เพื่อไทยร่อนแถลงการณ์ จี้ คสช.ยึดรัฐธรรมนูญ เลิกอ้างเป็นรัฏฐาธิปัตย์-หยุดใช้อำนาจพิเศษ

เพื่อไทย’ร่อนแถลงการณ์แสดงจุดยืนพร้อมข้อเสนอไปยัง รบ. จี้ควรเร่งให้เกิดการ ลต.โดยเร็ว และ คสช.ไม่ควรมีอำนาจพิเศษใดๆ

เมื่อวันที่ 10 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้ออกแถลงการณ์ ว่า ตามที่มีพระราชโองการดำรัสเหนือเกล้าเหนือกระหม่อมให้ตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ขึ้น เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 นั้น พรรค พท.ขอแถลงจุดยืน และข้อเสนอไปยังรัฐบาล และ คสช. ดังนี้ 1.วันที่ 6 เมษายน คือจุดเริ่มต้นของกระบวนการคืน “ประชาธิปไตย” ให้แก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อการแก้ไขปัญหาของประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ต้องอาศัยความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ดังนั้น รัฐบาลและ คสช. ควรเร่งดำเนินการตามกระบวนการต่างๆ เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุด ซึ่งสามารถทำได้ในกรอบระยะเวลาตามที่นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ได้เคยประกาศย้ำมาตลอด ทั้งในประเทศและในเวทีโลกว่า ได้วางโรดแมปการเลือกตั้งไว้ต้นปี 2561 และในช่วง 5 เดือนเศษที่ผ่านมา ก็ได้มีการเตรียมการร่างกฎหมายลูกมาแล้วในระดับหนึ่ง

แถลงการณ์ระบุอีกว่า 2.รัฐบาลและ คสช. ไม่สมควรใช้ “อำนาจพิเศษ” ใดๆ ในฐานะที่อ้างว่าเป็น “รัฏฐาธิปัตย์” โดยไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เพราะเป็นการไม่เคารพในพระราชอำนาจ และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพ และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชน ที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ รวมทั้งควรพิจารณายกเลิกประกาศและคำสั่งต่างๆ ของ คสช. และหัวหน้า คสช.ที่ไม่เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญดังกล่าว และ 3.นับแต่นี้ต่อไป รัฐบาลและ คสช. ควรจะสร้างบรรยากาศประชาธิปไตย เพื่อปูทางไปสู่การเลือกตั้งและการสร้างความสามัคคีปรองดอง ด้วยการยึดมั่นและผลักดันให้องค์กรของรัฐทุกองค์กรยึดหลักนิติธรรมในการดำเนินงาน โดยปราศจากอคติอย่างเคร่งครัด ไม่มีการเลือกปฏิบัติ ทั้งต้องเปิดกว้างให้มีการแสดงความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายต่างๆ รวมถึงการตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ของรัฐอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความโปร่งใสและแบบอย่างที่ดี อันจะเป็นการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่ถือเป็นหัวใจของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ พรรค พท.ยึดมั่นต่อการปกครองในระบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และหลักการที่ว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย และจะดำเนินงานทางการเมือง เพื่อชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์ และประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงตลอดไป

บทความก่อนหน้านี้ลึกแต่ไม่ลับ : 8+2+1+1+3+5 จุดลงตัว“โหมดเลือกตั้ง”โดยไม่มี“เงื่อนไขพิเศษ”
บทความถัดไปสังคมมีสิทธิ์ตั้งคำถาม เมื่อ 13 รองอธิการฯ ลาออก ก่อน กม.แสดงบัญชีทรัพย์สินบังคับใช้