มติเอกฉันท์ ส.ว.ฉลุย พ.ร.ก.ทั้ง 3ฉบับ “น้องวิษณุ”เตือนรบ. ปูดมีจับคู่โครงการฮั้วกันแล้ว

มติเอกฉันท์ ส.ว.ฉลุย พ.ร.ก.ทั้ง 3ฉบับ “น้องวิษณุ” เตือนรบ. หวั่น เงินกู้เป็นปืนฉีดน้ำ ยิงก็แค่เปียก ไร้ประสิทธิภาพ “วันชัย” เตือน รบ.อย่าปล่อยแร้งรุมทึ้ง ทำคนรุ่นหลังมาชี้หน้าด่าคนรุ่นเรา ด้าน “อุตตม” ทุกข้อห่วงใย รับปาก ใช้ทุกบาทอย่างคุ้มค้า

เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน ที่ห้องประชุมพระสุริยัน รัฐสภา เกียกกาย มีการประชุมวุฒิสภา (ส.ว.) ที่มีนายศุภชัย สมเจริญ ประธานส.ว. เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณา เพื่อพิจารณาพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) 3 ฉบับ 1.พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 2.พ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 และ 3.พ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ.2563 ต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 โดยบรรยากาศการอภิปรายยังเป็นไปด้วยความราบเรียบ เรียบร้อยย ส.ว.ส่วนใหญ่อภิปรายท้วงติงให้รัฐบาลมีความระมัดระวังในการใช้งบประมาณจากเงินกู้ และการทำโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่มาจากความต้องการของประชาชน ไม่ใช่ความต้องการของส่วนราชการ เป็นต้น

นายสมชาย แสวงการ ส.ว. อภิปรายว่า การใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงินจะเป็นตัววัดความเชื่อมั่นประเทศจะลดลงหรือไม่ โดยเฉพาะดัชนีภาพลักษณ์คอร์รัปชั่น ถ้ามีเม็ดเงินรั่วไหล ความโปร่งใสประเทศจะยิ่งลดลงเหมือนปี 2556 ยิ่งที่ผ่านมาคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ (ป.ป.ท.) พบการทุจริตการใช้งบประมาณโควิดหลายรูปแบบ ทั้งการจัดซื้อจัดจ้างแพงเกินจริงของอบจ. เช่น การจัดซื้อถุงยังชีพ การจัดซื้อเครื่องตรวจวัดอุณหภูมิเครื่องละ 5,000 บาท แต่ราคาจริงเครื่องละไม่กี่ร้อยบาท การจัดซื้อแอลกอฮอล์ลิตรละเกือบ 300 บาท มีการนำนอมินีที่เป็นพวกพ้องตัวเองไปโฆษณาขายสินค้าเหล่านี้ในราคาสูงตามเว็บซื้อขายของออนไลน์ชื่อดัง แล้วส่วนราชการไปเปรียบเทียบราคาจัดซื้อจากเว็บไซด์เหล่านี้ เป็นการรุมทึ้งงบโควิด ดังนั้นต้องวางมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ไม่ใช่การไปไล่จับกุม

พล.อ.ต.เฉลิมชัย เครืองาม ส.ว. อภิปรายว่า เป็นห่วงว่า การใช้งบประมาณจากเงินกู้ จะเป็นแค่ปรากฏการณ์ปืนฉีดน้ำคือ ยิงไปเรื่อย แต่หกเรี่ยราด ยิงไปแล้วได้แค่เปียก แต่ไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ทราบว่า ขณะนี้เริ่มมีการจับคู่ฮั้วกันแล้วในโครงการตามพ.ร.ก.กู้เงิน โดยเฉพาะการใช้งบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างต่างๆที่จะใช้วิธีเฉพาะเจาะจง โดยอ้างปรากฏการณ์โรคติดต่ออันตราย ตามมาตรา 56(2) ของพ.ร.บ.การจัดซื้อจ้างภาครัฐ เพื่อใช้วิธีเฉพาะเจาะจงในการจัดซื้อจัดจ้าง แทนการใช้วิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป ซึ่งจะเกิดปรากฏการณ์เช่นนี้ทั่วทุกหัวระแหงในการจัดซื้อจัดจ้างหลังจากนี้

