‘สุเทพ’ ลั่น รปช.อยู่กระทรวงแรงงานต่อ บอกช่วงนี้ข่าวลือเยอะ ให้ฟังนายกฯคนเดียว

‘สุเทพ’ ลั่น รปช.อยู่กระทรวงแรงงานต่อ บอกช่วงนี้ข่าวลือเยอะ ให้ฟังนายกฯคนเดียว

เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม ที่อาคารแบงค์ค็อกธนบุรี ฮอลล์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำร่วมก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ของพรรค รปช.ว่า พรรคเล็กๆ ก็มีความกระชับ มีความเป็นปึกแผ่นดี และความที่เป็นพรรคเล็ก คนไม่มาก ผู้เข้าร่วมประชุมจึงทราบดีว่าใครเป็นใคร รู้จักกันดี และรู้ฝีมือกันดี ดังนั้น การเสนอชื่อกรรมการบริหารพรรคเขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าการเลือกครั้งนี้เลือกมาเพื่อรักษาการ เรียกว่าเป็นกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ รอวันเวลาที่จะมีการประชุมสมัชชาพรรค ซึ่งจะประชุมสมาชิกทุกคนทั่วประเทศ โดยจะมีการลงมติโดยสมาชิกทุกคนเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรค 7 คน ในที่ประชุมใหญ่สมัชชา

เมื่อถามว่าการเสนอชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคครั้งนี้ถือเป็นการเตรียมความพร้อมไปถึงการเสนอชื่อคนที่จะเป็นรัฐมนตรีในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งต่อไปหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า รัฐมนตรีของพรรคเราได้เสนอชื่อไปแล้วตั้งแต่วันแรกที่ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลาออกแล้ว โดยคณะกรรรมการบริหารพรรคมีมติ และเลขาธิการพรรคก็ได้ทำหนังสือถึงนายกฯแล้ว ดังนั้น ไม่เกี่ยวกับการเสนอชื่อคณะกรรมการบริหารพรรคในวันนี้ การเลือกกรรมการบริหารพรรควันนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกบุคคลเป็นรัฐมนตรีในนามของพรรค

เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวว่า รปช.จะไม่ได้กระทรวงแรงงานเหมือนเดิม นายสุเทพกล่าวว่า ตนคิดว่าสิ่งที่เราต้องระมัดระวังคือข่าวสารต่างๆ มีข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวปล่อยสารพัด เราต้องตั้งสติคิด พิจารณาข่าวสารเหล่านี้ โดยบุคคลที่จะเป็นผู้มีอำนาจเด็ดขาดในการพิจารณาตัวบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบกระทรวงต่างๆ คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น บางคนอาจจะมาสัมภาษณ์ให้ข่าวต่างๆ อย่าไปฟัง ฟังไม่ได้ ฟังได้คนเดียวคือ พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียวเท่านั้น ทั้งนี้ ในส่วนกระทรวงแรงงาน พล.อ.ประยุทธ์ได้มอบหมายให้พรรค รปช.รับผิดชอบงานของกระทรวงแรงงาน เมื่อ ม.ร.ว.จัตุมงคลลาออก เราก็ได้เสนอชื่อนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงแรงงานแทน ส่วนจะปรับ ครม.เมื่อไหร่ เวลาเหมาะสมอย่างไร คนตัดสินใจก็คือนายกฯ เราไม่ได้ไปกดดัน หรือเร่งรัดท่าน เพราะเราเข้าใจสถานการณ์ทางการเมือง

เมื่อถามว่าผลงานที่ผ่านมาของกระทรวงแรงงาน ทาง รปช.คิดว่าเราควรจะบริหารงานต่อไปอย่างไร หรือเราถนัดงานในกระทรวงใดมากกว่าหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ก่อนจะมาเป็นรัฐมนตรีคงไม่มีใครถนัดตรงไหนหรอก แต่เมื่อนายกฯมอบหมายให้เราดูแลกระทรวงแรงงาน เราก็ดูแลกันทั้งพรรค ทำร่วมกับภาคเอกชน ประชาชนทั่วไป เพื่อทำให้กระทรวงแรงงานเป็นกระทรวงเศรษฐกิจของประเทศ เราได้แก้ไขปัญหาของกระทรวงมาตามลำดับ ต่อไปข้างหน้าคือการฟื้นฟูเศรษฐกิจของครอบครัวผู้ใช้แรงงาน ซึ่งพรรคได้ระดมสรรพกำลังและสมองทำโครงการเสนอไปยังสภาพัฒน์เรียบร้อย ซึ่งเรามั่นใจว่าเรามีความพร้อม

