จีนเพิ่มนำเข้าสินค้า-วัตถุดิบจากไทย หลังเปิดเมือง พณ.เผย 5เดือนโต5%

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจีนผ่อนคลายมาตรการปิดเมืองจากสถานการณ์โควิด-19 ภาคการผลิตและภาคธุรกิจของจีนเริ่มกลับมาเปิดดำเนินการ ทำให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค และวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น สอดคล้องกับสถิติส่งออกของไทยไปจีนในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2563 มีมูลค่า 12,221 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2562 สินค้าของไทยหลายรายการมียอดการส่งออกไปจีนขยายตัวอย่างน่าพอใจ

โดยในกลุ่มสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร เช่น ผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ส่งออกมูลค่า 1,391 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 67% ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง ส่งออกมูลค่า 147 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 54% และกุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง ส่งออกมูลค่า 65 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว35% เครื่องดื่ม ส่งออกมูลค่า 62 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11%

สำหรับสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ผลิตภัณฑ์ยาง ส่งออกมูลค่า 1,275 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 24% เครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ส่งออกมูลค่า 912 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว29% รถยนต์และส่วนประกอบ ส่งออกมูลค่า 541 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว164% ทองแดงและของทำด้วยทองแดง ส่งออกมูลค่า 274 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 94% แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า ส่งออกมูลค่า 153 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 18 % รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ส่งออกมูลค่า 133 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 261% เป็นต้น

นางอรมน กล่าวว่า สินค้าส่วนใหญ่ข้างต้นได้แต้มต่อการลดเลิกภาษีนำเข้าจากเอฟทีเอ อาเซียน-จีน หรือ ACFTA ซึ่งมีผลบังคับใช้ปี 2548 ส่งผลให้จีนลดเลิกภาษีนำเข้าให้กับสินค้าของไทยมากกว่า 90% ของรายการสินค้าทั้งหมด ยกเว้นสินค้าอ่อนไหวบางรายการ เช่น ข้าว ข้าวโพด กาแฟ ใบยาสูบ ขนสัตว์ ฝ้าย แป้งข้าวเจ้า สับปะรดแปรรูป เป็นต้น โดยเฉพาะสินค้าผลไม้สดแช่เย็นแช่แข็ง ไก่สดแช่เย็นแช่แข็ง กุ้งสดแช่เย็นแช่แข็ง เครื่องดื่ม คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ ทองแดง แผงสวิทซ์และแผงควบคุมกระแสไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้าในจีนแล้วทุกรายการสินค้า ส่วนผลิตภัณฑ์ยางส่วนใหญ่ได้รับการยกเว้นภาษีนำเข้าทั้งหมดแล้วเช่นกัน ยกเว้นเพียงยางไม่ผสมในลักษณะขั้นปฐมที่เก็บภาษีที่ในอัตรา 5% ในขณะที่รถยนต์และส่วนประกอบจีนก็ทยอยลดภาษีลงให้ไทยในอัตราภาษีนำเข้าระหว่าง 0-25%

นางอรมน กล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าการส่งออกของไทยก่อนที่ไทย จะมีความตกลงการค้าเสรีกับจีน(ปี 2547) กับปี 2562 พบว่ามูลค่าส่งออกของไทยไปจีนเพิ่มขึ้นถึง 310% จากมูลค่า 7,113 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2547 เป็นมูลค่า 29,169 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2562 สอดคล้องกับข้อมูลการใช้สิทธิประโยชน์ของผู้ประกอบการในการส่งออกสินค้าด้วยเอฟทีเออาเซียน-จีน ในปี 2562 มีอัตราสูงถึง 90% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ได้สิทธิจากเอฟทีเอ

นอกจากนี้ ความตกลงฉบับนี้ ยังทำให้ไทยสามารถนำเข้าวัตถุดิบจากจีน อาทิ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ วัตถุดิบจำพวกเคมี เหล็ก ผลิตภัณฑ์โลหะ ได้ในราคาที่ถูกลง ทำให้ต้นทุนการผลิตของไทยลดลง และเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในตลาดต่างประเทศของไทย

บทความก่อนหน้านี้‘วราวุธ’ อีกคน ไม่รู้จัก ‘ฌอน’ ยัน ทส.มีงบแก้ไฟป่าพอ ไม่ต้องขอบริจาค
บทความถัดไปบอร์ดองค์การค้าฯ ถก 3 ก.ค. จ่ายชดเชย 1-2 แสนบ. ลดรายจ่าย 30 ล้าน/ด.