ทักษิณ โชว์แก้โควิด-เศรษฐกิจ ชี้โลกจากนี้ต้องการผู้นำที่ต่างจากเดิม

Former Thai premier Thaksin Shinawatra speaks during a press conference at Seoul on November 23, 2011. Shinawatra said November 23 he has no plans to return home, following suggestions that the current government headed by his sister may seek to pardon him. AFP PHOTO / KIM JAE-HWAN / AFP / KIM JAE-HWAN

ทักษิณ โชว์แก้โควิด-เศรษฐกิจ ชี้โลกจากนี้ต้องการผู้นำที่ต่างจากเดิม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. มติชนออนไลน์ ได้เผยแพร่สรุปคำอภิปรายของ ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของไทย ในการสัมมนาทางไกลเรื่อง โควิด-19 และ เศรษฐกิจ

ดร.ทักษิณ กล่าวในช่วงหนึ่งว่า โลกของเราจะเปลี่ยนแปลงไปกับโคโรน่าไวรัสหรือโควิด-19 อย่างแน่นอน ขณะนี้คนทั้งโลกต่างถูกรัฐบาลออกคำสั่งให้อยู่กับบ้าน ถูกล็อกดาวน์ครบหมดทั้งทางสังคมและเศรษฐกิจ และพรมแดนของประเทศต่างๆ ก็ยังปิดอยู่เป็นส่วนใหญ่ มองในภาพกว้างแล้ว การปรับตัวตามกระแสนี้จึงเป็นเรื่องที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้

1. เราจะเห็นรัฐบาลมากมายในโลก หันมาใช้นโยบายชาตินิยมและลดความเป็นโลกาภิวัตน์ลง ในแบบที่สหรัฐฯ หันหลังให้กับเขตการค้าเสรี หรือ FTA ขณะนี้ ผลโดยรวมก็คือ โลกจะเปิดกว้างน้อยลงและมีความเป็นเสรีน้อยลง

2. อำนาจในระดับโลกจะโน้มมาทางซีกโลกตะวันออกมากขึ้น

3. รัฐบาลจะอัดฉีดเงินมหาศาลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจของตนเอง จนชาติที่อ่อนแอกว่าจะกลายเป็นรัฐล้มเหลวเพราะปัญหาหนี้สินท่วมท้นล้นตัว

4. รัฐบาลจะใช้เงินมากมายกับระบบสุขภาพแห่งชาติและบริการทางสาธารณสุข

5. รัฐบาลจะใช้มาตรการต่างๆ บีบให้ธุรกิจอุตสาหกรรมของชาติตน ย้ายระบบและสายโซ่การผลิต (อุปทาน) กลับเข้าประเทศ บริษัทจะทำกำไรได้น้อยลงและเกิดภาวะการผลิตซ้ำซ้อนกันไปทั่ว

6. e-government จะถูกผลักดันให้เกิดเร็วขึ้น เพื่อให้ทันต่อความต้องการ online ในภาคประชาชน

7. รัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตย จะทำให้ประชาชนมีความรู้และมีอำนาจเพิ่มขึ้นในดูแลป้องกันสุขภาพตนเอง แทนที่จะใช้วิธีบีบบังคับเหมือนเอาตำรวจมาไล่จับผู้ร้าย (policing the health)

8. การเดินทางทางธุรกิจทั่วโลกจะลดลง รัฐบาลทั่วโลกจะต้องประชุมรวมสมองกันวางมาตรการการเดินทางที่ปลอดภัยและมีมาตรฐานโลก การจับมือตกลงเป็นส่วนๆ แบบที่เรียกว่า bubble นั้นไม่เพียงพอ

ขณะที่ประชาชนและบริษัทธุรกิจ

1. สุขภาพดีมีค่ายิ่งกว่าเงิน

2. พฤติกรรมผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนไป ธุรกิจที่ผูกติดกับสถานที่เฉพาะจะหมดสมัย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และสำนักงานบริษัท เพราะคนทั่วโลกจะคุ้นเคยกับระบบทำงานที่บ้าน

3. ชั่วโมงทำงานของมนุษย์ลงจะลดลง เพื่อให้มีเวลามากขึ้นกับครอบครัวและการรักษาสุขภาพของตัวเอง

4. การเดินทางทั่วโลกจะลดปริมาณลง จนกว่าจะค้นพบวัคซีนที่มั่นใจได้

5. คนจะตกงานมากมายมหาศาลทั่วโลก เพราะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว การรักษาระยะห่างทางสังคม การนำเทคโนโลยีแบบไม่มีการสัมผัสตัวมาใช้แบบก้าวกระโดด

6. บริษัทจะรู้จักปรับตัวและมีความสามารถในการปรับตัวมากขึ้น

โลกหลังโควิด-19 ต้องการผู้นำที่แตกต่างไปจากเดิม ผู้นำรุ่นใหม่ของโลกจะต้องมีความรู้ มีความสามารถในการสื่อสาร กล้าตัดสินใจ เข้าใจเทคโนโลยีอย่างลึกซึ้งเพียงพอ และเพิ่มพลังอำนาจให้กับประชาชนของตนอยู่เสมอ

บทความก่อนหน้านี้บอร์ดองค์การค้าฯ ถก 3 ก.ค. จ่ายชดเชย 1-2 แสนบ. ลดรายจ่าย 30 ล้าน/ด.
บทความถัดไปหมอเพจดัง ไม่เห็นด้วยต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ชี้ชัดไม่มีส่วนคุมโควิดนานแล้ว!