เมื่อถามย้ำว่าที่เราวางแผนการทำงานไว้แบบนี้ แปลว่าในการปรับ ครม.ครั้งต่อไป รปช. ยืนยันที่จะดูกระทรวงแรงงานใช่หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า “ถูกต้องครับ”

เมื่อถามว่าแล้วถ้าไม่ได้กระทรวงแรงงาน นายสุเทพกล่าวว่า “อย่าถ้าเลยครับ มันไม่มีอะไรที่ต้องเป็นถ้า พวกผมฟังนายกฯอย่างเดียว เราไม่ฟังคนอื่น ถ้าเอาพูดกันตามข่าว ต่างคนต่างพูดมันก็จะมีเรื่องวุ่นวายไปเยอะแยะ บ้านเมืองมีปัญหามากอยู่แล้ว เราต้องไม่สร้างปัญหาเพิ่ม”

เมื่อถามย้ำอีกว่าเห็นการฟอร์ม ครม.ครั้งแรก กระทรวงแรงงานเป็นโควต้าของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นายสุเทพกล่าวว่า ตนไม่พูดออกไปนอกกรอบนี้ ตนยืนยันว่าทุกอย่างเป็นอำนาจของนายกฯที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ ท่านเป็นหัวหน้ารัฐบาล ท่านทราบดีว่าท่านจะต้องให้ใครรับผิดชอบด้านไหน อย่างไร

เมื่อถามว่าสัดส่วน ส.ส.ของพรรคอื่นเปลี่ยน บางพรรคขยับเพิ่มขึ้น แบบนี้จะกระทบต่อโควต้าของ รปช.หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตนคิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก เพราะนายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาลได้ตัดสินใจแล้วว่าจะชวนพรรคไหนเข้าร่วมรัฐบาลบ้าง แล้วจะให้พรรคไหนรับผิดชอบงานด้านไหน ข่าวลือเยอะใช่ไหม

นายสุเทพกล่าวอีกว่า สำหรับเหตุผลที่เลือกนายทวีศักดิ์ ณ ตะกั่วทุ่ง เป็นหัวหน้าพรรค รปช.นั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้นายทวีศักดิ์เคยทำหน้าที่เป็นเลขาธิการพรรค น่าจะมีความเหมาะสมที่จะทำหน้าที่หัวหน้าพรรค เนื่องจากมีประสบการณ์ และเพื่อต้องการแยกความชัดเจนระหว่างตำแหน่งหัวหน้าพรรคกับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานให้ชัดเจน หัวหน้าพรรคจะได้ทำงานของพรรคได้อย่างเต็มที่ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานก็จะได้ทำหน้าที่รัฐมนตรีได้อย่างเต็มที่เช่นกัน เพราะกระทรวงแรงงานถือเป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่สำคัญ รัฐมนตรีจะได้มีสมาธิทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องมาห่วงงานของพรรคการเมือง ส่วนการประชุมสมัชชาของพรรคจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นั้น คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่จะเป็นผู้กำหนด โดยเบื้องต้น นายทวีศักดิ์ประกาศว่าอาจจะมีการประชุมในช่วงปลายปี 2564 หรือช่วงต้นปี 2565 ซึ่งการจัดประชุมสมัชชาจะเป็นการรวมสมาชิกทั้งประเทศ โดยหัวใจสำคัญของการเป็นพรรคการเมืองคือการให้สมาชิกเป็นผู้ตัดสิน ซึ่งคาดว่าการจัดประชุมสมัชชาดังกล่าวจะเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าในการประชุมสมัชชาของพรรคนั้น จะยึดแนวทางการเลือกหัวหน้าพรรค โดยแยกจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานเหมือนในครั้งนี้หรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรคที่จะเสนอชื่อใครก็ได้ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถตอบอะไรได้ เป็นเรื่องของอนาคต

เมื่อถามว่าหากมีสัญญาณยุบสภาหรือเลือกตั้งใหม่ก่อนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะครบเทอม รปช.ต้องเลื่อนประชุมสมัชชาใหญ่ให้เร็วขึ้นหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า ตามความเห็นของตน เชื่อว่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์จะอยู่ครบเทอม

บทความก่อนหน้านี้เสธ.แมว ซัดรบ. ตั้งงบซ้ำเติมวิกฤต ปล่อยชื่อครม.ใหม่ก็ถูกยี้ ทำคนสิ้นหวัง จนอยากลุกฮือ
บทความถัดไปกมธ.ฯพร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นงบ’64 ชี้พ.ร.บ.มีจดอ่อนเพียบ ซัดงบผูกพันข้ามปีซื้ออาวุธ-ก่อสร้างเป็นภาระ