‘สิระ’ ลุ้นคำวินิจฉัย คดีแทรกแซงขรก.ประจำ หลังลงพื้นที่ภูเก็ต ฮึ่มร้องเท็จต้องรับผิดชอบ

“สิระ” รอลุ้นผลคำวินิจฉัยศาลรธน.วินิจฉัยบ่ายนี้ ปมถูกร้องใช้อำนาจแทรกแซงข้าราชการประจำระหว่างลงพื้นที่ภูเก็ต พร้อมน้อมรับคำตัดสิน ชี้ผู้ร้องก็ต้องรับผิดชอบด้วยหากร้องเท็จ

เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญเตรียมวินิจฉัยคำร้องที่ประธานสภาส่งคำร้องให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพ ส.ส.สิ้นสุดลงหรือไม่ กรณีใช้อำนาจแทรกแซงข้าราชการประจำระหว่างลงพื้นที่ จ.ภูเก็ตว่า ในช่วงบ่ายวันนี้ตนจะเดินทางไปรับฟังคำวินิจฉัยด้วยตนเองที่ศาลรัธรรมนูญ ซึ่งผลการพิจารณาของศาลวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไร พร้อมยอมรับ ส่วนถ้าหากถูกวินิจฉัยให้ถอดถอนความเป็นสมาชิกภาพจะเดินหน้าการเมืองอย่างไรต่อไปนั้น ตนยังไม่ได้คิด แต่ส่วนตัวก็มีธุรกิจที่เคยทำอยู่ ทั้งนี้ในเรื่องของการดูแลประชาชนนั้นตนทำหน้าที่มาโดยตลอด ยืนยันว่าเราทิ้งประชาชนไม่ได้ และพร้อมที่จะเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

นายสิระกล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ตนได้ไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญแล้ว โดยชี้แจงว่าตนไปปฏิบัติหน้าที่หลังมีการร้องเรียนว่ามีการบุกรุกป่า และมีนายทุนครอบครอง ซึ่งยืนยันว่าตนไม่ได้ไปก้าวก่าย เพียงแต่ได้สอบถามตำรวจว่ามีแผนป้องกันเหตุและระงับเหตุอย่างไรหรือไม่ วันนั้นมีการตั้งเวทีสาธารณะ และมีประชาชนเข้าร่วม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ามีแผนรองรับ โดยวางกำลังไว้ที่โรงพักและรอการเรียกหรือรอให้เกิดเหตุ ซึ่งตนได้สอบถามกลับไปว่ามันใช่หรือไม่

“อดีตผมเคยเป็นประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจ (กต.ตร.) หลายสน.เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี หากมีการตั้งเวทีสาธารณะหรือชุมนุม ตำรวจต้องมีการวางแผนรองรับสถานการณ์ ผมยอมรับว่าวันนั้นผมเสียงดัง แต่ก็จะทำตัวให้ดีขึ้น” นายสิระกล่าว

เมื่อถามว่า คิดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะทำให้ถูกถอดถอนจากสถานภาพความเป็นส.ส.หรือไม่ นายสิระกล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าไปก้าวก่ายการทำงานตรงไหน แต่ผู้ร้องต้องรับผิดชอบหากมีการร้องเท็จหรือกลั่นแกล้ง ทั้งนี้ผลคำวินิจฉัยออกมาเป็นอย่างไรตนน้อมรับในฐานะผู้ถูกร้องพร้อมรับผิดชอบและยอมรับคำตัดสินของศาลในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ในทางกลับกันผู้ร้องก็ต้องรับผิดชอบในการร้องด้วย

เมื่อถามว่า หากผลการวินิจฉัยของศาลระบุว่าไม่มีความผิด จะดำเนินการแจ้งความกลับหรือไม่ นายสิระกล่าวว่า เบื้องต้นคงให้ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้ดูแล ซึ่งการเป็นส.ส. หากจะเซ็นชื่อหรือทำอะไรต้องรับผิดชอบ หรืออ่านให้ละเอียดก่อน

บทความก่อนหน้านี้‘สุทิน’ เรียกงบ 64 จัดทำแบบ ‘จ่าเฉย’ ตัดแปะปีที่แล้ว ทำไปไม่สน ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น
บทความถัดไป‘ลุงป้อม’ หนุนประกาศเขตเมืองเก่าร้อยเอ็ด เสริมภูมิทัศน์คลองคูเมืองเดิมเป็นแหล่งท่องเที่ยวรัตนโกสินทร์ ดึงประชาชนมีส่วนร่วมอนุรักษ์