นพ.พรหมินทร์ ซัด ประยุทธ์ รัฐประหารด้วยข้ออ้างทางการแพทย์ ทำศก.ทรุดหนัก นำมาซึ่งอาชญากรรม

อดีตรองนายกฯ ซัด บิ๊กตู่ รัฐประหารด้วยข้ออ้างทางการแพทย์ ทำศก.ทรุดหนัก

วันที่ 2 ก.ค. นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช แกนนำกลุ่มแคร์ และอดีตรองนายกฯ โพสต์ระบุว่า Medical coup (รัฐประหารด้วยข้ออ้างทางการแพทย์) ความกลัวแพร่ออกไป เมื่อพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ให้รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กวาดกระชับอำนาจ นี่คือคำโปรยข่าวสำนักข่าว Nikkei หลังรัฐบาลประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทั่วราชอาณาจักร ต่อเนื่องมาตั้งแต่ ตั้งแต่ 26 มี.ค.2563 ต่อเนื่องอีก 1 เดือน ตั้งแต่ 1 ก.ค. เป็นต้นไปเป็นเดือนที่ 4

ทั้งที่วันที่ 30 มิ.ย. ไม่มีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 36 แล้ว ด้วยข้ออ้างว่าต่างประเทศยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นบ้าง กลัวว่าโรคโควิด-19 กลับมาระบาดรอบที่ 2 เป็นต้น

นพ.พรหมินทร์ ระบุด้วยว่า สร้างความหวาดกลัวโรค ทั้งที่ทั้งประเทศปลอดผู้ติดเชื้อ มากกว่า 1 เดือนแล้ว ยิ่งในพื้นที่กว่าครึ่งประเทศไม่มีผู้ติดเชื้อมายาวนานกว่านั้นมาก ทั้งที่หลายสถาบันทั้งรัฐและเอกชน ส่งสัญญาณเตือนให้รัฐบาลว่าจะมีปัญหาเศรษฐกิจใหญ่หลวงหนักหน่วงตามมา เริ่มตั้งแต่เดือน ตุลาคมเป็นต้นไป

ทั้งปัญหาเศรษฐกิจธุรกิจโดยเฉพาะเอสเอ็มอี และกิจการขนาดจิ๋วย่อยๆ นับ ล้านรายจะทะยอยล้ม คนตกงาน กว่า 8 ล้านคน ไม่สามารถชำระหนี้ได้ มีผลเป็นลูกโซ่ แม้กระทั่งสถาบันธนาคารก็ต้องได้รับผลกระทบ จนธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาตรการไม่ให้ธนาคารพาณิชย์งดจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและไม่อนุญาตให้ซื้อหุ้นคืนเพื่อรองรับสถานการณ์เศรษฐกิจอันเลวร้ายนี้

ปัญหาเศรษฐกิจ คนตกงาน คนไม่มีเงินใช้หนี้สิน นำมาซึ่งปัญหาสังคมอีกมาก เช่น ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาฆ่าตัวตาย และปัญหาสังคมอื่นๆตามมา ที่จะเกิดขึ้นหนักหน่วงต่อเนื่องเป็นปี นับตั้งแต่ตุลาคมที่จะถึงนี้อย่างไร

ไม่มีใครปฏิเสธว่าการกระชับอำนาจเพื่อจำกัดการแพร่กระจายโรค ในระยะแรก มีผลดี ทำให้ประเทศไทย คนไทย ปลอดจากโรคพ้นหุบเหวแรกของการระบาดของโรค ในระยะเวลาเร็วกว่าประเทศอื่นๆ และที่สำคัญทำให้หน่วยงานการแพทย์มีการเตรียมตัว ตรวจการสืบค้นติดตามผู้ป่วยได้ทั่วถึง เตรียมมาตรการป้องการการระบาด เตรียมสถานบริการแพทย์อย่างเพียงพอ มีห้องไอซียู ทั่วประเทศกว่า 2,000 เตียง เฉพาะในกรุงเทพมหานคร มีห้องไอซียู เฉพาะของรัฐถึง 200 เตียง

หรืออีกนัยหนึ่ง มีผู้ป่วยในกทม.วันละ 100 ราย หรือ สัปดาห์ละ 700 รายก็ยังรองรับได้ นั่นหมายความว่ารองรับผู้ติดเชื้อในประเทศวันละ 1,000 รายแล้ว มียารักษา หลายแสนเม็ด ฉะนั้น เราผ่านระยะการติดเชื้อระยะแรก และพร้อมรับมือกับการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วแล้ว

แล้วรัฐเตรียมตัวแก้ปัญหาประชาชนในพ้นหุบเหวทางเศรษฐกิจมีปัญหาใหญ่หลวงกว่า ยาวนานกว่า หรือหุบเหวแห่งเศรษฐกิจที่ลึกกว่า กว้างกว่าดังวิดีโอคลิปที่แนบมาได้อย่างไร ด้วยความกลัวหุบเหวเศรษฐกิจ ที่ใหญ่หลวงกว่า ที่จะตามมาจากหุบเหวของการระบาดโรค กลุ่มแคร์ จึงเสนอมาตรการแรก “ชุบชีวิตเศรษฐกิจ อัดฉีด SME 2 ล้านล้าน ลดดอกปลอดต้น นาน 4 ปี” เพื่อโอบอุ้มระบบเศรษฐกิจไทยไว้

บทความก่อนหน้านี้ก้าวไกล ขยี้ “ธรรมนัส” ไม่เลิก ตอกย้ำฉายา “รมต.เทวดา” ชวนปชช.จับตา
บทความถัดไป‘วิโรจน์’ จวกรัฐบาล มัดตราสังชาติ 20 ปี ตัดงบการศึกษา ซ้ำเติมความเหลื่อมล้ำ