สู้ปลดฟ้าผ่า ‘สหภาพคุรุสภา’ ถกหาทางออกให้สมาชิกเกือบพันคนวันนี้

สู้ปลดฟ้าผ่า ‘สหภาพคุรุสภา’ ถกหาทางออกให้สมาชิกเกือบพันคนวันนี้

กรณีองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.) มีคำสั่งเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค. จำนวน 961 คน จากพนักงานทั้งหมด 1,035 คน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เนื่องจากประสบภาวะขาดทุนมาตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี หนี้สะสมประมาณ 6,000 ล้านบาท

นายนิวัติชัย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา กล่าวว่า ในวันนี้ (1 ก.ค.) ทางสหภาพแรงงานฯ จะมีการประชุมสมัยวิสามัญเพื่อหาทางออกร่วมกันว่าจะดำเนินการอย่างไร จะฟ้องศาลแรงงานกับศาลปกครองหรือไม่ เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปในทางเดียวกัน ทั้งนี้มีข้อสงสัยว่า พนักงานมีทั้งหมด 1,035 คน เลิกจ้าง 961 คน เหลือ 74 คน จะมีผู้เกษียณอายุในปีนี้กว่า 50 คน และจะมีคณะกรรมการ ลูกจ้างที่องค์การค้าต้องไปขออำนาจศาลในการเลิกจ้างกว่า 10 คน กลายเป็นว่าองค์การค้าจะไม่มีพนักงานเลย แล้วองค์การค้าจะขับเคลื่อนงานอย่างไร หากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ต้องการที่จะพูดคุยทำความเข้าใจ สหภาพแรงงานฯ พร้อมที่เข้าไปพูดคุยเพื่อหาทางออกต่อไป

ขณะที่นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยการตัดสินใจเลิกจ้างพนักงานองค์การค้าของคณะกรรมการ สกสค.ครั้งนี้ ไม่ได้มาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 แต่เป็นการประเมินถึงความเหมาะสมในการทำธุรกิจ องค์การค้าฯเป็นองค์กรที่มีการขาดทุนอย่างสม่ำเสมอ ต่อเนื่องเป็นจำนวนมาก จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ มาร่วมตัดสินใจ เพื่อหาโอกาสที่จะพลิกธรุกิจนี้กลับขึ้นมา เรื่องนี้ได้เรียนนายกรัฐมนตรีให้ทราบแล้ว

“ส่วนการดำเนินการตั้งแต่งผู้อำนวยการองค์การค้า คนใหม่เพื่อมาสานงานต่อนั้น จะดำเนินการตามกฎระเบียบและกฎหมายต่อไป ส่วนแนวทางที่จะเดินหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น ผู้อำนวยการองค์การค้าคนใหม่ต้องเสนอแผนงานภายใน 30 วัน ว่าจะเดินหน้าองค์การค้าในรูปแบบไหน ซึ่งศธ.จะช่วยเหลือองค์การค้าในการปรับตัว เพื่อทำให้องค์การค้ากลับคืนมาเป็นองค์กรที่มีกำไรได้ ” นายณัฏฐพล กล่าวและว่า ส่วนการเลิกจ้างก็จะมีการชดเชยตามกฎหมาย ไม่อยากให้วิพากษ์วิจารณ์ในสิ่งที่ยังไม่ได้เข้าไปดูในเนื้อหาสาระรายละเอียด เรื่องนี้มีที่มาที่ไปในการตัดสินใจ ยืนยันว่าการตัดสินใจของคณะกรรมการสกสค. เเพื่อรักษาองค์กรให้อยู่รอด มีทั้งผู้ที่ได้รับผลประโยชน์และเสียประโยชน์จำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้พนักงานเหลือเพียง 74 คน และในจำนวนนี้มีกว่า 50 ราย จะเกษียณอายุในปีนี้ จะวางแผนขับเคลื่อนงานอย่างไร นายณัฏฐพล กล่าวว่า ในการขับเคลื่อนองค์กรต้องใช้บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญมากที่สุด แม้ว่าบุคคลเหล่านี้กำลังจะเกษียณ แต่เชื่อว่าสามารถทำงานเชื่อมกับผู้อำนวยการองค์การค้าคนใหม่ ในการที่จะวางแผนการทำงานในอนาคต และศึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต เพื่อวางแผนการขับเคลื่อนงานด้านดิจิทัล ซึ่งจะทำให้องค์กรขับเคลื่อนไปสู่ศตวรรษที่ 21

บทความก่อนหน้านี้รองผู้ว่าประจวบฯสั่งเปิดจุดผ่อนปรนด่านสิงขร อนุญาตนำเข้าส่งออกเฉพาะสินค้าแห้ง
บทความถัดไปหุ้นโลกผันผวน น้ำมันร่วง