‘นเรศ’ อดีตประธานสหภาพ ขู่แผนฟื้นฟูบินไทยในศาลอาจล่ม หากขยายเวลาลดเงินเดือน

วันที่ 31 พฤษภาคม 2563 นายนเรศ ผึ้งแย้ม อดีตประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย เปิดเผยถึงกระแสข่าวว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติการขยายเวลา การลดเงินเดือนต่อไปอีก 1 เดือน ว่า ขณะนี้พนักงานยังไม่ได้รับแจ้งและยังไม่มีการออกเอกสารทางการแจ้งมายังพนักงานว่าจะมีการขยายเวลาการปรับลดเงินเดือน มีแต่เพียงการแจ้งผ่านไลน์พนักงานอย่างไม่เป็นทางการของ นายโอม พลาณิชย์ ผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

นายนเรศ กล่าวต่อว่า โดยนายโอมได้ขอให้พนักงานช่วยกันแจ้งต่อว่า ในเดือน มิ.ย.นี้ บริษัทจะยังให้พนักงานทุกคนทำงานเหมือนเดิม โดยผู้บังคับบัญชาเป็นผู้มอบหมายให้ปฏิบัติงานได้ทั้งที่สำนักงานและการทำงานที่บ้าน ซึ่งบริษัทจะเปิดตึกแบบเดิมในวันพุธกับพฤหัสบดี พร้อมสำนักงานแพทย์และ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล โดยไม่มีการแจ้งเรื่องการขยายเวลาปรับลดเงินเดือน

นายนเรศ กล่าวอีกว่า ขณะนี้พนักงานไม่รู้เลยว่าจะถูกลดเงินเดือนต่อหรือไม่ เพราะไม่มีการแจ้งใด ๆ เลย แต่หากบอร์ดใหม่มีมติขยายเวลาลดเงินเดือน จะมีปัญหาข้อกฎหมายตามมาแน่นอน เพราะเมื่อบริษัทเป็นเอกชน บอร์ดไม่สามารถใช้อำนาจตามมาตรา 13(2) ตามพ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 มาลดเงินเดือนพนักงานได้

นายนเรศ กล่าวว่า เพราะอำนาจหมดไปด้วย ใครจะกล้าลงนามเพราะผิดกฎหมาย จึงอาจทำให้ไม่มีการออกจดหมายแจ้งมติบอร์ดเป็นทางการ รวมทั้งรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หรือดีดี คนปัจจุบันนายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล ยังมีหลายสถานะมาก อาจมีปัญตามมาถ้าพนักงานฟ้องศาล สถานะของดีดี ซึ่งเป็นผู้ลงนามออกประกาศ มีความทับซ้อนในการปฏิบัติหน้าที่อยู่หลายตำแหน่ง คือ

1.รักษาการดีดี ถือเป็นตำแหน่งผู้บริหารสูงสุดตามโครงสร้างการบริหารงานตามระเบียบบริษัท 2.รักษาการดีดี เป็นบอร์ดบริหารงานในคณะกรรมการบริหารของบริษัทซึ่งเป็นผู้ชงเสนอเรื่องการปรับลดเงินเดือนพนักงาน ให้บอร์ดบริหารมีมติอนุมัติการขยายเวลาการลดเงินเดือนเมื่อวันที่ 29 พ.ค.ที่ผ่านมา

3.สถานะภาพของรักษาการดีดี ที่เป็นหนึ่งในบริหารที่ร่วมกับคณะกรรมการบริษัท พิจารณาอนุมัติในการขยายเวลาปรับลดเงินเดือนพนักงาน 4.สถานะดีดีถูกเสนอชื่อไปยังศาลล้มละลายกลาง ให้เป็นหนึ่งในผู้บริหารแผนฟื้นฟู และ 5.สถานะรักษาการดีดี ในฐานะรองปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งมีสถานะเป็นเจ้าหนี้ของบริษัทการบินไทย

นายนเรศ กล่าวด้วยว่า ประเด็นข้อกฎหมายที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ อาจจะส่งผลให้แผนฟื้นฟูถึงกับล่ม ถ้ารักษาการดีดีใช้อำนาจหน้าที่ไปแบบผิดกฎหมาย ในการลงนามประกาศการขยายเวลาปรับลดเงินเดือนพนักงาน เพราะใน พ.ร.บ.แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ 2543 หรือ พ.ร.บ.แรงงานสัมพันธ์ 2518 นายจ้างประกาศลดเงินเดือนหรือลดสิทธิสภาพการจ้างพนักงานโดยฝ่ายเดียวมิได้ ต้องได้รับความยินยอมจากฝ่ายตัวแทนฝ่ายลูกจ้างก่อน แต่ตอนนี้การบินไทยไม่มีสหภาพแล้ว ไม่มีฝ่ายลูกจ้าง และฝ่ายลูกจ้างก็ยังไม่ได้ยินยอม

“ดังนั้น ก่อนที่รักษาการดีดีจะลงนามในประกาศลดงินเดือนต้องพิจารณา ประเด็นข้อขัดแย้งในตำแหน่งหน้าที่ และประเด็นความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมายด้วย เพราะหากมีจดหมายแจ้งทางการเรื่องขยายเวลาลดเงินเดือนเมื่อไหร่ ผมจะใช้อำนาจส่วนบุคคลตามกฎหมายฟ้องศาลแน่นอน ในข้อหาละเมิดสิทธิ์สภาพการจ้างงาน หากพนักงานคนไหนอยากฟ้องสามารถมอบอำนาจให้ผมเป็นคนฟ้องได้ และผลของการฟ้องร้องศาลจะคุ้มครองไปถึงพนักงานทุกคน” นายนเรศ กล่าว

 


พิเศษ! สมัครสมาชิกนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์, ศิลปวัฒนธรรม และเทคโนโลยีชาวบ้าน ลดราคาทันที 40% ตั้งแต่วันนี้ – 30 มิ.ย.63 เท่านั้น! คลิกดูรายละเอียดที่นี่

บทความก่อนหน้านี้รำลึก 59 ปี “ครอง จันดาวงศ์” ชูข้อความ “เผด็จการจงพินาศ ประชาธิปไตยจงเจริญ”
บทความถัดไปขสมก. ปรับเวลาเดินรถโดยสาร เริ่ม 1 มิ.ย.นี้ ตามมาตรการคลายล็อกเฟส 3