‘ชวน’ ทำบุญครบรอบ 88 ปี สถาปนารัฐสภา – ชี้ประชาธิปไตยยังลุ่มๆ ดอน ๆ

วันที่ 28 มิถุนายน 2563 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่อาคารรัฐสภา นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานในพิธีทำบุญเลี้ยงพระ เนื่องในวันสถาปนารัฐสภาครบรอบ 88 ปี โดยมี พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป จากวัดมหาธาตุ ทั้งนี้มี พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นายศุภชัย สมเจริญ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง รวมทั้ง ส.ส. ส.ว. และข้าราชการรัฐสภา เข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

จากนั้น นายชวน เป็นประธานพิธีมอบโล่รางวัลให้หน่วยงานที่มีผลการปฏิบัติราชการดีเด่นตามตัวชี้วัดและหน่วยงานที่ให้การส่งเสริมสนับสนุนผลการปฏิบัติราชการดีเด่นของส่วนราชการสังกัดรัฐสภาประจำปีงบประมาณ 2563 ได้แก่ สำนักนโยบายและแผน สำนักสารสนเทศ และสำนักพัฒนาบุคลากร

นายชวน กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่งว่า รัฐสภามีอายุ 88 ปี ซึ่งเกิดจากหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง และลุ่มๆดอนๆ มาจนถึงวันนี้ แต่ก็ได้เห็นความเปลี่ยนแปลงที่มีความก้าวหน้าและไปในทิศทางที่ดีขึ้น พร้อมกับสิ่งที่ติดตามมาที่เป็นลบก็มี แต่โดยรวมแล้วต้องถือว่าระบบรัฐสภาของเราถือว่าพัฒนามาโดยลำดับ เราใช้รัฐธรรมนูญมา 20 ฉบับ ซึ่งในบรรดานักการเมืองตนอยู่ในกลุ่มที่ใช้รัฐธรรมนูญมากที่สุด และในช่วง 51 ปีก็ได้เห็นอะไรด้วยตาตัวเอง จึงสามารถพูดได้บางเรื่องว่าความเปลี่ยนแปลงมีมากพร้อมสิ่งแปลกปลอมก็มีไม่น้อย ไม่ได้ราบรื่น แต่สิ่งที่ชัดเจนคือความตื่นตัวและความตระหนักว่าประชาชนต้องการประชาธิปไตยชัดขึ้น แม้จะมีข้อขัดแย้งในความคิดเห็น แต่ระบบนี้ความคิดเห็นเป็นเสรีและอิสระที่ต้องเคารพกันภายใต้กรอบกฎหมายที่มีอยู่

นายชวน กล่าวต่อว่า ความเชื่อที่ว่าการปกครองที่ดีต้องมีราชาแห่งปราชญ์ปกครอง แต่ในที่สุดความเชื่อดังกล่าวก็เปลี่ยนไปเพราะหาคนอย่างนี้ยาก เพราะคนเปลี่ยนได้ที่ดีๆ อยู่วันหนึ่งอาจจะเปลี่ยนก็ได้ การปกครองที่สามารถดูแลที่ดีที่สุดคือการปกครองด้วยหลักกฎหมาย เพราะคนจะดีร้ายอย่างไรต้องยึดหลักที่จะทำให้การปกครองที่เป็นระเบียบได้ ดังนั้น กฎหมายและคนต้องไปด้วยกัน ที่ผ่านมาเราได้ยินการปฏิรูปและธรรมาภิบาล ใครก็พูดได้ทั้งนั้น ท่องได้หมดทั้ง 6 ข้อ แล้วทำไมบ้านเมืองถึงมีปัญหา คำตอบคือพฤติกรรมภาคปฏิบัติของคน ดังนั้น เราจะต้องทำให้สภาฯเป็นตัวอย่างของการปฏิบัติ แม้จะมีสภาใหม่ มีความพร้อมแต่ไม่ได้วัดที่ความสำเร็จหรือคุณภาพของงานแต่อยู่ที่คนปฏิบัติ

นายชวน กล่าวต่ออีกว่า สำหรับการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ตนได้บอกกับเลขาธิการสภาฯว่าให้บอกกับผู้รับเหมาว่าอย่าให้มีการต่อสัญญาอีก ซึ่งทราบว่าผู้รับเหมาให้ความร่วมมือดี แต่ตอนเกิดโควิด -19 ก็มีอาการเพราะมีคำสั่งห้ามออกจากเคหสถาน จึงบอกให้เตือนว่าจะแก้ปัญหาอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นเหตุผลหนึ่งที่ต้องต่อสัญญา เพราะหากต่อสัญญาจะทำให้เลขาธิการสภาฯถูกตำหนิได้ เพราะคู่สัญญาไม่ใช่ตน ซึ่งตนพยายามไม่แตะต้องอะไรเพราะอยู่ในสัญญา แต่มีปัญหาอยู่เรื่องเดียวที่ต้องเข้าไปดูคือการก่อสร้างสะพานเรียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่จะก่อสร้างเรียบไปกับอาคารรัฐสภาด้วย ซึ่งขณะนี้กำลังหาทางว่าจะทำอย่างไร เพราะฝ่ายผู้ออกแบบร้องมา ซึ่งตนได้ให้คณะที่ปรึกษาคณะทำงานปรึกษากับเลขาธิการสภาฯว่าจะทำอย่างไร เพราะตั้งงบประมาณไว้แล้ว ซึ่งจะต้องมีการสอบถามว่าสะพานดังกล่าวมาได้อย่างไร เนื่องจากผู้ออกแบบมีความเห็นไม่อยากให้สร้างสะพานเรียบแม่น้ำ โดยอ้างว่าทำให้ภูมิทัศน์มีปัญหาและความไม่ปลอดภัย แต่ทางสภาฯอธิบายว่าสะพานดังกล่าวมีความคิดที่จะสร้างมาก่อนที่จะมาออกแบบสร้างอาคารรัฐสภา แต่ฝ่ายออกแบบ บอกว่า ตอนออกแบบไม่คิดว่ามีสะพานนี้ ซึ่งเป็นการโยนกันไปโยนกันมา จึงต้องหาทางเจรจา แต่ที่ผ่านมาไม่ประสบความสำเร็จ เพราะไม่ฟังกัน

“จึงต้องมีการนัดหมายหารือ โดยเชิญพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะที่ดูแลกทม. รวมทั้งเชิญผู้ว่ากทม. ประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภาฯ และผู้ออกแบบ มาร่วมกันหาทางออก เพื่อที่จะทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีว่ามีปัญหาในเรื่องเหล่านี้ โดยผมจะร่วมหารือด้วย ส่วนจะเป็นวันใดนั้นต้องรอความชัดเจนจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก่อน” นายชวน กล่าวทิ้งท้าย

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้“คณะก้าวหน้า” พบเกษตรกรนมแพะชายแดนใต้ ผลักดันอุตสาหกรรมผลิตใหญ่สุดในไทย
บทความถัดไปรายงานพิเศษ / ‘พี่ป้อม’ ยึดพรรค เคลียร์พื้นที่รอ ‘บิ๊กตู่’ นั่งหัวหน้า พปชร. เล็งนายกฯ เต็มใบ จับตายึดกองทัพ วางตัว 5 เสือเหล่าทัพ จบที่ ‘บิ๊กแก้ว-บิ๊กบี้-บิ๊กอุ้ย-บิ๊กจ้อ’