‘เทพไท’ ฉะยับแผนต้านโกง ชี้รัฐบาลคสช.โกงกว่ารัฐบาลเลือกตั้ง พวกเดียวกันรอดหมด

สภาฯ รับทราบรายงานปฏิรูปประเทศ ‘เทพไท’ จัดหนักแผนต้านโกง ฉะรัฐบาล คสช.โกงมากกว่ารัฐบาลเลือกตั้ง คดีพวกเดียวกันรอดหมด

เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการประจำปีตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2562 ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างเดือนตุลาคม-ธันวาคม 2562 โดยมีสมาชิกฝ่ายรัฐบาล และฝ่ายค้านลุกขึ้นอภิปรายอย่างกว้างขวาง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ในแผนแม่บทเรื่องการต่อต้านการทุจริตและประพฤติมิชอบภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ มี 3 เป้าหมาย คือ 1.เป้าหมายประชาชนมีวัฒนธรรม และพฤติกรรมซื่อสัตย์สุจริตนั้น คิดว่า ต้องปลูกฝังค่านิยมให้คนมีทัศนคติไม่นับถือคนโกง ตามคำพูดของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษบอกว่า อย่าไหว้ คนโกง จะมีบารมีมากแค่ไหนก็มีไป เราต้องแสดงความขยะแขยง รังเกียจพวกโกงชาติบ้านเมือง

นายเทพไท กล่าวว่า 2.เป้าหมายคดีทุจริตและประพฤติมิชอบลดลง แต่ตนอยากให้ไปดูสถิติดัชนีการทุจริตของไทย ที่จัดโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ พบว่า ในยุค คสช.แม้ไม่มีนักการเมืองบริหาร แต่สถิติการโกงกินมากกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเสียอีก โดยในปี 2552-2554 ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกฯ ดัชนีความโปร่งใส อยู่ลำดับที่ 78 เท่านั้น แต่ตั้งแต่ปี 2557-2562 มีลำดับเพิ่มขึ้นจากลำดับที่ 99 เป็น 101 แสดงให้เห็นว่า แนวโน้มปัญหาการทุจริตแย่ลง

และ 3.เป้าหมายการดำเนินคดีทุจริตที่มีความรวดเร็วเป็นธรรมโปร่งใสไม่เลือกปฏิบัติ แต่ขณะนี้เห็นชัดว่า มีการดำเนินคดีไม่เที่ยงธรรม ถ้าเป็นพวกเดียวกันก็รอดพ้นหมด ปล่อยคดีหมดอายุความ มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ แต่การวินิจฉัยทรัพย์สินยืมใช้คงรูป ไม่ต้องแจ้ง เพราะการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรอิสระไม่โปร่งใสตรงมา จึงทำให้ขัดต่อเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ

ขณะที่นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เป็นรายงานที่ค้านความรู้สึกของคนไทย ไม่ต่างอะไรกับผักรองจานเปลืองภาษีประชาชน ยัดเยียดบาปให้เเพะ 3 ตัว 1.ปัจจัยภายนอก 2.ระบบราชการห่วยเเตก 3.แพะชื่อประชาชน ราวกับว่าที่ย่ำแย่อยู่ เพราะประชาชนโง่ มองประชาชนเป็นต้นเหตุของความรุนแรงทางสังคม ความรุนแรงทางการเมือง ความรุนแรงระดับชาติ จึงต้องแก้ด้วยโครงการอบรมตำรวจควบคุมฝูงชน ตามที่ปรากฏในรายงานใช่หรือไม่ สรุปแล้วประชาชนใช่หรือไม่ที่แบกอาวุธสงครามเข้ามาในเมือง ที่ตายกันเกลื่อนเป็นศพของเจ้าหน้าที่รัฐใช่หรือไม่

“ถ้าคำว่า ชาติ หมายถึงประชาชนจริงๆ เชื่อว่า ทัศนคติแบบนี้ เหมาะสมกับคำว่า ชังชาติที่สุดแล้ว เพราะมองไม่เห็นประชาชนเลย เห็นแต่ภาพพลทหารต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับคำสั่งจากเจ้านาย โดยบอกว่าประเทศต้องมีแผนเเม่บทล่วงหน้า 20 ปี มีรายละเอียดมากมาย เหมือนนวนิยายที่รวมเอาคำพูดสวยหรูไว้มากที่สุดในโลก”

นายจิรัฏฐ์ กล่าวต่อว่า พวกเราพรรคก้าวไกลไม่รู้ว่า ทำไมท่านถึงฉลาดเเสนรู้ขนาดนั้น ถึงมาคิดเเทนคนไทย ท่านคิดว่า ประเทศนี้เป็นของเล่นของนายทหาร ทำอะไรลวกๆแบบนี้ได้หรือ ชาวบ้านเขาไม่ลืมแน่ ถ้ายังมองประชาชนเป็นพลทหารแบบนี้ ไม่นานเกินรอที่จะเห็นพลังของการเปลี่ยนเเปลง แบบคูณสิบ คูณร้อย และคูณพันเท่า ถ้าถึงวันนั้นคงขอเวลาอีกไม่นานแล้วแผ่นดินที่งดงามจะคืนกลับมาเเน่นอน


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้หมอทศพร ชี้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องเลิก! ไม่จำเป็นอีกต่อไป มีไว้แค่จัดการคนเห็นต่าง
บทความถัดไปปล่อย ธเนตร จากเรือนจำ เศร้าพ่อเสียก่อนพ้นคุก เผยยื่นชดเชยติดคุกฟรี ได้วันละ 500 !!