‘สมคิด’ลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยา หนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง

‘สมคิด’ลงพื้นที่พระนครศรีอยุธยา หนุนกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ส่งเสริมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิถีชุมชน ล่องเรือรอบเกาะปากจั่น หวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (กทบ.) พร้อมด้วยนายรักษ์พงษ์ เซ่งเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ หรือ ผอ.สทบ. ลงพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง พร้อมติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงาน “โครงการอนุรักษ์คลองอ้อมเกาะเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำ”ของกองทุนหมู่บ้านท้องคุ้ง หมู่ที่ 4 ต.ปากจั่น อ.นครหลวง

นายสมคิด กล่าวว่า การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย หลังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 นั้น รัฐบาลจำเป็นต้องผ่อนคลายอย่างระมัดระวัง แม้ปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จะคลี่คลายแล้วก็ตาม ดังนั้น จึงเน้นทุ่มเทการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายในประเทศ จากนี้คงต้องหันมาพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ หลังจากมีคนไทยหลายล้านคน ย้ายกลับไปอยู่ในต่างจังหวัดช่วงที่ตกงานเพราะไวรัสโควิด จากนี้เครื่องมือทุกอย่าง นโยบายทุกด้าน จะมุ่งเน้นไปสู่ชุมชนอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมกันพัฒนาด้านขนส่งและการท่องเที่ยวชุมชน สิ่งสำคัญทุกกองทุนหมู่บ้าน ต้องมีการเรียนรู้ และสามารถเชื่อมโยงกับพันธมิตรทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการผลิต ด้านวิชาการ และด้านการตลาด เพราะเราไม่สามารถเติบโตได้ด้วยตนเอง ดังนั้นหากเราสามารถร่วมมือกันได้ผ่านทาง สทบ.และจังหวัด ก็จะเกิดการพัฒนาท้องถิ่นขึ้น เนื่องจากขณะนี้ทุกชุมชนมีความตื่นตัวสูงมาก และต้องการมีส่วนในการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งกองทุนหมู่บ้านกว่า 7 หมื่นหมู่บ้านทั่วประเทศ ถือเป็นกระดูกสันหลังของชาวบ้าน ซึ่งหากทุกกองทุนหมู่บ้านร่วมกับทางจังหวัด และสถาบันเงิน อาทิ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ หรือ ธกส. ก็จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้ มีการเจริญเติบโตมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยเติบโตมาได้ด้วยการเกษตรและการท่องเที่ยว รัฐบาลต้องการเชื่อมโยงการผลิตและการท่องเที่ยวภายใน ดังนั้นสินค้าและผลิตภัณฑ์ต่างๆในชุมชน จะสามารถขายได้ ก็ต้องมีนักท่องเที่ยวเข้ามา จึงต้องวางแผนงานให้ดีหากจะพัฒนาให้คนมาท่องเที่ยวจะพัฒนาในส่วนใดบ้าง

จากนั้น รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ได้เยี่ยมชมโรงสีข้าวชุมชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อให้สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและประชาชนในชุมชนสามารถนำข้าวเปลือกมาสีได้ใกล้ขึ้น ลดค่าใช้จ่ายของเกษตรกรลง และชมธนาคารอิฐมอญที่ได้มีการรับซื้อและรับจำนำอิฐมอญ ซึ่งเป็นผลผลิตของสมาชิกฯ เพื่อให้สมาชิกฯได้มีเงินทุนหมุนเวียนไว้ใช้ในช่วงเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ก่อนลงเรือตามโครงการอนุรักษ์คลองอ้อมเกาะเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำ ที่ได้รับงบประมาณในโครงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน นำไปสร้างท่าเทียบเรือเพื่อการท่องเที่ยวทางน้ำ และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับกองทุนฯต่างๆ จากทั่วประเทศ ที่สนใจได้เข้ามาศึกษาดูแลงานเพื่อกลับไปพัฒนาชุมชนของตนเอง

บทความก่อนหน้านี้ส.ส.เพื่อไทย ขวางบิ๊กตู่ ยุบสภา บอก อย่าไปฟังสมคิด กว่าจะได้เป็นส.ส.แทบตาย
บทความถัดไปชำแหละงบ’64 วันแรก ส.ส.รบ.-ฝ่ายค้าน ประสานเสียง รัฐทำงบไม่ตอบโจทย์สถานการณ์โควิด