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. อภิปรายว่า เราปฏิเสธไม่ได้พ.ร.ก.ทั้ง 3 ฉบับมีความเป็นจำเป็นหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะของประเทศ เพราะวิกฤตนี้ยิ่งกว่าสงคราม ไม่ใช่แค่คนที่เดือนร้อน แม้แต่เทพเทวาสิ่งศักดิ์สิทธิ์หลายองค์ ศาลพระพรหม หลายหลวงพ่อ ต้องปิดตัวเอง หยุดให้คนกราบไหว้ เป็นภัยมืดที่ไม่รู้ว่า ใครเป็นใคร ไว้ใจกันไม่ได้ ต้องใส่หน้ากากเข้าหากัน ต้องอยู่ห่างกัน เพราะแยกกันเราอยู่ รวมหมู่เราตาย คนเดือนร้อนทั้งแผ่นดิน การแก้ปัญหาจึงจำเป็นต้องใช้เงิน เหมือนคนป่วยที่ต้องใช้เงินเพื่อรักษาฟื้นฟูตัวเอง แต่การกู้เงิน 1 ล้านล้านบาทซึ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์ ทำให้พวกเราเป็นลูกหนี้ร่วม และต้องส่งมรดกหนี้ให้คนรุ่นต่อไป จึงจำเป็นมากที่คนรุ่นเรา โดยเฉพาะรัฐบาลต้องใช้เงินกู้เพื่อแก้วิกฤตให้ตรงเป้า อย่าให้แร้งมารุมทึ้ง ปล่อยให้มีการทุจริต จึงสนับสนุนให้มีการตั้งกมธ.วิสามัญเพื่อตรวจสอบติดตามการใช้เงินกู้ ช่วยกันดูหลายหูหลายตา เพื่อไม่ให้เด็กรุ่นหลังมาชี้หน้าด่าว่า พวกเราทิ้งมรดกบาปให้พวกเขา

ด้าน นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง ชี้แจงว่า ยืนยันว่า รัฐบาลออกพ.ร.ก.บนความตั้งใจ โดยมีเจนารมน์ในการเร่งเยียวยาอย่างทั่วถึงเพื่อไม่ให้สถานการณ์วิกฤตบานปลาย รวมถึงการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด ซึ่งรัฐบาลตระหนักดีว่า การบริหารงาน จำเป็นต้องติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด ตามหลักวินัยการเงินการคลัง และระเบียบที่ถูกต้อง ส่วนข้อห่วงใยของส.ว. รัฐบาลจะขอรับไปใช้ประโยชน์ด้วยความละเอียดรอบครอบ โดยจะส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชนให้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึงตลอดการดำเนินการ และจะมีการประเมินประสิทธิผลของทุกโครงการตามมาตรฐานสากล รวมไปถึงการเปิดเผยข้อมูลเพื่อป้องกันการทุจริต ทำให้การใช้งบประมาณก้อนนี้เป็นไปอย่างคุ้มค่าที่สุด

กระทั่ง เวลา 13.20 น. หลังจากส.ว.อภิปรายพ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3ฉบับครบทุกคนแล้ว ที่ประชุมจึงลงมติเอกฉันท์ให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.กู้เงินทั้ง 3 ฉบับ โดยพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 1.1 ล้านล้านบาท ลงมติเห็นชอบด้วยคะแนน 242 ต่อ 0 งดออกเสียง 4 ส่วนพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรน่า 2019 พ.ศ.2563 วงเงิน 5แสนล้านบาท เห็นชอบด้วยคะแนน244 ต่อ 0 งดออกเสียง 3 และพ.ร.ก.รักษาเสถียรภาพของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เห็นชอบด้วยคะแนน 243 ต่อ 0 งดออกเสียง 4


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย. 63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้รบ.แจง กู้เงินแค่ 1 ล้านล้าน อีก 9 แสนล้าน ของธปท. ไม่นับเป็นหนี้สาธารณะ
บทความถัดไป‘ครม.’ ผ่อนปรนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ทำงานต่อถึง 31 ก.ค.