ตัวแทนน.ร.บุก ศธ. “ตัดผม” เชิงสัญลักษณ์ ประท้วงร.ร.จับตัดผม

ตัวแทนน.ร.บุก ศธ. “ตัดผม” เชิงสัญลักษณ์ ประท้วงร.ร.จับตัดผม

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลว จำนวน 4 คนเดินทางมายื่นหนังสือถึงนายประเสริฐ บุญเรือง ปลัด ศธ. เพื่อยื่นหนังสือขอความชัดเจนในการบังคับใช้กฎการไว้ทรงผมของนักเรียน เพื่อเรียกร้องให้ผู้ใหญ่ใน ศธ. รับรู้เรื่องนักเรียนจำนวนมากถูกโรงเรียนบังคับตัดผม โดยไม่เป็นไปตามระเบียบ ศธ. พร้อมทั้งแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ “ตัดผม” ตนเอง คือแคมเปญเลิกบังคับหรือจับตัด โดยนายประเสริฐ เดินทางมารับหนังสือด้วยตนเอง

ตัวแทนนักเรียน กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกตนเข้ามาที่ ศธ.เพื่อถามหาความชัดเจนเรื่องระเบียบศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ซึ่งจากการหารือกับ ศธ.ได้ข้อสรุปถึงการบังคับใช้กฎระเบียบ แต่ศธ. กลับไม่อนุญาตให้เปิดเผยต่อสาธารณะ ซึ่งพวกตนเห็นว่าจากการหารือครั้งนี้ เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนอย่างมาก หากได้รับการเผยแพร่ออกไป เพราะมีการตีความกฎกระทรวงที่คุ้มครองความเป็นมนุยษ์ของนักเรียน ซึ่งจากการหารือกับ ศธ.ครั้งนั้น ไม่มีการยืนยันชัดเจนเป็นเอกสารใดๆ ของ ศธ. พวกตนจึงทำหนังสือให้เผยแพร่ข้อหารือครั้งนั้นสู่สาธารณะ เพื่อให้เกิดความชัดเจน แต่เมื่อพวกตนได้รับหนังสือที่ตอบกลับมาจาก ศธ.ไม่มีความชัดเจน และไม่มีการพูดถึงเรื่องที่พวกตนหารือกับ ศธ.ในครั้งนั้นเลย พวกตนจึงมายื่นหนังสืออีกครั้ง เพื่อให้ ศธ.ประกาศให้นักเรียนทราบโดยทั่วกันว่า ระเบียบศธ.ว่าด้วนทรงผมของนักเรียนควรเป็นอย่างไร

ตัวแทนนักเรียนกล่าวต่อว่า ทั้งนี้พวกตนจะรอดูคำตอบจาก ศธ. อีกครั้ง หาก ศธ.ตอบกลับมาไม่ตรงประเด็น และยังไม่ยอมยืนยันสิ่งที่พูดในการหารือครั้งนั้น พวกตนจะทำแคมเปญและรณรงค์ “เลิกบังคับหรือจับตัด” ต่อไป เพราะเมื่อระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ออกมาใหม่ แต่โรงเรียนไม่ออกระเบียบใหม่ตามระเบียบนี้ กลับยังใช้ระเบียบเดิมอยู่ จึงมองว่า ระเบียบของ ศธ. ออกมาคลุมเครือ ซึ่งนักเรียนตีความในกฎระเบียบนี้อีกอย่างหนึ่ง ครูตีความอีกอย่างหนึ่ง จึงจำเป็นต้องขอความชัดเจนเรื่องนี้ เช่น การตัด การกล้อนผม การไว้ผมยาว เป็นต้น และท้ายสุด แต่ละโรงเรียนต้องไปตีความกฎระเบียบนี้เอง ซึ่งพวกตนต้องการความชัดเจน ว่าศธ. ออกกฎระเบียบนี้เพื่ออะไร และหากต้องการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนักเรียนจริง ศธ.ต้องระบุชัดเจนว่า โรงเรียนต้องไม่ละเมิดนักเรียนในรูปแบบต่างๆ

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่า ระเบียบศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ไม่ได้เปลี่ยนไปจากระเบียบเดิม คือ ข้อ 4 นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาวไม่เลยตีนผม นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย ซึ่งประกาศใหม่ ศธ.เพิ่มเติม ข้อ 5 นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ ดัดผม ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ไว้หนวดหรือเครา และการกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปสัญลักษณ์หรือลวดลาย
นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เพิ่มข้อ 7 คือให้สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษา หรือคณะกรรมการบริหารโรงเรียนวางระเบียบเกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ทั้งนี้ก่อนจะประกาศเป็นระเบียบต้องสอบถามความคิดเห็นจากนักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนด้วย ก่อนที่จะออกเป็นระเบียบ

“ศธ.สามารถกำหนดภาพรวมกว้างๆ เท่านั้น หากโรงเรียนใดไม่ปฏิบัติตามมติ หาก ศธ.รับรู้ หรือมีการรายงาน ศธ.สามารถส่งเจ้าหน้าที่ติดตามให้โรงเรียนทำตามกฎระเบียบนี้ ทั้งนี้ ผมจะทำหนังสือเร่งรัดให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เร่งรัดให้ทำตามระเบียบศธ.ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ.2563 ต่อไป” นายประเสริฐ กล่าว

บทความก่อนหน้านี้ส่งออกข้าวไทย มิ.ย.ดีกว่าพ.ค. พ่อค้าห่วงบาทแข็ง-จีนดั๊มราคาฉุดยอดครึ่งปีหลัง
บทความถัดไปแอปฯ ช่างไฟชไนเดอร์ เวอร์ชั่นใหม่ เชื่อมต่อทรูมันนี่ วอลเล็ท แลกแต้มปุ๊บ รับเงินปั๊บ