‘อุตตม’ จ่อตั้งกองทุนช่วยเอสเอ็มอี ไร้ประสบการณ์กู้เงิน ด้าน ธปท. ปัดอุ้มแต่ลูกค้าชั้นดี

‘อุตตม’ เตรียมออกกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี ไร้ประสบการณ์กู้เงิน ด้านผู้ว่าฯ ธปท. ปัดปล่อยกู้แต่ลูกค้าชั้นดีความเสี่ยงต่ำ ชี้ร้อยละ 70 เป็นกลุ่มความเสี่ยงปานกลางและค่อนข้างสูง

เมื่อเวลา 15.08 น. วันที่ 28 พ.ค. นายอุตตม สาวนายน รมว.คลัง ชี้แจงการช่วยเหลือเอสเอ็มอีว่า วันนี้เรามีมาตรการที่เป็นส่วนหนึ่งของ พ.ร.ก.ช่วยเหลือเอสเอ็มอี 5 แสนล้านบาท ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยมีการหารือกับกระทรวงการคลัง มาตรการใหม่ที่จะออกมาจะเป็นในส่วนของเอสเอ็มอี ซึ่งยังไม่มีประสบการณ์การกู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือกลุ่มที่เราเรียกว่ายังไม่เข้มแข็งเรื่องเงินทุน ขนาดยังไม่ใหญ่ เป็นรัฐวิสาหกิจชุมชน ซึ่งสภาวะปกติน่าจะเติบโตไปได้หลายๆ ราย แต่สถานการณ์ปัจจุบันก็น่าเสียดายว่าหากเขาถูกกระทบจนไปต่อไม่ได้ ล้มตายจากไปที่สุด เพราะยังอยู่ในการเติบโตช่วงแรกของเอสเอ็มอี

นายอุตตม กล่าวต่อว่า ฉะนั้นมาตรการที่ออกมาจะมีความเป็นไปได้ว่าจะออกมาในรูปของกองทุน ซึ่งจะต่างจากสินเชื่อ จะเป็นกองทุนประกอบเงื่อนไขที่เหมาะสมในการส่งเสริมเข้าถึงแหล่งเงินทุน และส่งเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไปในตัว ซึ่งเป็นมาตรการเร่งดำเนินการเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มนี้

ด้านนายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ชี้แจงเสริมถึงพ.ร.ก.ปล่อยซอฟท์โลน 5 แสนล้านบาท ให้เอสเอ็มอี ว่า วิกฤตการณ์โควิดรอบนี้มีความไม่แน่นอนสูงมาก ไม่รู้ว่าจะจบอย่างไรและเมื่อไร ตอนนี้จึงได้ออกมาตรการสินเชื่อซอฟท์โลนของธปท. เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อยอย่างทั่วถึง ซึ่งขณะมีผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้วไปแล้ว 35,217 ราย วงเงินอนุมัติเฉลี่ย 1.65 ล้านบาทต่อราย รวมวงเงิน 58,208 ล้านบาท โดยร้อยละ 51 เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ที่วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท

ส่วนข้อสังเกตของส.ส.ว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้แต่ลูกค้าชั้นดีความเสี่ยงต่ำนั้น ไม่เป็นความจริง เพราะร้อยละ 70 เป็นลูกหนี้กลุ่มความเสี่ยงปานกลางและค่อนข้างสูง โดยร้อยละ 71 เป็นลูกหนี้ในต่างจังหวัด ส่วนลูกค้าที่ไม่เคยกู้เงินกับสถาบันการเงินมาก่อน โดยธนาคารของรัฐ และธนาคารกรุงไทย มีโครงการสินเชื่อให้อีก 40 โครงการ เพื่อช่วยเหลือ และการออกพ.ร.ก.ซอฟท์โลนนี้ เป็นรูปแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 54 และยืนยันพ.ร.ก.ช่วยเอสเอ็มอี ไม่ใช่การกู้เงิน แต่เอาเงินธปท.ไปให้สินเชื่อ เพื่อให้เกิดสภาพคล่อง และยังไม่กระทบกองทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะขณะนี้เป็นการเสริมสภาพคล่องในรูปของเงินบาท


 

บทความก่อนหน้านี้ฝ่ายค้านจัดหนัก! ลั่น รัฐบาลกู้เงิน เยียวยาโควิด ไม่ใช่บุญคุณ ประชาชนใช้หนี้ โวยประเทศนี้คนจนเสียภาษีแล้วไม่ได้คืน เหมือนคนรวย!
บทความถัดไป“สรรพสามิต”เสียงแข็ง! ตีตกข้อเสนอ ลดภาษีรถใหม่ 50% ลั่นยังไงก็ไม่ลด!