“ษัษฐรัมย์” ชี้คณะราษฎรเสนอไอเดีย “รัฐสวัสดิการ” แต่ต้องถูกอุ้มหายเพราะ 2 เหตุสำคัญ

เจตจำนงของ “คณะราษฎร” ! “ษัษฐรัมย์” ชี้ 2 เหตุสำคัญ “รัฐสวัสดิการ” ถูกทำลาย – เผยข้าราชการอู้ฟู้ยุคเผด็จการทหาร-ถูกเครื่องมือจัดการคนต่อต้านอำนาจรัฐ

เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เว็บไซต์คณะก้าวหน้า เผยแพร่บทความ “เผด็จการกับการทำลายรัฐสวัสดิการ : ประวัติศาสตร์โดยย่อของการปฏิเสธรัฐสวัสดิการโดยฝั่งอำนาจนิยม” โดยผู้เขียน คือ นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และอดีตที่ปรึกษาด้านนโยบายรัฐสวัสดิการของพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า การต่อสู้เพื่อรัฐสวัสดิการถ้วนหน้านับว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 โดย “คณะราษฎร” หากแต่ทว่าก็มีการกระทำเพื่อปฏิเสธข้อเสนอ “รัฐสวัสดิการ” อย่างน้อย 2 ครั้งที่มีผลทางการเมืองอย่างสำคัญยิ่ง และทำให้ประเทศไทยมีสภาพอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ครั้งแรก คือ การที่รัชกาลที่ 7 ทรงปฏิเสธเค้าโครงเศรษฐกิจของปรีดี พนมยงค์ และมีการปลุกกระแสกลุ่มอนุรักษ์นิยมในคณะราษฎรเพื่อต่อต้านแนวคิดสังคมนิยมประชาธิปไตยของปรีดี อีกครั้งคือ ควง อภัยวงศ์ ผู้ก่อตั้งพรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส.ของพรรคยุคบุกเบิกได้มีส่วนสำคัญในการตั้งข้อกล่าวหาเท็จว่าปรีดี เกี่ยวพันกับการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 พร้อมทั้งสนับสนุนรัฐประหาร อันเป็นจุดเริ่มต้นของการถอยห่างออกจากข้อเสนอด้านรัฐสวัสดิการต่างๆ ก่อนที่การรัฐประหารในปี 2500 ของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จะฝังกลบเจตนารมณ์ ด้านประชาธิปไตยและความเสมอภาคของคณะราษฎรจนหมดสิ้น

“สฤษดิ์เป็นเผด็จการทหารที่รับนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมตามแนวทางทุนนิยมสหรัฐอเมริกา แม้เศรษฐกิจของประเทศเติบโต แต่ความเหลื่อมล้ำกลับขยายออก เขาอาศัยสถาบันกษัตริย์ในการสร้างความชอบธรรมและปิดบังการคอรัปชันอันใหญ่โตของตนและพวกพ้อง แนวทางสวัสดิการในประเทศไทยที่เคยวางรากฐานมาจากยุคของคณะราษฎรในการมองสวัสดิการในฐานะสิทธิพื้นฐานของประชาชน ได้ถูกสฤษดิ์ทำลายลง และสร้างชนชั้นข้าราชการขึ้นมาเพื่อเป็นกลจักรสำคัญในการสอดส่องการต่อต้าน และกำราบกำจัดความโกรธแค้นของผู้คนที่แผ่ขยายออกมาในรูปแบบการการต่อต้านอำนาจรัฐในยุคสงครามเย็น งบประมาณของรัฐบาลไหลลงไปที่กลุ่มข้าราชการที่ได้รับค่าจ้าง สวัสดิการ และอำนาจเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นทางการทหารหรือเจ้าหน้าที่ปกครอง หน้าที่หลักของพวกเขาถูกเบี่ยงเบนว่าข้าราชการเหล่านี้มีหน้าที่บริการประชาชน แต่ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ช่วงระหว่างปี 2500 -2510 บทบาทของข้าราชการปรากฏชัดในการเป็นเครื่องมือปราบปรามประชาชน ทั้งทางกายภาพ (คุก ศาล ทหาร ตำรวจ) และทางอุดมการณ์ (โรงเรียน ศาสนา วัฒนธรรม) กระทั่งนำสู่สงครามกลางเมืองระหว่างกองทัพไทย และกองกำลังปลดแอกประชาชนภายใต้การนำของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย กล่าวโดยสรุป คือ ระบบสวัสดิการราชการไทยภายใต้ทุนนิยมสหรัฐอเมริกาเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงให้แก่ระบอบเผด็จการ” นายษัษฐรัมย์ ระบุ

นายษัษฐรัมย์ ระบุอีกว่า การรัฐประหารในปี 2500 นอกจากเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายประชาธิปไตยแล้ว ยังเป็นปฐมบทของความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยที่ผ่านมามากกว่าหกทศวรรษ เพราะได้ทำลายจินตนาการสำคัญของการสร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และกลับตาลปัตรระบบสวัสดิการของประเทศไทยไปสู่ระบบสงเคราะห์อุปถัมภ์ และแบ่งชนชั้นสวัสดิการอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เราลองจินตนาการว่าหากคณะราษฎรไม่ถูกฝั่งอนุรักษ์นิยมทำลายล้าง ระบบสวัสดิการของไทยจะก้าวหน้าเพียงใด เรื่องเหล่านี้ไม่มีคำตอบ แต่เป็นวาระของคนรุ่นปัจจุบันที่ต้องทวงคืนจินตนาการแห่งความเสมอภาคนี้กลับคืนมาให้ได้

เผด็จการกับการทำลายรัฐสวัสดิการ : ประวัติศาสตร์โดยย่อของการปฏิเสธรัฐสวัสดิการโดยฝั่งอำนาจนิยม (2)

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้กรองกระแส / ชะตากรรม เหยื่อ จาก ปรีดิยาธร ถึง สมคิด บทเรียน การเมือง
บทความถัดไปเดินตามดาว/ศรินทิรา/ ประจำวันที่ 26 มิ.ย.-2 ก.ค. 2563