสิ่งของไปมอบให้บ้าง ส่วนมากไปมอบที่หน่วยดับไฟป่าโดยตรง เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ที่ทำงานอย่างเข้มแข็ง อยากฝากขอบคุณผู้บริจาคดังกล่าว ที่สนับสนุนชุดดับไฟป่าจนภารกิจสำเร็จลุล่วง แต่ไม่ประมาท ยังคงเฝ้าระวัง และจัดชุดลาดตระเวน เพื่อป้องกันไฟป่าพื้นที่เสี่ยงอยู่ แม้เริ่มเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว” นายกมล กล่าว

พ.ต.ท.กฤษณพงค์ พูตระกูล ผู้ช่วยอธิการบดี และประธานกรรมการคณะอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณีสังคมกำลังให้ความสนใจเกี่ยวกับการรับบริจาคเงินของนายฌอน บูรณะหิรัญ ไลฟ์โค้ชชื่อดัง ว่า 1.คนทั่วไปมักมีความต้องการเกียรติยศ ชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ ต้องการให้ตนเองเป็นที่ยอมรับนับถือจากคนทั่วไป จนบางคนเลือกจะไปถึงจุดนั้นโดยไม่สนใจวิธีการที่ได้มา2.การสร้างการยอมรับ ความมีชื่อเสียง อาจไม่จำเป็นต้องหวือหวา รวดเร็วโดยเฉพาะในยุคปัจจุบันมักสร้างการยอมรับบนโลกออนไลน์โดยดูจากยอดไลค์ ยอดวิว ยอดแชร์ ฯลฯ แต่การสร้างการยอมรับจำเป็นต้องใช้เวลา เหมือนกับการหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงบนพื้นดินที่ต้องหมั่นดูแลเพื่อรอวันเติบโต 3.การเป็นคนเด่น คนดัง อาจเป็นได้เพียงชั่วข้ามคืนแต่เราจะเลือกให้เด่น ดัง ไปในทิศทางใด ขึ้นอยู่กับตัวเรา

พ.ต.ท.กฤษณพงค์ กล่าวว่า 4.ความเป็นคนดี คนรอบข้างและสังคมจะเป็นผู้ประเมิน ไม่ใช่ตัวเรา เพียงแต่เราต้องทบทวนข้อผิดพลาดตัวเองทุกวัน ความดีต้องใช้เวลาในการพิสูจน์ เสมือนหนทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน 5.คนรุ่นใหม่จำนวนหนึ่งอาจต้องการความร่ำรวย ความมีชื่อเสียงอย่างรวดเร็วจนอาจจะมองข้ามความถูกต้อง และความดีงามซึ่งจะไม่ยั่งยืน 6.สิ่งหนึ่งที่สังคมไทยเราจะไม่แพ้ชาติใดในโลกคือการสร้างความมีคุณค่าในตัวคนจากค่านิยมที่ดีงาม ไม่ใช่ที่คำพูด หน้าตา แต่ต้องมาจากการกระทำ 7.อาชญากรที่ฉลาดมักหลอกลวงเหยื่อจากการสร้างตนเองให้เป็นที่ยอมรับ ทำให้ตนเองมีชื่อเสียง เพราะเมื่อเหยื่อมีความไว้วางใจ ก็ย่อมจะหลอกลวงได้ง่ายขึ้น 8.ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แต่ถ้าเสี่ยงแล้วคุ้มก็จะลงมือ เสมือนกับการก่อเหตุของคนร้าย ถ้าคิดว่าคุ้มก็จะทำ

บทความก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านเล็งหั่นงบ “ซื้ออาวุธ-รื้อถนน” แนะเปิดให้สื่อถ่ายทอดสด ประชุม “กมธ.” 8กค.นี้
บทความถัดไปมะพร้าวอินทรีย์ประจวบฯส่งออกสหภาพยุโรปไร้ผลกระทบจากการใช้ลิงกังเก็บผลผลิต