สมช.ประเมินคลายล็อกเฟส 5​ ทุกวัน คาดกลางเดือนหน้าได้ข้อสรุป ‘ทราเวลบับเบิล’

‘เลขาฯ สมช.’ เผย ประเมินผลคลายล็อกเฟส 5​ ทุกวัน คาดได้ข้อสรุปทราเวลบับเบิล กลางเดือนหน้า

เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจพิจารณามาตรการผ่อนปรนการบังคับใช้มาตรการในการป้องกันและยับยั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์หลังผ่อนคลายมาตรการในระยะที่ 5 ว่า มีการประเมินทุกวัน ซึ่งหลังเปิดเทอม 2 วันแรกก็ได้รับความร่วมมือจากโรงเรียนต่างๆ เป็นอย่าง ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ขณะที่สถานบันเทิง นั้น ทางหน่วยงานด้านความมั่นคง จะมีการเข้าไปตรวจสอบทั้งที่มีการแจ้งล่วงหน้าและไม่แจ้งล่วงหน้า แม้ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อง แต่ก็ต้องขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการผู้ใช้บริการจะต้องปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขอย่างเข้มงวด โดยการสวมหน้ากาก การรักษาระยะห่าง และต้องลงทะเบียน Check In -​Check Out

พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า หากสถานที่ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรการจะต้องถูกลงโทษและสั่งปิดทันที อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันนี้ จะมีการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ชุดเล็ก เพื่อประเมินสถานการณ์​รายวัน และหารือถึงความเป็นไปได้ของโครงการจับคู่ประเทศท่องเที่ยว หรือ Travel​ Bubble เพราะไทยไม่สามารถรับนักท่องเที่ยวในจำนวนเท่าเดิมได้อีก และต้องมีเงื่อนไขเป็นพิเศษ ที่ต้องความมั่นใจว่าสามารถควบคุมนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้ รวมทั้งต้องมั่นใจว่า นักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่าย ในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไทย ที่จะต้องดูรายละเอียดในหลายมิติ

พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในส่วนของความคืบหน้าโครงการ Travel​ Bubble นั้น จะต้องทำความตกลงกับประเทศนั้นๆ ก่อน คาดว่า จะมีความพร้อมอย่างเร็ว คือในช่วงกลางเดือน ส.ค. ขณะนี้มีหลายประเทศติดต่อเข้ามาเป็นคู่ประเทศ แต่มีเพียง 5 ประเทศ ที่มีประสิทธิภาพ ด้านระบบสาธารณสุขดี ใกล้เคียงกับประเทศไทย และมีจำนวนผู้ติดเชื้อไม่มาก ซึ่งเป็นประเทศที่ความพร้อมและอยู่ระหว่างการเจรจา ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน (บางมณฑล)​ ฮ่องกง เกาหลี และสิงคโปร์ ส่วนการอนุญาตให้นักธุรกิจและนักลงทุน​เข้าประเทศได้นั้น หากอยู่เกิน 14 วัน จะต้องมีการกักตัวในสถานที่ที่ต้องจ่ายเงินเอง หรือ Alternative state​ quarantine​ สามารถ​เลือกโรงแรมที่ได้รับการอนุญาตได้เอง แต่หากมาประเทศไทยไม่ถึง 14 วัน จะมีมาตรการติดตามตัว โดยมีการตรวจเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ต้นทาง และเมื่อมาถึงประเทศไทยก็จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกครั้ง พร้อมยังมีการตรวจโรคก่อนเดินทางกลับประเทศด้วย

เลขาฯ สมช. กล่าวว่า สำหรับการกำหนดการเดินทางเข้า-ออก ประเทศของชาวต่างชาตินั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ที่อาจจะกำหนดไว้ไม่เกินวันละ 200-300 คน พร้อมย้ำว่า ตลอดช่วงเดือน ก.ค. จะยังไม่เปิดรับนักท่องเที่ยวเข้าประเทศไทย จึงขอให้ประชาชนสบายใจได้

บทความก่อนหน้านี้“อนุทิน” เรียกประชุม สธ.สางปม “คลินิก สปสช.” เบิกค่าตรวจเท็จ
บทความถัดไป“อนุทิน” แจง ไทยยังไม่เปิดเป็นฮับรับผู้ป่วยต่างชาติ ย้ำ สธ.หนุนเต็มที่วิจัยวัคซีน